VI หุ้นพื้นฐาน

แนวโน้มตลาดโลกและหุ้นไทยปี 2562

แอดตัดของคุณทอม สรุปเอาไว้ดีมาก เนื้อหาคร่าวๆ แนวโน้มตลาดโลกและหุ้นไทยปี 2562 1. มองตลาดปี 62 เป็นขาขึ้น เพราะเศรษฐกิจจะโตอย่างเหมาะสม และไม่ร้อนแรงเหมือนปี 61 ทำให้การขึ้นดอกเบี้ยในอเมริกาจะขึ้นน้อย หรือไม่ขึ้น ทำให้ FED จะไม่ยุ่งกับนโยบายการเงินมากนัก 2. ค่าเงินดอลล์ในปี 62 จะอ่อนค่า เพราะยุโรปและ ญี่ปุ่นเลิกทำ QE และรวมถึง FED จะขึ้นดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด เราจะเริ่มเห็นเงินไหลเข้าตลาด EM อีกครั้ง 3. กองทุนต่างประเทศถือเงินสดเยอะมากตอนนี้ การที่ Valuation หุ้นทั่วโลกลดต่ำลง รวมถึงไทยที่มี PE 13 ที่ระดับ 1600 จะทำให้กองทุนกลับเข้ามาซื้อหุ้นอีกครั้ง 4. ไทยจะมีการเลือกตั้งและทิศทางนโยบายในอนาคตของไทย 5. ในเรื่องของ BRexit จะกระทบไทยไม่มาก เนื่องจากเศรษฐกิจยุโรปโดยภาพรวมยังถือว่าดูดี 6. หุ้นที่น่าสนใจ คิดว่าธนาคาร เพราะรายได้สม่ำเสมอ และ PBV ต่ำ ไม่มี discount เมื่อเงินต่างชาติไหลเข้าหมวดนี้ น่าจะถูกฝรั่งเข้าซื้อ รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายใน เนื่องจากการเลือกตั้ง   Boyles Bigmove club   เนื้อหาเพิ่มเติมเข้าไปดู http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=1&t=62278&fbclid=IwAR3ah2CB9XP3xQoBYVmI7xmv6xAjHcgXnFGyQhot9TUJqUV3SzPaYX4ADWg   หรือในเฟส Money Talk VDO ฉบับจริงยาวมาก

ว่าด้วยเรื่องเงินสดของกองทุน และ Divided สูงสุดในรอบ 3 ปีของตลาดหุ้น

ว่าด้วยเรื่องเงินสดของกองทุน และ Divided สูงสุดในรอบ 3 ปีของตลาดหุ้น แอดสรุปให้ 1. สถาบันมีเงินสดสูง ไม่น่าจะถอนเยอะ ในเดือน มกรา 2. เงินสดของสถาบัน อาจมีการไหลเข้าเดือนมกรา หลังสะสมเข้ามาในเดือน ธค ถ้า มค ไม่ได้ไถ่ถอนเยอะ 3. Forward Divided ปันผลสูงสุดในรอบ 3 ปีเลย 4. หุ้นไทย มี Sell in May and Go Away ด้วย ผลตอบแทนดีที่สุดมักจะอยู่ในเดือน มก และ กพ 5. สามรูปหลัง เป็นหุ้นในหมวด ตัวใหญ่ ให้ปันผลดี SETHD ที่น่าลงทุน สรุป แอดคิดว่า ช่วงนี้การลงทุนหุ้นที่ปันผลมากกว่า ผลตอบแทนพันธบัตร หรือหุ้นปันผลระดับ 3.5-5% ใน SETHD จะเป็นทางเลือกที่ดี ในสถานการณ์ที่ผันผวนแบบนี้ แถมยังมีลุ้น Capital Gain ด้วย พอดีไปเจอมา ขอบคุณ Trinity สำหรับข้อมูลดีๆ Boyles Bigmove Club https://www.facebook.com/Trinitysecuritiesgroup/posts/2424860590863549

ดร.นิเวศน์บอก อวสารตีแตก ยุคทองของตลาดหุ้นกำลังจะจบ

ดร.นิเวศน์บอก อวสารตีแตก ยุคทองของตลาดหุ้นกำลังจะจบ แต่ยังลงทุนได้ใช้เวลาหน่อย สร้างความมั่นคั่งแบบค่อยเป็นค่อยไป แนะนำลองดูครับ บทความด้านล่างเลยครับ แอดตัดต่อมาให้ของ ดร. Boyles Bigmove Club ดร นิเวศน์ บอกว่าหมอพงษ์ศักดิ์เปรียบเทียบเป็นลูกตุ้ม ผมก็มีเปรียบเปรย แข็งบนอ่อนล่าง ทุกวันนี้เศรษฐกิจไทยบางคนพูดว่าดีมาก แต่อีกที่ หลายคนที่บอกว่าไม่ดี ผมว่าสถานการณ์คล้ายกัน ตลาดลบ -9% ตัดปันผลก็ -6% ลงทุนในSET50 ลบแค่-6% หักปันผลก็ลบแค่-3% แต่ว่าเราลงทุนหุ้นขนาดเล็กและกลาง กองทุนsmall cap ได้คะแนน -32%และปันผลนิดเดียว ทำไมผลตอบแทนต่างกันมาก ตลาดหุ้นMAI ก็ลบ30กว่า% หุ้นตัวใหญ่ 10 ตัวแรกลบแค่3% กลุ่มนึงที่ผมทำขึ้นมาเอง ดัชนีหุ้นนางฟ้า นี่คือหุ้นที่ฮอตมาก ราคาขึ้นเป็น 10เท่าและตกแรง ปีนี้ 10 ตัวที่คัดเองดูจากราคาที่ขึ้นและลงแรง ปรากฏว่าลบโดยเฉลี่ยไป -52%ทำให้บางคนเจ็บมาก ทำไมต่างกันอย่างนี้ เหมือนตลาดหุ้นบ้านเราแบ่งเป็นสองตลาด แต่อยู่ในตลาดเดียวกัน ไม่มีใครแยกว่าเป็นคนละกลุ่ม หุ้นเล็กซึ่งถือโดยนักลงทุนรายย่อยเจ็บหนัก มองย้อนหลัง อะไรหลายอย่างแยกเป็นสองอย่างเช่น คนรวย รู้สึกดี แต่คนจนรู้สึกแย่มาก ที่US คนกลุ่มนึง คิดว่าทำไมมีนโยบายแบบนี้ แต่อีกกลุ่มเชื่อในนโยบายแบบนี้ มีการแยกมาจากsocialแบ่งแยกออกเป็น 2 กลุ่ม นาทีนี้ถือว่าเป็นอวสาน หรือ รอบที่ขึ้นมาแรงที่ทำให้รายย่อยรวยขึ้นมาเร็ว ตอนนี้เริ่มลงมา หุ้นขนาดใหญ่ขึ้นมาสองปีซ้อน ปีนี้พึ่งมาลบ แนวโน้มที่รายย่อย เจอยังไม่สุด ลูกตุ้มยังไม่สุด ต่อจากอวสาน ก็เอาไปฝัง รายย่อยที่US โดนฝังไปแล้ว บ้านเราตอนนี้ นักลงทุนรายย่อยซื้อขายต่อวันน้อยกว่านักลงทุนต่างประเทศแล้ว สุดท้ายนักลงทุนรายย่อยค่อยๆหายไป ผู้หญิงจะค่อยๆเข้ามาลงทุนผ่านกองทุนรวม โดยวิธีDCA (Dollar cost average) ผู้ชายจะลงทุนลดลง เหมือนเมืองนอก ยอมรับความจริงที่โอกาสทองคล้ายน่าจะใกล้หมดแล้ว โอกาสหวือหวามากๆจะยาก หุ้นขนาดใหญ่ๆจะเป็นตัวนำ ไม่มีใครลงทุนในหุ้นตัวเล็ก หมดยุคทอง อวสานเรียบร้อย เป็นช่วงท้ายที่คนมาฟังสัมมนา มาเฮฮา มาสังคมกัน หวังเป็นเซียนน้อยลงมาก ตอนเขียนหนังสือ ตีแตก ในช่วงที่ดี เคยพูดที่สิงคโปร์ คนตื่นตากันว่านักลงทุนรายย่อยทำไมได้ผลตอบแทนดีมาก แต่ไม่ได้บอกว่าพวกเราจะเป็นแบบนี้ แต่ต้องลดความทะเยอทะยาน เลือกหุ้นที่ปลอดภัยไว้ก่อน วิธีการลงทุนก็เปลี่ยนไป อย่าไปเลือกหุ้นที่เชียร์กัน [...]