Tag - หนังสือแนะนำ

ความผิดพลาดที่พบบ่อยในการเล่นหุ้น (How to make money in stocks ของโอนีล)

หลายคนอาจจะเคยอ่านบทความมาแล้ว แต่ในบทความนี้เราจะสรุปเรื่องผิดพลาดก่อน ในฉบับหน้าเราจะมาขยายความคำต่างๆ เพื่อเจาะลึกในส่วนต่างๆ สำหรับท่านที่เป็นมือใหม่ให้เข้าใจมากขึ้นครับ มาดู 18 ข้อผิดพลาดกันก่อนครับ 1. นักลงทุนส่วนมาก ไม่ได้ใช้หลักการในการคัดหุ้นที่ดีพอ (Boyles ฉบับหน้าเราจะมาพูดถึง หลักการอะไร ทางพื้นฐานของโอนีลที่ เขาคิดว่าดี) 2. ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดคือ การซื้อหุ้นในขาลง การซื้อหุ้นถูกเหมือนจะเป็นข้อได้เปรียบ แต่การที่หุ้นเป็นขาลง ก็มีโอกาสประสบปัญหาอย่างรุนแรง เพราะนั้นเป็นสาเหตุที่หุ้นเปลี่ยนแนวโน้ม (boyles: ในฉบับหน้า ผมจะมาขยายความกันว่า หุ้นขาลง เขาใช้หลักการอะไรบ้าง บางครัง้ เราอาจจะสับสนแบบไหนที่เรา เรียกว่าหุ้นขาลง แบบไหนที่เรียกว่าแค่ปรับฐาน หรือย่อ Bigmove จะมาอธิบายเพิ่มในตอนหน้าครับ) 3. การซื้อหุ้นถัวเฉลี่ยในขาลง (Boyles: ก็วกกลับมาที่ key word ขาลงมันคืออะไร ??? เมื่อไหร่ถัวได้ เมื่อไหร่ ถัวแล้วแย่) 4. คนทั่วไป ชอบซื้อหุ้นที่ถูก เพราะได้จำนวนหุ้นที่เยอะกว่า หุ้นที่ราคาถูกมักมีเหตุผลของมัน คุณไม่สามารถหุ้นที่มีคุณภาพที่ราคาถูกมากๆได้ การซื้อหุ้นราคาถูก คุณก็เพิ่มความเสี่ยงของคุณด้วย ไม่ว่าจะเป็นความผันผวน ขึ้นแรง ลงแรง แล้วแนวรับ แนวต้านก็มีโอกาสผิดพลาดสูง หุ้นแพงๆ มักมีการสนับสนุนจากสถาบันในการขับเคลื่อนราคาให้สูงขึ้น 5. นักเก็งกำไรมือใหม่ มีความต้องการเยอะเกินไป เร็วเกินไป ต้องการกำไรเยอะมากๆ โดยขาดทักษะ และไม่ให้เวลาการเรียนรู้ที่เพียงพอ (boyles: ผมพบบ่อยมาก และมักจะมีคำถามมาที่ผมบ่อยมากว่า อยากได้กำไร เดือนล่ะ 10-20% บ้าง หรือกำไร เกิน 100% ต่อปีบ้าง ไม่ใช่ว่าผลตอบแทนระดับนี้ จะเป็นไปไม่ได้ทีเดียว แต่ปกติ ผมจะตอบว่ามากเกินไป สำหรับมือใหม่แล้ว การขาดหวังระดับแบบนี้ มักจะกระตุ้นให้เก็งกำไรด้วยระดับความเสี่ยงสูง และความกดดันที่มากเกินไป ซึ่งนำมาซึ่งการขาดทุนแทน คำแนะนำแรกของผม [...]

เราควรจะหวังผลตอบแทนจากตลาด เท่าไหร่ดี 10% 20% หรือ 200% ดี

มาดูข้อมูลกันครับ ที่เอามาให้ดูคือกองทุนที่เทรด Commodities ที่บริหารเงินมากกว่า 100 ล้านดอลล่าห์ นี่คือความจริง เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ มักจะคาดหวังผลตอบแทน 60 80 หรือ 200% ต่อปี แต่นี่คือความจริงที่ กองทุนที่ทำผลงานได้ดีที่สุด ได้เพียง 13.7% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2005 และที่สองได้ 14.7 ต่อปี (ได้ที่สองเพราะ DD เยอะกว่า) แน่นอน มันช่างห่างไกล จากความคาดหวังที่เรามักจะคาดหวังกันไว้ทีเดียว และแน่นอน มีคนบอกว่า ถ้าเงินน้อยกว่านี้ ผลตอบแทนย่อมดีกว่า ที่เห็นในกองทุนใหญ่ๆนี้ เรามาดูกองทุนที่ มีบริหารเงินน้อยกว่า 100 ล้านดอลล่าห์กันบ้าง อันดับ 1 ที่ดีที่สุด ในผลตอบแทนเพียง 9.46% เท่านั้น ตั้งแต่ปี 2005 และอันดับสอง 18.2% อันดับ 3 5.4% และอีกครั้ง นี่คือความจริง และนี่คือมืออาชีพในการบริหารเงินจริงๆ ตัวเลขเหล่านี้ อาจจะไม่ได้ใกล้เคียงตัวเลขในใจคุณเลยใช่ไหม คุณสงสัยไหม ผลตอบแทนแค่นี้ ทำไม คนถึงเอาเงินไปให้คนเหล่านี้บริหาร ระดับ 10% ต่อปี มันน่าจะค่อนข้างง่ายสำหรับคุณทีเดียว ถึงอย่างไรก็ตาม มาดู ผู้ชนะเลิศผผลตอบแทนมากสุดถ้านับแต่ผลกำไร อันดับ 1 60.75% ต่อปีเริ่ม 2013 อันดับ 2 24.33 เริ่ม 2005 DD -44% ถ้าเลื่อนลงมาเรื่อยๆ จะเห็นว่า [...]

เทรดเดอร์ที่เก่งส่วนใหญ่จะถ่อมตนเสมอ และคำแนะนำมือใหม่ง่ายๆ

วันนี้ มีข้อคิดดีๆมาฝากครับ เทรดเดอร์ที่เก่งส่วนใหญ่จะถ่อมตนเสมอ และคำแนะนำมือใหม่ง่ายๆ หวังว่าเพื่อนๆจะชอบนะครับ 🙂 มาร์ค วีนสตีน เทรดเดอร์ที่มีอัตราส่วนการชนะสูง กฎการเทรด ที่คุณยึดถือ 1. ทำการบ้านอยู่เสมอ 2. อย่าทำตัวยิ่งยโส เมื่อคุณละเลย คุณจะละเลยการควบคุมความเสี่ยง เทรดเดอร์ที่เก่งจะถอมตนเสมอ 3. เข้าใจขีดความสามารถของคุณ ทุกคนมีขีดจำกัด แม้แต่เทรดเดอร์ที่เก่งที่สุดก็ตาม 4. เป้นตัวของตัวเอง ติดสวนทางกับฝูงชน เพราะในไม่ช้า พวกเขาจะขาดทุน 5. อย่าเทรดจนกว่าโอกาสจะเผยตัวของมันเองออกมาเสียก่อน เมื่อไรที่ควรจะออกจากตลาดสำคัญพอๆกับเมื่อไหร่ควรจะเข้า 6. กลยุทธ์ต้องมีความยืดหยุ่น ความผิดพลาดของคนส่วนใหญ่คือการใช้กลยุทธ์เดินตลอดเวลา 7.อย่าหลงระเริงมาเกินไป เมื่อคุณทำกำไร สิ่งที่ยากที่สุดคือการรักษาผลกำไรเอาไว้ให้ได้ คำแนะนำสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ คุณจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีที่จะแพ้ มันเป็นเรื่องสำคัญกว่าการเรียนรู้ที่จะชนะสะอีก ถ้าคุณคิดว่าคุณจะชนะเสมอ เมื่อคุณแพ้คุณจะพัฒนาความรู้สึกด้านลบและโทษตลาด แทนที่จะเรียนรู้ทำไมคุณถึงแพ้ จากหนังสือ market wizard ฉบับไทย Boyles Bigmove Club

การขาดทุนคือการเทรดที่แย่ เป็นความคิดที่ผิดมาก

การขาดทุนคือการเทรดที่แย่ เป็นความคิดที่ผิดมาก ความผิดพลาดของเทรดเดอร์ที่พบได้บ่อยๆคือ การตัดสินใจ ว่าการเทรดแต่ล่ะครั้ง ถูกหรือผิด โดยดูจากผลลัพธ์ที่ออกมา ———- สมมุติ ผมให้คุณมีความได้เปรียบ 2:1 ในการโยนหัว โยนก้อย ถ้าคุณยอมรับการเดิมพันแล้วแพ้ มันอาจเป็นการเดิมพันที่แพ้ก็จริง แต่มันคือการเดิมพันที่ถูกต้อง เพราะเมื่อคุณทำซ้ำๆ จะได้กำไรอย่างมาก ดังนั้น การเทรดที่ขาดทุน โดยใช้กลยุทธ์ที่ได้กำไร จะยังคงเป็นการเทรดที่ดีได้ ———- ในทางกลับกัน การเทรดที่ชนะก็อาจจะเป็นการเทรดที่แย่ได้ ถึงแม้การเทรดครั้งใดครึ่งนึงจะได้กำไร แต่ถ้าเทรดซ้ำๆเรื่อยๆ ภายใต้สถาการณ์เดียวกัน แล้วขาดทุน การเทรดที่ได้กำไร ก็เป็นการเทรดที่แย่มากๆได้เช่นกัน ———- ***การเทรด เป็น เรื่องของความน่าจะเป็น** กลยุทธ์ในการเทรดใดๆ ก็ตามไม่ว่าจะมีประสิทธิภาพสูง ก็ต้องมีความผิพลาดขึ้นมาเปอรเซ็นหนึ่ง เทรดเดอร์มักสับสน มักสับสนการเทรดที่กำไร การเทรดที่ขาดทุน การเทรดที่ดี การเทรดที่แย่ ———- การเทรดที่ดี คือการเทรดที่ทำตามขบวนการให้ได้กำไร ในความเสี่ยงที่รับได้ ในการทำซ้ำๆ ———- การเทรดที่แย่ คือการทำตามขบวนการที่ทำให้ขาดทุน ถ้าทำซ้ำๆ ตัวอย่างเช่น การเล่นสลตแมชีน การเดิมพันที่ชนะ เราก็ถือว่าเป็นการเทรดที่แย่ เพราะถ้าทำซ้ๆ เราก็จะมีความเสี่ยงสูงในการขาดทุน ———- Boyles: ผมว่าขบวนการคิดของการเทรด เป็นสิ่งที่อาจจะต้องทำความเข้าใจเยอะ เพราะผมก็ค้นพบว่า คนส่วนใหญ่สนใจในสิ่งที่ทำให้ได้กำไรอย่างเดียว (ซึ่งมันก็ต้องแบบนั้นล่ะ) แต่ไม่ได้สนใจในขบวนของความคิดที่จะทำให้เราได้กำไรระยะยาว (นี่คือส่วนที่ทำให้เมื่อเจอการขาดทุน แล้วจะมองหาวิธีใหม่ไปเรื่อยๆ) ———- ที่มา: market Wizard ไทย (เล่มนี้ยิ่งอ่าน ยิ่งชอบไปตามซื้อกันนะครับ) Boyles Bigmove Club

ความลับการอยู่รอดในตลาด Future 50 ปี และการสูญเสียเพื่อทำกำไร

ความลับการอยู่รอดในตลาด Future 50 ปี และการสูญเสียเพื่อทำกำไร Paul Tudor “กฏที่สำคัญที่สุดของการเทรด เล่นแบบป้องกันให้มากไม่ใช่บุกให้มาก ทุกๆวัน ผมจะสมมุติว่าสถานะทุกสถานะของผมผิดทั้งหมด ผมทำอย่างนั้น เพื่อที่จะระบุความสูญเสียที่มากที่สุด และใช้เวลาที่เหลือของวันมีความสุขกับสถานะที่ถูก ถ้าผิดทางผมก็มีแผนไว้อยู่แล้ว อย่าทำตัวเป็นฮีโร่ อย่ามีอีโก้ ตั้งคำถามตัวเองและความสามารถของตัวเองอยู่เสมอ อย่าคิดว่าคุณเก่งมาก วินาทีนั้นที่คุณคิด คุณตายแน่” ——– Boyles: ผมเรียนรู้หลายสิ่งจาก Larry และ Top Secret ที่เขาบอกว่าเขาเหนือกว่าเทรดเดอร์คนอื่นคือ เขาคิดว่าเขาผิดทุกครั้งที่เล่น แม้เขาจะชนะติดต่อกันมาเท่าไหร่ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาอยู่ในตลาด Future มามากกว่า 50 ปี ——— มันก็จริงนะครับ ทุกครั้งที่ผมคิดว่าผิด ผมจะเข้าน้อยๆ และส่วนใหญ่กำไร และเมื่อกำไรเยอะขึ้นเรื่อยๆ หรือเริ่มเทรดถูกทางบ่อยๆ เริ่มมั่นใจก็กลับมาเสียอีก ความมั่นใจเป็นสิ่งที่ดี แต่อะไรที่มีมากเกินไปมักจะตามมาด้วยผลเสีย ——— ช่วงที่ผมเกือบเลิกเทรด หลังออกจากวัด ผมเตรียมเสียเงินทั้งหมดที่เทรด ทุกๆครั้งที่เล่นพร้อมเสีย มีแผนชัดเจน เล่นป้องกันตัวเองมาก ผลลัพธ์ในช่วงนั้น ผมทำกำไรได้ 100% 6 เดือนติด แต่พอความมั่นใจเริ่มมากสุดๆ ผลลัพธ์กลับเริ่มกลับมาขาดทุน การเทรดบางทีก็ไม่ได้ทำตามแผนมาก เพราะเริ่มกลับมาไม่พร้อมขาดทุน ———- พอมองย้อนกลับไป ความลับ (Top secret) ของ Larry กับ Paul พูดไว้ ผมว่ามันคือเรื่องจริงมากๆ สำหรับประสบการณ์ที่ผมได้เรียนรู้ ———– ในช่วงที่ผมทำกำไรมาก ผมพอจำได้ว่า ความคิดของผมเปลี่ยน ในช่วงแรก ผมคิดเรื่องปกป้องเงินทุนเสมอ กำไรไว้ทีหลัง หลังจากที่ผมทำกำไร 600% จากตลาด Future ในช่วงไม่กี่เดือน (ไม่ได้ overtrade ด้วยนะครับ กำไรแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยากถ้า overtrade) [...]

เมื่อคุณเจอกับการขาดทุนติดต่อกัน คุณจัดการกับมันอย่างไร???

เมื่อคุณเจอกับการขาดทุนติดต่อกัน คุณจัดการกับมันอย่างไร??? ไมเคิล มาคัส กล่าวไว้ว่า “ในอดีต ผมจะเอาคืนด้วยการเทรดหนักขึ้นหลังจากขาดทุน แต่นั่นมักจะไม่ได้ผล ผมจึงเริ่มที่จะลดการเทรดลงจนถึงขั้นหยุดเทรดไปเลยถ้ารู้สึกแย่พอ ผมมักจะเจอความลำบากในการหยุดเทรด เพราะผมเป็นนักสู้โดยธรรมชาติ การขาดทุนจะทำให้เกิดการขาดทุนตามมาอีก เมื่อคุณเริ่มขาดทุนมันจะกระตุ้นปัจจัยด้านลบในทางจิตวทิยาที่จะนำไปสู่การมองโลกแง่ร้าย” —– Boyles: คนส่วนใหญ่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้กันมาแล้วทั้งสิ้น เมื่อเราขาดทุน เรามักจะเทรดหนักขึ้น และไม่ว่ากี่ยุค กี่สมัย การเทรดทั้งในอดีต และปัจจุบัน ล้วนแล้วแต่ให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน คือล้มเหลว และหมดตัว เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ส่วนใหญ่ เมื่อเขาประสบปัญหาการขาดทุนติดต่อกัน สิ่งแรกที่เขาทำคือ ลดการเทรดลง หรืออาจจะต้องหยุดเทรดไปก่อนเลย และนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมทำเหมือนกันถ้าผมประสบปัญหาแบบนี้ ——- จำไว้นะครับ เมื่อคุณขาดทุน ประสบการณ์ผม(boyles bigmove)ก็เช่นกัน 1. ให้ลดการสูญเสียโดยการเทรดให้น้อยลง 2.หยุดเทรด (หยุดการสูญเสียถ้าจำเป็น) จงหยุดคิดเรื่องการเอาเงินคืนก่อน สิ่งแรกที่เราต้องการเมื่อขาดทุน คือลดการสูญเสีย ไม่ใช่เอาเงินคืน คนส่วนใหญ่ มักจะคิดเรื่องเงินทุนตัวเอง การต้องการเอาคืนไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่มันเป็นขั้นตอนหลังจากนั้น ——- มีบางครั้งหรือไม่ คุณต่อสู่เพื่อเอาคืนจนเอาชนะกลับมาได้ ไมเคิลตอบว่า บางครั้ง นั่นแสดงว่า แม้เทรดเดอร์ที่เก่งมากๆ ก็ทำได้แค่บางครั้งเท่านั้น ในการเอาทุนตัวเองคืนมา แต่สิ่งที่เขาแนะนำ และเป็นสิ่งสำคัญคือ ให้หยุดเล่นซะ แม้มันจะยากที่จะบังคับตัวเองให้หยุดเล่นก็ตาม ——- มีคนหลายคน มาขอคำแนะนำผมเกี่ยวกับ การเทรดที่ต้องเอาทุนตัวเองคืน คำแนะนำผมส่วนใหญ่จะจบตรง คุณต้องหยุดเทรด ต้องหยุดการสูญเสียก่อน แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยเชื่อ และท้ายที่สุด มักจะสูญเสียเงินทั้งหมดอยู่ดีแม้จะเติมเงินเข้าไปเท่าไหร่ก็แล้วแต่ คุณต้องลดการเทรด จนกว่าคุณจะเริ่มกลับมาเทรดถูกทางอีกครั้ง ให้ผมเปรียบ ในบางครั้งคุณไม่สามารถเดินผ่านพายุหนักๆได้หรอก ถึงคุณจะมีจิตใจที่สู้มากขนาดไหน แต่เมื่อสภาพแวดล้อมไม่อำนวย มันก็ยากที่จะผ่านไปได้ เพียงบางครั้งคุณแค่หยุดเดิน รอให้พายุสงบ และเดินค่อยออกเดินไปอย่างช้า คุณอาจจะพบว่ามันง่ายกว่า ที่จะเดินผ่านเส้นทาง เส้นเดียวไปได้ และมันก็เหมือนการเทรดเช่นกัน และด้านบนของหนังสือ ก็เหมือนที่ผมเคยเล่าในประวัติผมไป ———- เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จทุกคน พวกเขาจะมีชีวิตที่สมดุล พวกเขาจะมีความสนุกอื่นนอกเหนือจากการเทรด Boyles: ผมได้ค้นพบความจริงข้อนึง คือ เมื่อคนมีชีวิตที่สมดุล มีคุณภาพชีวิตที่ดี [...]

กฏของนักเก็งกำไรก่อนที่ประสบความสำเร็จ

กฏของนักเก็งกำไรก่อนที่ประสบความสำเร็จ ไมเคิล มาคัส ในหนังสือ market wizard ได้กล่าวว่า “เทรดเดอร์ผู้ยิ่งใหญ่เกือบทุกคน ล้มเหลวในช่วงแรกเป็นเหมือนกฏมากกว่าข้อยกเว้น แม้จะมีสถิติการเทรดในระยาวที่เหลือเชื่อ แต่เขาก็เริ่มด้วยการขาดทุนต่อเนื่อง เขาหมดตัวหลายครั้ง สิ่งสอนใจคือ ทุกๆการเทรดที่ล้มเหลวเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังทำบางสิ่งผิดพลาด แต่นั่นไม่ใช่ตัวที่จะบอกว่าคุณล้มเหลวหรือสำเร็จในท้ายที่สุด” ————– เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ เหมือนจะมีกฎเดียวกันคือ ความล้มเหลวในช่วงแรก หรือการขาดทุน หมดตัว Boyles: สำหรับคนที่ขาดทุน หรือหมดตัว อย่าเพิ่งท้อแท้ ส่วนใหญ่แล้วความล้มเหลวในช่วงแทบจะเกิดขึ้นกับทุกคน ขอให้มีกำลังในการสู้ต่อไปนะครับ สำหรับผมเคยขาดทุนจนต้องเข้าวัดไปพักใหญ่เหมือนกันครับ ในช่วงแรกของการเทรด ว่าไปมันก็เหมือนเป็นกฏจริงๆ ————– สิ่งที่น่าจะเจ็บปวดที่สุดนอกเหนือจากการขาดทุน คือการทำกำไรเร็วเกินไป การรักษาความได้เปรียบในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคุณทำไม่ได้ คุณก็จะไม่มีเงินมาจ่ายเมื่อคุณขาดทุน Boyles: การรักษาความได้เปรียบ เป็นสิ่งที่จำเป็นเมื่อคุณอยู่ในเทรน ผมเคยเปลี่ยนจากเงินไม่กี่แสนเป็นเงินหลายล้านได้ในช่วงไม่กี่เดือน ในการเล่น TFEX เมื่อผมไปขาดทุนในตลาด Comex มันเป็นเพียงแค่กำไรส่วนนึง เพราะผมมีทุนมาจ่ายในช่วงที่ขาดทุน ————– มาร์คัสได้เล่าต่อ ถึงอันตรายจากการเทรดเกินตัว เขาเสียเงินทั้งหมดภายในการเทรดครั้งเดียว Boyles: เราน่าจะได้ Idea แล้วว่าไม่ว่านักเทรดจะเก่งขนาดไหนแต่ถ้าเทรดเกินตัว ยังไงผลลัพธ์ก็คือการหมดตัว Share ประสบการณ์ผม ในช่วงแรกของการเทรด ผมก็เคยเทรดเกินตัว นำเอากำไรจากการเทรดและเงินที่เก็บไว้ทั้งหมดเกือบ 2 ล้าน โดยคิดจะกำไรประมาณ 8 ล้านให้ได้ใน 6 เดือน แต่ผลลัพธ์คือผมเหลือเงินออกมาจากตลาดไม่กี่แสน นั่นเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายของผมช่วงนึงเหมือนกัน ————– นักเทรดระดับโลกยังพูดถึงเรื่องการกำหนดจุดออก หรือจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง และให้หยุดเทรดเมื่อขาดทุนและสับสน Boyles: นักเทรดทุกคนรวมถึงผม ถ้าเคยอ่านที่ผมเขียน ผมสอนเสมอ คุณต้องรู้จุดตัดขาดทุนทุกครั้งที่คุณคิดจะเก็งกำไร และเมื่อคุณสับสน หรือขาดทุนให้หยุดเทรด แต่ประสบการณ์ของผม คำแนะนำให้หยุดเทรด หรืออยู่เฉยเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ที่ใครจะอยากทำตาม ทุกคนมักจะหยุดเทรดด้วย condition ที่ใกล้เคียงกันคือ ไม่มีเงินให้เทรดแล้ว ————– เรื่องสุดท้าย คุณต้องมีวิถีทางตัวเองในฐานะเทรดเดอร์ การทำตามคำแนะนำถึงแม้จะเป็นเทรดเดอร์ที่ดีก็ตามมักจะตามมาด้วยปัญหา ————– Boyles: เรื่องนี้ผมว่าจริง ผมได้ให้คำแนะนำการเทรดให้หลายท่าน [...]

ความแตกต่างระหว่างการเทรดเพื่อเอาเงิน กับเทรดเพื่อบันเทิง

ในหนังสือ Market wizard มาคัสได้บอกไว้ว่า “แม้เขาจะเป็นเทรดเดอร์ที่่เทรดหนักขนาดไหน เขาก็มีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในการจำกัดการเทรดเฉพาะในการเทรดที่เหมาะสม เขาแนะนำให้อดทนรอการเทรดซึ่งองค์ประกอบสำคัญทั้งหมดชี้ไปในทิศทางเดียวกัย คุณจะมีโอกาสเพิ่มขึ้นที่จะประสบความสำเร็จ การเทรดบ่อยๆโดยที่สภาวะต่างๆ ดูจะมีความได้เปรียบเพียงเล็กน้อย นั้นจะเป็นเรื่องเพื่อความบันเทิง มากกว่าเพื่อความสำเร็จในการเทรด” Boyles Bigmove: สิ่งนี้เลยครับที่ผมพยายามอยากจะสื่อสารมาก ผมว่านักเก็งกำไรส่วนใหญ่ก็มีพื้นฐานทางความคิดที่ใกล้เคียงกัน มาร์คัสเทรดหนักขนาดไหนก็แล้วแต่ เขาก็สรุปออกมาว่า ให้อดทนรอการเทรดซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญทั้งหมดชี้ไปในทิศทางเดียว คุณจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ มากกว่าเทรดบ่อยๆ จากความได้เปรียบเพียงเล็กน้อยจะเป็นการเทรดเพื่อบันเทิงมากกว่าเพื่อความสำเร็จ ถ้าใครตามผมมาหลายๆเดือน ทำไมผมถึงมักจะได้รอบที่ดี ทำไมถึงมักอยู่กับเทรนที่ถูกต้องได้บ่อยครั้ง จากประสบการณ์ของผม ได้สอนไว้ว่า เราต้องการจังหวะที่สำคัญไม่กี่ครั้งในการเทรด การเทรดบ่อยไม่ได้เพิ่มโอกาส แต่กลับกลายเป็นความเสียเปรียบด้วยซ้ำ ถ้าเราไม่สามารถอยู่ในช่วงเวลาที่เป็นรอบสำคัญในการเคลื่อนตัวขึ้นหรือลงได้ แล้วความได้เปรียบแล้วจริงๆ มันเกิดจากอะไร องค์ประกอบสำคัญที่ชี้ไปในิทศทางเดียวเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการเก็งกำไร ผมวิเคราะห์ถึงโอกาส โดยใช้องค์ประกอบการวิเคราะห์หลายอย่างมาก จนได้ความน่าจะเป็นสูงสุดที่จะเกิดเทรนในช่วงเวลานึงออกมา ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าเก็งกำไร ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบทางด้าน พื้นฐาน Fundametal, เทคนิค Cycle, Seasonal, Sentiment, การพยากรณ์ และอื่นๆ เมื่อเราเจอการเทรดที่สามารถบ่งชี้โอกาสในการเกิดเทรน นั่นล่ะครับ โอกาสที่แท้จริงในการทำกำไร การเทรดของผม เทคนิคเป็นแค่องค์ประกอบนึงในการทำกำไร ถ้าองค์ประกอบไม่ครบ การทำกำไรก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นเทคนิคไม่ใช่คำตอบของการทำกำไร ผมสงสัยมากว่าทำไมหลายคนจึงมองหารูปแบบที่สำเร็จรูปจากเทคนิคเพื่อทำกำไร สำหรับผมคิดว่าไม่มี ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ผมไม่ต้องรู้เรื่อง indicator มากมาย ไม่ต้องรู้เรื่อง Elliot wave กลับทำเงินได้ดีกว่าเดิม เพราะคำตอบของการทำเงิน มันไม่ใช่เรื่องพวกนี้ แต่ในทางกลับกัน วิชาพวกนี้กลับทำให้การเก็งกำไรเป็นเรื่องที่ยากขึ้นไปอีก จึงไม่แปลกใจที่หลายท่านยิ่งมีความรู้เยอะ ถึงยิ่งเทรดแย่ลงเรื่อยๆ การเทรดเพื่อความบันเทิงสำหรับผม เรามักจะเจอในรูปแบบที่ เล่นใน TF สั้นมากๆ ไม่มองภาพรวมใหญ่ เข้าออกบ่อยๆ เห็นโอกาสนิดเดียวก็เล่น สิ่งเหล่านี้ผมมองหาเป็นการเทรดเพื่อบันเทิงมากกว่า แต่ถ้าคุณเทรดแบบนี้ตรงตามที่ผมว่าไว้ แล้วไม่ได้กำไร ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าคุณจะทำเงินจริงๆ คุณต้องเปลี่ยนแนวความคิดของการเก็งกำไร [...]

How to make money in stocks(1988) โอนีล

วันนี้มีบทความที่่น่าสนใจฝาฝากเพื่อน เกี่ยวกับการเล่นหุ้น ของหนังสือ How to make money in stocks(1988) โอนีล บางข้อผมก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างนะครับ แต่ก็หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆนะครับ ความผิดพลาดที่พบได้บ่อยในการเล่นหุ้น 1. นักลงทุนส่วนใหญ่ ไม่สามารถผ่านด่านแรกไปได้ เพราะพวกเขาไม่ได้ใช้หลักเกณฑ์ที่ดี ในการเลือกหุ้น พวกเขาไม่รู้ว่าอะไรที่ต้องมองหาในหุ้นที่ประสบความสำเร็จ 2. การซื้อหุ้นขาลง มักจะให้ผลที่เลวร้าย ถึงแม้จะมีข้อดีคือการได้เปรียบของราคา แต่บางครั้งเราก็ประสบกับปัญหาหุ้นใกล้ล้มละลาย 3. นิสัยที่แย่ที่สุดคือการซื้อถัวของหุ้นขาลง คุณกำลังใส่เงินที่ดี ตามหลังเงินที่แย่ 4. คนทั่วไปรักที่จะซื้อหุ้นถูกที่ขายกันที่ราคาต่ำๆ เพราะเขาสามารถซื้อหุ้นจำนวนมากได้ คุณไม่สามารถซื้อหุ้นที่ดีที่สุด ในาราคาที่ถูกที่สุด การซื้อหุ้นราคาถูกความเสี่ยงคุณจะมากขึ้น 5. นักเก็งกำไรมือใหม่ต้องการทำเงินมหาศาลแบบง่ายๆ โดยไม่ได้ศึกษา และเตรียมตัวให้ดีพอ พวกเขาไม่ลงทุนเวลาและความพยายามที่แท้จริง 6. พวกเขามักจะเสี่ยงเงินที่หามายากลำบาก ไปกับคำพูดของคนอื่นมากกกว่าความรู้ของพวกเขา ข้อมูลลัยหลายครั้งก็ถูก แต่หลายครั้งก็ลงอย่างน่าประหลาด 7.นักลงทุนซื้อหุ้นธรรมดาเพราะมีปันผล หรือมีค่า PE ต่ำเงินปันผลไม่ได้มีความสำคัญเท่ากับกำไรต่อหุ้น 8. ผู้คนซื้อบริษัทที่เขารู้จัก การลงทุนที่ดีหลายครั้งจะเป็นหุ้นที่คุณไม่รู้จัก เพียงแต่คุณทำการศึกษาและค้นคว้ามันเพียงเล้กน้อย 9.นักลงุทนไม่สามารถ หาคำแนะนำที่ดีได้ ผู้ให้คำแนะนำการลงุทนสามารถทำให้คุณขาดทุนได้ อย่างเช่น นักเบสบอลที่โดดเด่น 1ใน10 จะมีคนเดียวที่ สามารถเซ็นสัญญาในลีคระดับสูงได้ 10. มากกว่า 98% ของคน จะกลัวที่จะซื้อหุ้นที่ราคาสูงสุดใหม่ เพราะราคาจะสูงเกินไปสำหรับพวกเขา ความรู้สึกส่วนตัวจะถูกต้องน้อยกว่าตลาด 11. นักลงุทนที่ขาดทักษามันกจะดึงดันถือสถานะขาดทุนตั้งแต่ยังไม่มาก จะขาดทุนหนักขึ้นเรื่อยๆ 12. นักลงุทนมักจะขายเอากำไรเพียงเล็กน้อย และถือสถานะที่ขาดทุนของพวกเขาไว้ 13. มีคนมากมายเก็งกำไร option มากเกินไป เพราะคิดว่ารวยเร้ว พวกเขาเพ็งเป้าไปที่การเล่นระยะสั้น ซึ่งเสี่ยงสูงและผันผวนกว่า option ระยะยาว 14. นักลงุทนมือใหม่ มักจะชอบตั้งราคา ทำให้คุณพลาดการวิ่งของหุ้น หรือไม่สามารถออกได้จนนำไปซึ่งการขาดทุนหนัก 15.นักลงทุนมีปัญหาเรื่องการตัดสินใจ พวกเขาไม่มีแผน หรือกฎที่จะนำทางพวกเขา พวกเขาไม่แน่ใจว่าอะไรที่ควรจะทำ 16. นักลงทุนส่วนวใหญ่ ไม่สามารถมองหุ้นโดยไม่มีอคติ พวกเขามักจะมีความชื่นชอบส่วนตัว และเชื่อความคิดเห้นของตนเองมากกว่าความเห็นของตลาด 17. นักลงทุนมักจะ [...]

การอยู่รอดคือสิ่งแรก

การอยู่รอดคือสิ่งแรก ที่คุณต้องเรียนรู้ก่อนเข้ามาเก็งกำไร ถ้ายังขาดทุนอยู่ลองอ่านดู 1. ความอยู่รอดเป็นสิ่งแรกที่เราต้องเรียนรู้ การเก็งกำไรธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงมาก มันไม่ได้เกี่ยวกับแพ้หรือชนะ แต่มันเกี่ยวกับการอยู่รอด ถ้าคุณไม่สามารถอยู่รอด คุณก็ไม่สามารถชนะในเกมส์นี้ได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่จุดสูงสุด หรือต่ำสุด – ความต้องแรกของการอยู่รอด คือ คุณต้องมีสิ่งที่พิสูจน์ว่าทำเงินได้จริง นักลงทุน เทคนิคส่วนใหญ่ทำเงินไม่ได้ คำแนะนำของผมให้ใช้เวลา เรียนรู้ ก่อนที่จะเข้าเก็งกำไร นักลงทุนส่วนใหญ่ หรือนักเก็งกำไรบางทีใช้เวลาในการซื้อของ มากกว่าเวลาในการตัดสินใจวางเงินเดิมพันสะอีก 2. เกมส์ของอารมณ์ เมื่อไหร่ก็แล้วแต่ เมื่อมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง การตัดสินใจจะเกี่ยวข้องกับการกลัว ความประหม่า จะทำให้เราไม่กล้าเทรดในการเทรดที่ดี หรืออาจจะเทรดเยอะเกินไป คุณต้องทำตามแผนให้ได้ โดยให้อารมณ์เข้ามาเกี่ยวของให้น้อยที่สุด 3.ให้ความโลภครอบงำบ้าง แต่คุณต้องควบคุมมันให้ได้ บางครั้ง ความโลภทำให้คุณมีความหวัง บางครั้งทำให้คุณถือสถานะผิดทางได้ แต่บางครั้งทำให้คุณได้กำไรมหาศาลเลยเช่นกัน ความโลภทำให้คุณสามารถที่จะมีความหวังในการทำเงินมากขึ้น มันสำคัญมากที่คุณต้องถือและทำเงินให้ได้ในช่วที่ตลาดให้ เมื่อคุณต้องการอยู่รอดในตลาด ส่ิ่งที่สำคัญที่สุดมากกว่าการทำเงิน ต้องไม่ขาดทุน 4. ความกลัว ทำให้คุณไม่กล้าทำในสิ่งที่ต้องทำ สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการไม่ได้เข้าในการเทรดที่ดี Larry บอกว่ายิ่งมีความกลัวมากเท่าไหร่ นั่นยิ่งมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะเทรดได้กำไร นักลงทุนมากมายกลัวที่จะเก็งกำไรในจุดที่ดี 5. การบริหารเงิน คือการสร้างความมั่นคั่ง Larry ยกตัวอย่างที่เขาเทรดจิงจากเงิน 3 แสนบาท เป็น 30 ล้านใน 1 ปี เขาเล่นเยอะขึ้นเมื่อกำไร และเล่นลดลงเมื่อผิดทาง เขาไม่ได้ใช้ skill การเทรดที่มากมายนัก 6. การทำเงินอย่างฉลาด จะไม่เดิมพันเยอะ เมื่อคุณเดิมพันเยอะ คุณจะสูญเสียเยอะ นักเก็งกำไรที่ยิ่งใหญ่หลายคนหมดตัวด้วยเหตุผลนี้ Larry บอกว่าเชื่อเขาเถอะ เขาเคยทำ มันไม่มีทางอยู่รอดจริงๆ เหมือน Russian Roulette ถ้าคุณเล่นบ่อยพอ มีเหตุผลเดียวคือหมดตัว คุณไม่สามารถอยู่รอดโดยปราศจากการควบคุมความเสียหาย 7.เชื่อว่าทุกการเก็งกำไร คือการขาดทุน หลักของข้อนี้คือ mindset สำหรับปกป้องเงินทุน นักเก็งกำไรส่วนใหญ่ต้องการชนะ ความคิดด้านบวกมันไม่ work หรอก เขาพร้อมจะปกป้องตัวเองทุกเวลา เขาจะไม่อยู่ในความหวัง หรือสิ่งที่มันไม่จริง 8. [...]