Tag - ข่าว

การท่องเที่ยวล่าสุด ปี 2018 ออกมาขยายตัว 7.5% เพิ่มเป็น 38.2 ล้านคน

การท่องเที่ยวล่าสุด ปี 2018 ออกมาขยายตัว 7.5% เพิ่มเป็น 38.2 ล้านคน ขนาดปีที่แล้ว บ่นกันอุบว่านักท่องเที่ยวหาย แต่ตัวเลขออกมายังถือว่าใช้ได้ เพราะตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ค่าเงินจีนอ่อนค่า + เงินบาทเราไม่ค่อยอ่อน ทำให้ได้รับผลกระทบ แต่ก็ยังโตแบบอืดๆมาได้ สุดยอดจริงๆ ตอนนี้ค่าเงินจีนเริ่มแข็งค่าขึ้น ถึงจะยังไม่เยอะ แต่ก็น่าจะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยว ที่เหมือนน่าจะผ่านจุดเลวร้ายมาระดับนึง น่าจะมีโอกาสเห็นเป้า การขยายตัวในปีที่ 7% ตามที่ท่านรัฐมนตรีออกมาบอก   Boyles Bigmove Club   https://www.bangkokpost.com/business/tourism-and-transport/1619182/thailand-welcomed-record-38-27-million-tourists-in-2018

สิ่งที่น่าลงทุนในตลาดโลก ในช่วงครึ่งปีแรก 2019

สิ่งที่น่าลงทุนในตลาดโลก ในช่วงครึ่งปีแรก 2019 ตราบเท่าที่ยังไม่มีสัญญาณการเกิด Recession เราเชื่อว่าตลาดจะยังคงผันผวนต่อไป จนกว่าจะได้ความชัดเจนในเรื่องการเติบโตของ เศรษฐกิจยุโรปและจีน ก่อนที่จะเดินหน้าต่อ เรายังเชื่อว่าตลาดยังไม่เป็นขาลง ความต้องการพันธบัตรจะเพิ่มสูงขึ้น เพราะในระหว่างที่นักลงทุนกำลังรอความชัดเจน ก็ยังสามารถที่จะได้ดอกเบี้ยไปด้วย เราแนะนำให้ลงทุนเพียง 20-30% ในระหว่างที่ติดตาม recession ที่อาจจะเกิดในปี 2019 2020 หรือจนกว่าจีนกับ อเมริกาจะมีความชัดเจน เราคิดว่า ตลาดที่น่าสนใจจะเป็น บราซิล ทอง ค่าเงินเยน และประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศ และถ้าวิกฤตยังไม่มีแนวโน้มในต้นปี 2020 ตลาดอเมริกาก็น่าสนใจเช่นกัน ทอง ขึ้นมาแรงเพราะความขัดแย้งของสงครามการค้า รวมถึงการเติบโตของจีนที่แย่ลง ทองน่าจะมีเป้าที่ระดับ 1350 ในปี 2019 และถ้า Dollar ร่วงก็อาจจะวิ่งมากกว่านี้เช่นกัน รวมถึงค่าเงินอื่นๆด้วย ค่าเงินเยน เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มเติบโตช้า รวมถึงเงินเฟ้อที่ไม่น่าจะเข้าเป้า รวมถึงค่าเงินเยนยังอ่อนค่ามาหลายปี ปีนี้ดุน่าสนใจ อินเดีย น่าสนใจเช่นกัน หลังจากที่มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกค่อนข้างต่ำ การส่งออกของอินเดียไม่ได้เน้นทางส่งออกสินค้า แต่เน้นงานบริการ และการบริโภคภายในก็เยอะด้วย สิ่งที่น่ากังวลในช่วงต้นปี 2019 เราคิดว่า จะเป็นตลาด US ยุโรป จีน ยุโรปดูจะมีปัญหาระบบธนาคารที่อ่อนแอ เศรษฐกิจโตช้ามากๆ รวมถึง BRexit ด้วย จีนก็ยังมีปัญหาเรื่องหนี้สิน หรือ Shadow banking การลดหนี้เสียเหล่านี้ ทำให้ GDP จีนเติบโตลดลงมาหลายปีหลัง ในปัจจุบันจีนเริ่มที่จะผ่อนผัน ในอนาคตที่เราต้องติดตามจีนมีโอกาสเติบโตได้ดีอีกครั้ง ตามสถิติแล้ว หลังจากที่จีนพยายามจะกระตุ้นจะใช้เวลาราวๆ 9 เดือน ซึ่งน่าจะตรงกับราวๆ กลางปี 2019 ซึ่งจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ Boyles Bigmove Club ที่มา Guild  

ภาพรวมตลาดอเมริกา และตลาดโลก ค่าเงิน ทอง และวิกฤต ปี 2019

ภาพรวมตลาดอเมริกา และตลาดโลก ค่าเงิน ทอง และวิกฤต ปี 2019 เราคาดว่าปี 2019 น่าจะเป็นปีที่ดีของอเมริกา ถึงแม้ว่าการเติบโตจะลดไปบ้างก็ตาม คาดการเติบโตของบริษัทต่างๆน่าจะ 7% คำถามใหญ่ ปี 2020 จะเกิดวิกฤตหรือไม่ เราเชื่อว่า 2019 2020 วิกฤตจะไม่เกิดในอเมริกา แต่กลุ่มที่ต้องจับตาคือยุโรปและจีน ถึงแม้ยังไม่มีสัญญาณน่ากลัวใดๆ แต่ยุโรปก็เริ่มมีอัตราการเติบโตที่ต่ำเพียง 1% ในขณะที่จีน 6% แต่เราเชื่อว่าตัวเลขจริงๆ น่าจะแค่ 4% และ US โต 2.5% สำหรับค่าฌแลี่ยการเติบโตในรอบ 10-15 ปีหลังต้องบอกถือว่าดี เรื่องเงินเฟ้อ ผลกระทบน่าจะอยู่ในกลุ่มประเทศ Emerging market กลุ่มเหล่านี้ส่วนใหญ่ต้องการลดค่าเงินเพื่อการส่งออก และเงินอาจจะเฟ้อขึ้นไปถึง 4% นั่นจะทำให้ความต้องการทองเพิ่มขึ้นในประเทศเหล่านี้ ส่วนประเทศพัฒนาแล้ว เราเชื่อเงินเฟ้อจะอยู่ระดับปานกลาง ญี่ปุ่นจะมีปัญหาเงินเฟ้อไม่ถึงเป้า ตลาดอเมริกา เราเชื่อว่า 2019 จะยังผันผวนต่อไป แต่เรายังไม่สัญญาณตลาดขาลง แต่เราเชื่อว่า ครึ่งปีแรกตลาดจะยังปรับฐานอยู่ แต่ถ้ามีสัญญาณการเกิดวิกฤตในช่วงต้นปี 2020 การปรับฐานในตลาดอเมริกาอาจจะนานกว่านั้น ค่าเงิน US dollar จะอ่อนค่าลงเล็กน้อย ในขณะที่ค่าเงินบราซิล และญี่ปุ่นจะแข็งค่าขึ้น และเราเชื่อว่า เงินเยนจะน่าลงทุนในปี 2019 ทอง เราเชื่อว่า ปี 2019 จะเป็นปีที่ดีของทอง เราเชื่อว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น รวมถึงการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ และการโกงของผู้มีอำนาจทั่วโลกทั้ง อาร์เจนติน่า อินเดีย จีน ทำให้ความต้องการทองเพิ่มขึ้นจากการหลบเลี่ยงการตรวจสอบ Boyles Bigmove Club ที่มา Guild

Statement ที่เปลี่ยนไปของ FED DEC 2018

Statement ที่เปลี่ยนไปของ FED DEC 2018 ปีหน้าคาดการณ์ขึ้น 2 ครั้ง ปี 2020 ขึ้นอีก 1 ครั้ง ดูๆแล้วก็น่าจะดีกับบตลาดหุ้นนะ แต่หุ้นลง เท่าที่ดีก็คงมี 2 ประเด็นคือเรื่อง GDP ที่ปรับลดลงคือ 3% ในปีนี้ และ 2.3 ในปีหน้า และ 2563 ที่ 1.8% นั่นคือ 2018 คือปีที่เป็น peak ของ GDP อเมริกานั่นเอง ส่วนที่สองน่าจะเป็นตัวเลขการว่างงาน ที่ statement เปลี่ยนจาก decline มาเป็น remain low นั่นคือ ตัวเลขการว่างงานอาจจะไม่ได้ต่ำกว่านี้เท่าไหร่แล้ว และคาดการณ์ว่า ตัวเลขนี้จะปรับตัวเพิ่มขึ้น ในปี 2563 และเยอะขึ้นอีก 2564 ส่วนนี้ statement เปลี่ยนชัดเจน มันยากที่จะสรุป Crisis ในอนาคต แต่ดูเหมือนเราจะเดินเข้าใกล้เรื่อยๆ โดยเฉพาะในอีก 2 ปีข้างหน้า น่าจะเป็นสาเหตุให้เมื่อวานนักลงทุนรู้สึกกังวลจาก statement และเทขายก็ได้ Boyles Bigmove Club

อวสานของนักลงทุนรายย่อย

วันนี้ ได้อ่านบทความของ ดร. นิเวศ ทำให้ได้เห็นวัฐจักรของตลาดหุ้น อวสานของรายย่อยน่าจะหมายถึง การเปลี่ยนแปลงการลงทุนไปสู่กองทุน มากขึ้น พาดหัวดูน่ากลัว แต่พออ่านก็ไม่ได้น่ากลัวมาก ตลาดก็ยังลงทุนได้ แต่การเติบโตแบบก้าวกระโดดแบบ VI คงยากขึ้นในยุคนี้ การลงทุนที่หวังผลตอบแทนที่เหมาะสม และอยู่กับความเป็นจริงจะทำให้เราได้กำไรอย่างยั่งยืน เอาจริงๆระดับผลตอบแทนในตลาดหุ้นปัจจุบันก็ไม่ได้เรียกว่าถูก แต่ก็ยังให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าพันธบัตร และอัตราดอกเบี้ย ส่วนเรื่อง Fundflow ต่างชาติก็ต้องบอก ถ้าดอลล่าไม่อ่อนมากๆ หรือ อัตราดอกเบี้ยของอเมริกายังอยู่ระดับสูงแบบนี้ ก็ดูจะยากมากๆที่จะเห็น Flow ไหลเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง ส่วนนี้ก็คงต้องพุ่งเป้าไปที่จีน ไม่ว่าจะ deal กับอเมริกาหรือกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ในปีหน้าตลาดน่าจะชัดเจนมากขึ้นในเรื่องราวๆต่างๆ หลังจากปีนี้ ดูมัวๆตลอดทั้งปี ดังนั้นช่วงนี้ ก็คงต้องเล่นแบบ Defensive ไปก่อน แต่ตลาดจะเป็นขาลงไหม แอดคิดว่าน่าจะยังไม่เป็น ถ้ามี Panic อาจจะมีระยะสั้นๆบ้าง ลองไปอ่านบทความ ดร.นิเวศ ได้มุมมองที่น่าสนใจหลายประเด็นอยู่ วันนี้ ได้อ่านบทความของ ดร. นิเวศ ทำให้ได้เห็นวัฐจักรของตลาดหุ้น อวสานของรายย่อยน่าจะหมายถึง… Posted by ข่าวสารการลงทุน – Bigmove Club News on Tuesday, December 11, 2018   Boyles Bigmove Club   อวสานของนักลงทุนรายย่อย   สัปดาห์ที่แล้วช่องทีวี “Money Channel” ของตลาดหลักทรัพย์ได้ประกาศปิดตัวลงอย่าง “กระทันหัน” หลังจากเปิดดำเนินการมา 13 ปี วันที่เปิดตัวนั้นผมเองยังจำได้ว่าตนเองไปร่วมงานและเป็นสมาชิกคนหนึ่งที่เข้าไปร่วมทำรายการ “Money Talk” บรรยากาศในวันนั้นผมเองรู้สึกถึง “พลัง” ของนักลงทุนรุ่นใหม่ที่เริ่มเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ สถานีโทรทัศน์ที่เน้นแต่เรื่องการเงินการลงทุนเพียงอย่างเดียวนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีคนจำนวนมากต้องการดูต้องการศึกษาหาข้อมูล ในเวลานั้นนักลงทุนส่วนบุคคลเองก็ยังไม่มากนักแต่ดูเหมือนว่าการเติบโตกำลังพุ่งขึ้น [...]

เรื่องทรัมป์กันนิดนึงนะครับ ผมขอสรุปคร่าวๆ

มาพูดเรื่องทรัมป์กันนิดนึงนะครับ ผมขอสรุปคร่าวๆละกันนะครับ อย่างเร็วๆ 1. นโยบายส่วนใหญ่ของทรัมป์จะค่อยๆเป็น ค่อยๆไป ส่วนที่น่าจะเร็วที่สุดคือการลดภาษี 2. แบงก์เล็กในอเมริกา จะได้ผลประโยชน์ 3.เงินทุนในอสังหาของจีน หมุนเข้าตลาดหุ้น หุ้นจีนขึ้น 20% จากเดือนกุมภา ตลาดหุ้นจีนเข้าสู่กระทิง 4. จีนจะลดการผลิตถ่านหินสู่ตลาดโลก นโนบายของทรัมป์ และจีนในการลงทุน สาธารนูปโภคพื้นฐาน จะทำให้ถ่านหิน และเหล็กมีความต้องการเพิ่มขึ้นในช่วง 10 ปีข้างหน้า 5. หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสาธารนูปโภคพื้นฐาน จะได้ผลประโยชน์ 6. ประเทศในกลุ่ม Emerging market จะมีทั้งได้รับ และไม่ได้รับผลกระทบ สำหรับตลาดจีนที่มีความสำคัญในหมวดนี้ เริ่มกลับเข้าสู่ขาขึ้นอีกครั้ง 7. ตลาดยุโรป ดูน่าสนใจน้อยที่สุด เพราะอาจจะมีประเทศที่ต้องการออกตามอังกฤษ แต่กลับกัน ประเทศอังกฤษกลับดูน่าสนใจอีกครั้ง จากค่าเงินที่เริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง 8. อเมริกาใต้ ยังมีปัญหาจากค่าเงิน dollar แข็งค่า ถ้า Dollar เริ่มหยุดแข็ง ประเทศแถบนี้ ก็น่าจะวิ่งกลับขึ้นมาได้ 9. นโยบายของทรัมป์ส่งผลลบต่อทอง ทั้งเรื่องการจ้างงานในอเมริกาที่จะเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจอเมริกาจะเริ่มดีขึ้น รวมถึงค่าเงิน Dollar ที่จะ pressure ทองต่อไป 10. เงินจากทั่วโลกไหลเข้าอเมริกา จากดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากนโยบาย และค่าเงินที่ไม่อ่อน หุ้น domestic ในประเทศอเมริกาน่าสนกว่าหุ้น value (Russell ขึ้นดีสุด) 11. ในช่วงนี้ไปอีก 2-3 อาทิตย์เรายังคาดว่า หุ้นจะยัง bullish แต่หลังจากทรัมป์ได้รับการแต่งตั้ง จะมีคำถามมากมาย ถึงความเป็นไปได้ในนโยบายค่างๆ และหุ้นอาจจะเริ่มย่อ 12. เรามองว่า ตลาดอื่นที่ไม่ใช่ US จะไม่ได้ Bullish ในขณะที่ Dollar [...]

ความพินาศของเกาะ ปาล์มที่ดูไบ เขาใช้เงินเกินตัวอย่างไร

พอดีไปอ่านเจอบทความเกี่ยวกับวิกฤตดูไบ อ่านเข้าใจง่ายดี เลยเอามาให้อ่านกัน แหล่งที่มา http://www.oknation.net/blog/sigree/2009/11/30/entry-1 ตอนผมอยู่ที่ดูไบนั้น เกาะปาล์มถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่อยากไปเยือนที่สุด จะว่าไปผมทำงานใกล้เกาะ 2 ใน 3 เกาะ แต่กว่าจะได้ไปเยือนจริงๆก็ตอนใกล้จะกลับ ไทย และผมได้ไปเยือนเกาะปาล์มเพียงแห่งเดียวคือ ปาล์ม จูไมร่า และถือเป็นปาล์มต้นเดียวที่เสร็จสมบูรณ์จริงๆ จะว่าไปผมไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่นัก มีเพียงอ่างเลี้ยงปลาวาฬเท่านั้นที่ทำผมตะลึง ที่เหลือมันไม่ประทับใจเท่าไหร่เลย จะว่าไปบ้านบนนั้นมันเรียงจนเหมือนบ้านจัดสรรราคาถูกทั้งๆที่เป็นร้อยล้าน ดูสิครับ ในขณะที่ปาล์มต้นที่ 2 เจเบอาลี เคยเห็นแต่ไม่เคยเข้าไปเพราะยังไม่สมบูรณืครับ และปาล์มต้นนี้คือ จุดเริ่มความพินาศ หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม เกาะแห่งนี้คือจุดเริ่มของความพินาศ ต้องย้อนกลับไปต้นแรกก่อนครับ ปาล์ม จูไมร่า นั้นขายหมดในเวลาไม่นานนัก หากจำไม่ผิดจะขายหมดใน 1หรือ 2 วันนี้แหละครับ ทำให้เจ้าผู้ครองนครดูไบตัดสินใจสร้างปาล์มต้นที่ 2 คือเจเบลอาลีแห่งนี้ แต่……..เจเบลอาลีเป็นเกาะที่ต่างจาก จูไมร่า เกาะแรกอย่างสิ้นเชิง จูไมร่า นั้นตั้งบนหาดทรายสีขาว จูไมร่าบีซที่มีซื่อไปทั่วโลก น้ำทะเลที่ใสราวกระจกเพราะเป็นเขตที่มีหอยมุก(อันดามันเราก็มีหอยมุกและน้้ำใส) นอกจากนี้บริเวญโดยรอบ ยังเป็นที่พักอาศัยและสำนักงานชั้นดี เมืองมหาวิทยาลัย หากจำไม่ผิด เอมิเรต ฮิล ที่ตั้งบ้านทักษิณก็อยู่ใกล้ๆเกาะนี้ แต่ เจเบลอาลีไม่ความหยิ่งผยองในโครงการแรกทำให้ เจเบลอาลีใหญ่กว่าเกาะแรก ทำให้หรูกว่า แพงกว่าแต่ที่ตั้งงี้เง่าที่สุดเท่าที่จะนึกถึง เจเบลอาลีอยู่ในเขตอุตสาหกรรมและท่าเรือ มีทั้งไอพิษ น้ำเน่าปนเปื้อนเคมี คราบน้ำมันและอิ่นๆโครงการนี้จึงล้มไม่เป็นท่า แต่ แทนที่เชคแกจะยอมรับ แกมองไปว่าต้องสร้างความน่าดึงดูดใจกว่านี้คนถึงเข้ามา แกจึงสร้างเกาะรุปเสี้ยวจันทร์ล้มไปให้ใหญ่ขึ้นเห็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่เป็นรูปตัว U [...]

วิกฤตดูไบ และ ฮานอย สะท้อนภาพ “ศก.โลก”

พอดีได้ไปอ่านเจอบทความที่เกี่ยวกับวิกฤตดูไบ หลังจากเกิด panic sell ในวันที่ 27 – 11 – 2009 ตลาดฮ่องกงลดลงเกือบ 5 % (และเด้งขึ้นมาเท่าเดิมใน 2 วันถัดมา) ตลาดเอเชีย และยุโรปลดลงเฉลี่ย 3-5 % แต่ประเทศไทยกลับลดลงไม่ถึง 1% แต่ก็พอเข้าใจเพราะก่อนหน้านี้ก็ลงมาหนักเหลือเกินไม่เหมือนชาวบ้านเขา หลังจากดูไบขอประกาศปรับโครงสร้างหนี้ หรือเลื่อนการชำระหนี้ ไม่มีใครรู้อนาคต ว่านี้จะเป็นเค้าลางไม่ดีที่เริ่มเตือนนักลงทุนทั่วโลกหรือเปล่า อันนี้มีคนโพสต์เอาไว้ใน pantip http://www.oknation.net/blog/sigree/2009/11/30/entry-1 ดูไบ”วิกฤต “ฮานอย”สาหัส สะท้อนภาพ “ศก.โลก”ยังง่อนแง่น ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเกิดภาวการณ์แตกตื่นขึ้นในแวดวงเศรษฐกิจทั่วโลก ถล่มตลาดหุ้นระนาวตั้งแต่ยุโรปเรื่อยมาจนถึงเอเชีย สาหัสขนาดดัชนีของแต่ละประเทศดำดิ่งลงถึงระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนก็มี เหตุการณ์เขย่าขวัญที่ว่านั้นมีตั้งแต่เรื่องใหญ่คับโลกอย่างการประกาศขอเจรจาพักชำระหนี้ของดูไบ หนึ่งใน 7 รัฐอิสระ หรือเอมิเรตส์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ส่วนอีกหนึ่งนั้นเป็นภาวะเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอุษาคเนย์อย่างเวียดนาม ที่กำลังดิ้นรนอย่างหนักเพื่อเอาชนะภัยคุกคามที่กำลังกดดันเศรษฐกิจของทั้งประเทศอยู่ ดูไบ เป็นหนึ่งใน 7 รัฐที่ประกอบกันขึ้นเป็นยูเออี ประเทศที่มีน้ำมันดิบ สำรองอยู่มากเป็นอันดับ 8 ของโลก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ทุกรัฐในยูเออีจะมีทรัพยากรธรรมชาติที่ทรงคุณค่าอย่างน้ำมันอยู่ ดูไบ เป็นหนึ่งในรัฐที่ไม่มีน้ำมันอยู่ นั่นทำให้ ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล-มัคทูม ผู้ปกครองแห่งดูไบ จำเป็นต้องคิดอะไรที่แตกต่างออกไปเพื่อพัฒนาและยกระดับประเทศตนเป้าหมายของดูไบก็คือ การกลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการเงินแห่งตะวันออกกลาง หรืออย่างน้อยที่สุดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียในระนาบเดียวกันกับ สิงคโปร์และฮ่องกงในเวลา ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือกันว่า ดูไบ “บูม” ถึงขีดสุด ชนิดเกินหน้าเกินตา เอมิเรตส์อื่นๆ แม้กระทั่ง อาบู ดาบี [...]