Tag - ภาพรวมเศรษฐกิจ

การลดภาษีตามอเมริกาจะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2019 รวมถึงการชะลอตัวของจีน จะทำให้ธนาคารทางเอเชียจะผ่อนคลายนโยบายทางการเงินต่อไป

เราเชื่อว่า การเจรจาของจีน อเมริกาจะสามารถตกลงกันได้ ในขณะที่ เรื่องของการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา ภัยคุกคามทาง internet และการอุดหนุนจากภาครัฐจะกินเวลาออกไป จนถึงปลายปีหรือต้นปีหน้า แต่ประเด็นที่น่าสนใจ คือ เรื่องของลดภาษีของอเมริกาในปี 2018 จะเป็นส่วนสำคัญในปี 2019 ที่จะทำให้ประเทศต่างๆทั่วโลกดำเนินรอยตาม ตามรูปแสดงให้เห็นว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เครื่องมือถูกใช้ทั่วโลกในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในปัจจุบัน ตัวโลกเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว รัฐบาลทั่วโลกกำลังเตรียมตัวลดภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ – รัฐบาลเยอรมัน กำลังวางแผนลดภาษี เพื่อรับมือกับการชะลอตัวในยุโรป ถึงแม้2-3 ปีหลังจะมีงบที่เกินดุลก็ตาม นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเยอรมันเคยใช้นโยบายแบบนี้มาแล้ว – อังกฤษ ก็เตรียมลดภาษีนิติบุคคลลงจาก 19% มาเป็น 17% ในปี 2020 – จีนก็เคยพูดถึงเรื่องนี้ จะช่วยเพิ่ม GDP ถึง 1% เลยทีเดียว – แคนาดาเสนอลดหย่อนภาษีใหม่ให้กับธุรกิจ – เนเธอร์แลนด์ กำลังลดภาษีนิติบุคคลลงจาก 25% เหลือ 21% – ออสเตรเลีย กำลังขยายมาตราการลดภาษี สำหรับบุคคลธรรมดา ธุรกิจขนาดเล็กและใหญ่ – ญี่ปุ่น เลื่อนการขึ้นภาษีออกไปปลายปี สรุป ในขณะที่เศรษฐกิจทั่วโลก เริ่มชะลอตัว ประเทศที่มีดอกเบี้ยต่ำมากๆ น่าจะดำเนินนโยบายตามอเมริกาในการลดภาษี โดยเฉพาะภาษีนิติบุคคล เพื่อที่จะกระตุ้นการลงทุน ถ้าความขัดแย้งในเรื่องการค้าขยายตัว และนักลงทุนเริ่มวิตกมากขึ้น นี่คือสิ่งที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลกรวมถึงเรียกความเชื่อมั่นคืนมาอีกด้วย การชะลอตัวของจีน น่าจะทำให้ประเทศในแถบเอเชีย ดำเนินนโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น จีนได้ผ่อนคลายนโยบายการเงินลงเล็กน้อย แต่เรายังเชื่อว่าจะมีการกระตุ้นที่มากขึ้นในช่วง2-3 เดือนหน้า ทั้งในส่วนการขยายสินเชื่อ และตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะทำให้ ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจกลับมาดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 ในขณะที่จีนกำลังชะลอตัวลง ประเทศเพื่อนบ้านก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย และด้วยเงินเฟ้อที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้ธนาคารกลางทางฝั่งเอเชียเลือกที่จะผ่อนคลายนโยบายทางการเงินมากขึ้นโดยคงดอกเบี้ย มากกว่าการขึ้นดอกเบี้ย เช่น อินโด เกาหลี ออสเตรเลีย ไตหวัน ฟิลิปปินส์ [...]

สังคมผู้สูงอายุในญี่ปุ่นไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด และโอกาสที่เสียไปจากการทำนายที่ผิดพลาด

สังคมผู้สูงอายุในญี่ปุ่นไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด และโอกาสที่เสียไปจากการทำนายที่ผิดพลาด ญี่ปุ่นเป็นประเทศนึงที่ประชากรมีอายุยืนยาวที่สุด นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แสดงถึงปัญหาของสังคมผู้สูงอายุ และเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจนไม่สามารถเติบโตต่อไปได้ หลายคนเชื่อว่า หนทางแก้ไขปัญหานี้คือ การเอา Robot เข้ามาช่วย ทดแทนแรงงานที่หายไป แต่ญี่ปุ่นกลับแก้ไขปัญหาได้ โดยตั้งแต่ปี 2012 ภายใต้การบริหารของ Abe ได้มีแนวทางการจัดการเรื่องนี้ 3 ข้อ 1. สนับสนุนให้ชายและหญิงทำงานนานขึ้นก่อนที่จะเกษียณ หรือกลับเข้าทำงานถ้าเกษียณไปแล้ว 2. สนับสนุนให้ผู้หญิงยังอยู่ในงานในขณะคลอดบุตร 3. อนุญาตใบทำงานกับแรงงานต่างประเทศอย่างเงียบๆในอุตสาหกรรมค่าแรงต่ำ ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ให้ citizenship ง่ายๆด้วย หลังจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ คนทำงานกลับไปใกล้เคียงกับยุค 70 โปรแกรมในการจ้างคนที่เกษียณไปแล้ว ประสบความสำเร็จมากมาย บริษัทต่างๆได้รายงานความสำเร็จ จากการรับคนเหล่านี้กลับเข้าทำงาน ทั้งความตรงต่อเวลา ระเบียบวินัย และเนื้องานที่ดีกว่าแรงงานอายุน้อย โปรแกรมเหล่านี้ยังรวมถึงในส่วนภาครัฐอีกด้วย การจ้างงานเหล่านี้ ทำให้ตัวเลขคนทำงานหญิง เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 69% ซึ่งเทียบเท่ากับค่าเฉลี่ยของประเทศที่เป็นเศรษฐกิจหลักของโลก และตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นมากมายเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่แล้วของญี่ปุ่น ในที่สุด ญี่ปุ่นก็เริ่มยอมรับ(อย่างเงียบๆ) แรงงานต่างชาติ ภายใต้โปรแกรมต่างๆ ทั้ง high and low skill ตอนนี้นักเรียนต่างชาติ ได้รับอนุญาตให้ทำงาน โดยเฉพาะชาวเวียดนามที่ไหลเข้าไปในญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก สรุป การวิเคราะห์และทำนายข้อมูลประชากรในภาพใหญ่ไปล่วงหน้าหลายปี หรือหลายสิบปี มักจะผิด คำแนะนำเพื่อหลีกเลี่ยงการลงทุนโดยอาศัยสมมุติฐานที่กว้างมากเกี่ยวกับประชากรศาสตร์ ทำให้นักลงทุนพลาดโอกาสในการลงทุนหรือเก็งกำไรที่ดี และเรามองค่าเงินเยนจะแข็งค่าขึ้นปานกลาง boyles Bigmove club ที่มา Guild

แนวโน้มตลาดโลกและหุ้นไทยปี 2562

แอดตัดของคุณทอม สรุปเอาไว้ดีมาก เนื้อหาคร่าวๆ แนวโน้มตลาดโลกและหุ้นไทยปี 2562 1. มองตลาดปี 62 เป็นขาขึ้น เพราะเศรษฐกิจจะโตอย่างเหมาะสม และไม่ร้อนแรงเหมือนปี 61 ทำให้การขึ้นดอกเบี้ยในอเมริกาจะขึ้นน้อย หรือไม่ขึ้น ทำให้ FED จะไม่ยุ่งกับนโยบายการเงินมากนัก 2. ค่าเงินดอลล์ในปี 62 จะอ่อนค่า เพราะยุโรปและ ญี่ปุ่นเลิกทำ QE และรวมถึง FED จะขึ้นดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด เราจะเริ่มเห็นเงินไหลเข้าตลาด EM อีกครั้ง 3. กองทุนต่างประเทศถือเงินสดเยอะมากตอนนี้ การที่ Valuation หุ้นทั่วโลกลดต่ำลง รวมถึงไทยที่มี PE 13 ที่ระดับ 1600 จะทำให้กองทุนกลับเข้ามาซื้อหุ้นอีกครั้ง 4. ไทยจะมีการเลือกตั้งและทิศทางนโยบายในอนาคตของไทย 5. ในเรื่องของ BRexit จะกระทบไทยไม่มาก เนื่องจากเศรษฐกิจยุโรปโดยภาพรวมยังถือว่าดูดี 6. หุ้นที่น่าสนใจ คิดว่าธนาคาร เพราะรายได้สม่ำเสมอ และ PBV ต่ำ ไม่มี discount เมื่อเงินต่างชาติไหลเข้าหมวดนี้ น่าจะถูกฝรั่งเข้าซื้อ รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายใน เนื่องจากการเลือกตั้ง   Boyles Bigmove club   เนื้อหาเพิ่มเติมเข้าไปดู http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=1&t=62278&fbclid=IwAR3ah2CB9XP3xQoBYVmI7xmv6xAjHcgXnFGyQhot9TUJqUV3SzPaYX4ADWg   หรือในเฟส Money Talk VDO ฉบับจริงยาวมาก

มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ 7 มค 2562 แอดสรุปให้

มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ 7 มค 2562 แอดสรุปให้1. เดือนมกราเหมือนจะมี Jaunary Effect ตามสถิติ2. ตอนนี้ ตลาด Future ของ FED Fund… Posted by ข่าวสารการลงทุน – Bigmove Club News on Monday, January 7, 2019 มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ 7 มค 2562 แอดสรุปให้ 1. เดือนมกราเหมือนจะมี Jaunary Effect ตามสถิติ 2. ตอนนี้ ตลาด Future ของ FED Fund มองไปถึงการลดดอกเบี้ย 0.5% 2019 ซึ่งจะเกิดขึ้นถ้า อเมริกามีการเพิ่มขึ้น Unemplayment rate (แอดคิดว่าถ้าเป็นจริง น่ากังวลเลย เพราะ อัตราดอกเบี้ยอาจเป็น peak แสดงใกล้ Recession และ FED เพิ่งเป็น statement เป็น Unemployment เป็น Remain low ด้วย) 3. มองการปรับตัว EM ในปี 2019 และฟื้นตัวของ DM เนื่องจากสถาบันถือเงินสดเยอะ (อันนี้ แอดคิดว่า ต้องรอดูผลการเจรจาจีน อเมริกา และตัวเลขเศรษฐกิจจีนและยุโรปประกอบ นักลงทุนสถาบันทั่วโลกจึงเริ่มนำเงินมาลงทุนอีกครั้ง) 4. การที่ [...]

สรุปมุมมอง ดร. วิศิษฐ์ 2-4 มค 62

สรุปมุมมอง ดร. วิศิษฐ์ 2-4 มค 621. มอง Target ตลาดโลกราวๆ 15% ความเสี่ยงในเรื่องวิกฤตยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด2…. Posted by ข่าวสารการลงทุน – Bigmove Club News on Wednesday, January 2, 2019 สรุปมุมมอง ดร. วิศิษฐ์ 2-4 มค 62 1. มอง Target ตลาดโลกราวๆ 15% ความเสี่ยงในเรื่องวิกฤตยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด 2. มีแนวโน้มเกิด January Rally ในหุ้นไทย โดย 5 ปีหลัง สถาบันซื้อเฉลี่ย 3,000-10,000 ล้าน 3. เงินปันผล 3.3% สูงสุดในรอบ 3 ปี (forward)หุ้นปันผลจะดี 4. อเมริกากับจีนน่าจะตกลงกันได้ Bottom น่าจะเกิดเดือนมีนา 5. จับตากระตุ้นเศรษฐกิจของจีน และนโยบายประเภท Unconventional policy การปรับลดภาษีของจีนอาจจะใหญ่ถึง RMB 1.3 ล้านล้าน หรือ 1.4% ของ GDP จะทำให้หุ้นเอเชียวิ่งแรง ที่มา Trinity โดย ดร.วิศิษฐ์ Boyles Bigmove Club

ดร.นิเวศน์บอก อวสารตีแตก ยุคทองของตลาดหุ้นกำลังจะจบ

ดร.นิเวศน์บอก อวสารตีแตก ยุคทองของตลาดหุ้นกำลังจะจบ แต่ยังลงทุนได้ใช้เวลาหน่อย สร้างความมั่นคั่งแบบค่อยเป็นค่อยไป แนะนำลองดูครับ บทความด้านล่างเลยครับ แอดตัดต่อมาให้ของ ดร. Boyles Bigmove Club ดร นิเวศน์ บอกว่าหมอพงษ์ศักดิ์เปรียบเทียบเป็นลูกตุ้ม ผมก็มีเปรียบเปรย แข็งบนอ่อนล่าง ทุกวันนี้เศรษฐกิจไทยบางคนพูดว่าดีมาก แต่อีกที่ หลายคนที่บอกว่าไม่ดี ผมว่าสถานการณ์คล้ายกัน ตลาดลบ -9% ตัดปันผลก็ -6% ลงทุนในSET50 ลบแค่-6% หักปันผลก็ลบแค่-3% แต่ว่าเราลงทุนหุ้นขนาดเล็กและกลาง กองทุนsmall cap ได้คะแนน -32%และปันผลนิดเดียว ทำไมผลตอบแทนต่างกันมาก ตลาดหุ้นMAI ก็ลบ30กว่า% หุ้นตัวใหญ่ 10 ตัวแรกลบแค่3% กลุ่มนึงที่ผมทำขึ้นมาเอง ดัชนีหุ้นนางฟ้า นี่คือหุ้นที่ฮอตมาก ราคาขึ้นเป็น 10เท่าและตกแรง ปีนี้ 10 ตัวที่คัดเองดูจากราคาที่ขึ้นและลงแรง ปรากฏว่าลบโดยเฉลี่ยไป -52%ทำให้บางคนเจ็บมาก ทำไมต่างกันอย่างนี้ เหมือนตลาดหุ้นบ้านเราแบ่งเป็นสองตลาด แต่อยู่ในตลาดเดียวกัน ไม่มีใครแยกว่าเป็นคนละกลุ่ม หุ้นเล็กซึ่งถือโดยนักลงทุนรายย่อยเจ็บหนัก มองย้อนหลัง อะไรหลายอย่างแยกเป็นสองอย่างเช่น คนรวย รู้สึกดี แต่คนจนรู้สึกแย่มาก ที่US คนกลุ่มนึง คิดว่าทำไมมีนโยบายแบบนี้ แต่อีกกลุ่มเชื่อในนโยบายแบบนี้ มีการแยกมาจากsocialแบ่งแยกออกเป็น 2 กลุ่ม นาทีนี้ถือว่าเป็นอวสาน หรือ รอบที่ขึ้นมาแรงที่ทำให้รายย่อยรวยขึ้นมาเร็ว ตอนนี้เริ่มลงมา หุ้นขนาดใหญ่ขึ้นมาสองปีซ้อน ปีนี้พึ่งมาลบ แนวโน้มที่รายย่อย เจอยังไม่สุด ลูกตุ้มยังไม่สุด ต่อจากอวสาน ก็เอาไปฝัง รายย่อยที่US โดนฝังไปแล้ว บ้านเราตอนนี้ นักลงทุนรายย่อยซื้อขายต่อวันน้อยกว่านักลงทุนต่างประเทศแล้ว สุดท้ายนักลงทุนรายย่อยค่อยๆหายไป ผู้หญิงจะค่อยๆเข้ามาลงทุนผ่านกองทุนรวม โดยวิธีDCA (Dollar cost average) ผู้ชายจะลงทุนลดลง เหมือนเมืองนอก ยอมรับความจริงที่โอกาสทองคล้ายน่าจะใกล้หมดแล้ว โอกาสหวือหวามากๆจะยาก หุ้นขนาดใหญ่ๆจะเป็นตัวนำ ไม่มีใครลงทุนในหุ้นตัวเล็ก หมดยุคทอง อวสานเรียบร้อย เป็นช่วงท้ายที่คนมาฟังสัมมนา มาเฮฮา มาสังคมกัน หวังเป็นเซียนน้อยลงมาก ตอนเขียนหนังสือ ตีแตก ในช่วงที่ดี เคยพูดที่สิงคโปร์ คนตื่นตากันว่านักลงทุนรายย่อยทำไมได้ผลตอบแทนดีมาก แต่ไม่ได้บอกว่าพวกเราจะเป็นแบบนี้ แต่ต้องลดความทะเยอทะยาน เลือกหุ้นที่ปลอดภัยไว้ก่อน วิธีการลงทุนก็เปลี่ยนไป อย่าไปเลือกหุ้นที่เชียร์กัน [...]

ทำไมหุ้นอเมริกาถึงตกแรงในเวลานี้ (21 Dec 2018)

ทำไมหุ้นอเมริกาถึงตกแรงในเวลานี้ (21 Dec 2018) ถึงแม้ผลประกอบการจะออกมาดี แต่เราเชื่อว่ามี 3 เหตุผล 1. สงครามการค้า 2.ผลกระทบจากความอ่อนแอในฝั่งยุโรปและเอเชีย 3. ดอกเบี้ยพันธบัตรระยะสั้นของอเมริกาขึ้นมาเยอะ และยังมีแนวโน้มจะขึ้นต่ออีกในปีหน้า และความเสี่ยงก็ยังน้อยกว่าตลาดหุ้น ผลตอบแทนพันธบัตรอเมริกา 2 ปีขึ้นมาระดับ 2.8% ซึ่งมากกว่า S&P ที่ 2.1% ทำให้นักลงทุนหลายคนคิดว่า ในสภาพที่ตลาดผันผวนแบบนี้ ถือพันธบัตรเอาไว้เฉยๆไม่ดีกว่าเหรอ แล้วยังได้ดอกเบี้ยไม่แพ้ตลาดหุ้นอีกด้วย ตลาดร่วงแรงมาก ถึงแม้จะมีการปรับดอกเบี้ยในปี 2019 ให้ขึ้นเพียง 2 ครั้ง เหตุผลคือความกังวลของการเติบโตที่ลดลง ทำให้คาดเดาว่าภาวะถดถอย อาจจะมาก่อนจบปี 2019 อย่างไรก็ดี เรามองว่าเรายังไม่เห็นภาวะถดถอยในปี 2019 แต่เราเห็นว่าเศรษฐกิจทั่วโลกในปี 2019 จะอ่อนแอลง จนทำให้ตลาดอเมริกาได้รับผลกระทบตามไปด้วย เรามองว่าในปี 2019 จะเป็นปีที่ผันผวนอีกปี แต่สุดท้ายหุ้นน่าจะปิดที่ระดับบวกได้ ถ้านับจากระดับหุ้นที่ต่ำลงเล็กน้อยในปัจจุบัน และการลงทุนในช่วงนี้ เราอาจต้องรอให้มีมุมมองด้านบวกเกิดขึ้นก่อนเข้าลงทุน ในส่วนของยุโรป ถ้า BREXIT มีความคืบหน้า หุ้นอังกฤษและค่าเงินปอนด์จะดูน่าสนใจ เราจะจับตาอย่างใกล้ชิด แต่ในส่วนยุโรป การเริ่ม QT(Quantitative Tightening) จะส่งผลด้านลบต่อตลาดหุ้น และในส่วน Emerging market จนกว่า Dollar จะอ่อนตัวอย่างจริงจัง ตลาดหุ้น EM ถึงจะทำผลงานได้ดี เราชื่อชอบตลาดอินเดีย รวมถึงตลาดพันธบัตรบราซิล ส่วนทองถ้าดอลล่าห์ยังแข็ง อาจจะทำขึ้นเพียงเล็กน้อยในปี 2019 boyles bigmove club ที่มา Guild

ภาพรวมเศรษฐกิจโลก และค่าเงินดิจิตอล 21 กค 2560

ภาพรวมเศรษฐกิจ และค่าเงินดิจิตอล 21 กค 2560 1. การใช้ค่าเงินดิจิตอลกำลังเพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังจับตามันอยู่หรือเปล่า? การขยายตัวของค่าเงินดิจิตอลเพิ่มขึ้นเร็วมาก รวมถึงการระดมทุน (ICO) ในค่าเงินดิจิตอลด้วย ในส่วนของ Bitcoin เอง ก็ประสบปัญหาในเรื่องของเทคนิค จากการที่มี Volume เพิ่มขึ้นอย่างรวเร็ว แต่ที่สำคัญที่สุด คือ ผู้ควบคุมกฎ(น่าจะหมายถึงธนาคารกลาง)จะเริ่ม ไม่มีความสุขกับเรื่องพวกนี้หรือเปล่า ไม่ว่าค่าเงินดิจิตอลจะปรับตัวเข้าหา หรือ ยังยืนกรานในสิ่งที่มันเป็น จะเป็นสิ่งที่กำหนดอนาคตสำหรับพวกเขา นักเก็งกำไรควรจะเฝ้าระวังกฏระเบียบอย่างใกล้ชิด (สรุปคร่าวๆก่อน จะขยายความในส่วนด้านล่างเพิ่ม) 2. การวิจัยโรคมะเร็ง นักวิทยาศาสตร์ของสแตนฟอร์ด สร้างเครือข่ายประสาทเทียม ซึ่งทำให้วิจัยโรคมะเร็งได้ดีกว่าแพทย์ผิดหนัง นี้คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่สำคัญของการพัฒนาในโลกของความเป็นจริงโดยใช้ AI(Artficial intelligence) 3. Blockchain สามารถช่วยประเทศเล็กๆได้อย่างไร หลังวิกฤต ภาระและค่าใช้จ่าย สำหรับประเทศเล็กๆหรือองค์กรการกุศล ในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นต้นทุน กฎระเบียบ ของการทำธุรกรรมในประเทศที่มีการแบน(การทำธุรกรรมจะแอบทำกันลับๆซึ่งมีผลต่อต้นทุน) เทคโนโลยีที่จะช่วยประเทศเล็กๆเหล่านี้คือ Bitcoin หรือเทคโนโลยี Blockchain ธนาคารขนาดใหญ่หลายธนาคารกำลังพัฒนา bloackchain เพื่อที่จะลดต้นทุน 4. ภาพรวมตลาดโลก ตลาดกำลังวิตกกับ FED ที่กำลังวางแผนขายพันธบัตร (ลด QE) แต่เราเชื่อว่า นโยบายที่สำคัญที่สุดของ FED คือการทำให้ตัวเลขการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น มากกว่าการควบคุมเรื่องเงินเฟ้อ เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อทั่วโลกยังอยู่ในระดับที่ต่ำ การเพิ่มดอกเบี้ย น่าจะยังไม่เร็วมากนัก เพราะจะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และนโยบายของทรัมป์ ในเรื่องภาษีสำเร็จ จะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้น จนกว่าจะถึงตอนนั้น หรือจนกว่าเศรษฐกิจจะแข็งแกร่ง เราไม่เชื่อว่าจะมีการเทขายพันธบัตรออกมาเยอะ อัตราการขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นไปแบบช้าถึงปานกลาง ถ้านโยบายภาษีผ่าน ตลาดหุ้นจะขึ้นด้วยอัตราที่เร็วกว่าเดิม เราแนะนำซื้อหุ้นเติบโตในหมวดเทคโนโลยี ไบโอเทค ธนาคาร และหมวดการเงิน ตลาดเกิดใหม่ที่เราชื่นชอบ คือ อินเดีย จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ไทย และสิงคโปร์ ที่เป็นฐานการผลิตเป็นหลัก ไม่ได้ส่งออก Commodities เป็นหลัก [...]