ข่าวในตลาดทุน

สนใจซื้อหุ้นกู้ CPALL เดือนหน้ากันหรือเปล่า ?

สนใจซื้อหุ้นกู้ CPALL เดือนหน้ากันหรือเปล่า ? หุ้นกู้ CPALL นี้ มีอันดับเครดิต A และ หุ้นกู้ด้อยสิทธิเป็น BBB(ฟิทช์) มาดูสรุปคร่าวๆกันก่อน คือไถ่ถอนได้เมื่อเลิกบริษัท ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนดได้ และยังสามารถเลื่อนชำระได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆอีกตาหาก ส่วนดอกเบี้ยก็อยู่ราวๆ 4-5% เพื่อความง่าย http://www.thansettakij.com/content/180139 ฐานเศรษฐกิจสรุปรูปเอาไว้ดูง่ายเลยครับ ดู condition รวมๆ นี่ก็ดูโหดร้ายไม่น้อยสำหรับนักลงทุนอย่างเรา แต่แน่นอนมันก็ต้องมีทั้งมุมที่ดี และมุมที่ไม่ดี สำหรับวันนี้ผมอนุญาต Share มุมมองส่วนตัวในฐานะ นักลงทุนคนนึง ว่าจะตัดสินใจซื้อต่อหรือไม่ (หุ้นกู้ CPALL ตัวเก่าของผมก็จะหมดอายุในเดือนหน้าเช่นกัน) แน่นอนเหตุผลย่อมแตกต่างกันในแต่ล่ะนักลงทุน 🙂 ถ้าผมมองอาไรข้ามไปก็ขออภัยด้วยครับ ดอกเบี้ย: ในช่วง 5-10 ปีแรก พอใช้ได้สำหรับหุ้นกู้ แต่ปัญหาหลักๆ น่าจะเงื่อนไขการเลื่อนการจ่ายดอกเบี้ยแบบไม่มีเงื่อนไข ถึงแม้บริษัทไม่อยากจะเสียเครดิต แต่เรื่องของอนาคตใครจะไปรู้ เรื่องของอายุ หุ้นกู้: เราจะไถ่ถอนได้เมื่อเลิกบริษัท ดังนั้นการลงทุนนี้เป็นการลงทุนระยะยาว ถึงยาวมาก ถ้าใครเคยอ่านหนังสือ The Zurich Axioms น่าจะพอจำหลักการของนักลงทุนที่เก่งๆได้ หลักการข้อนั้นคือ “การวางแผนระยะยาวอาจทำให้ผู้วางแผนเข้าใจผิดคิดว่าตนเองสามารถควบคุมอนาคตได้แล้ว เพราะฉะนั้นจงอย่าึดถือแผนระยะยาวให้มากจนเกินไป” “การวางแผนสำหรับอนาคตที่มองไม่เห็นเป็นเรื่องไร้สาระ จงอย่ายึดการวางแผนระยะยาวหรือการลงทุนระยะยาวเด็ดขาด แต่ขอให้แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จงลงทุนในหลักทรััพย์ที่มีโอกาสทันทีที่เห็น และจงถอนตัวทันทีที่โอกาสจางหายไป ขอให้คุณตระหนักถึงคุณค่าของอิสรภาพที่จะทำอะไรก็ได้ และอย่าปล่อยให้อิสระภาพนี้หลุดลอยไป” หรือสรุป การลงทุนระยะยาวควรจะมีทางเลือกให้เราเลือกบ้าง ถ้าเกิดมีอะไรไม่เป็นใจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งผมคิดว่า ปัญหาข้อนี้คือ ไม่ให้อิสระต่อการตัดสินใจของเราในระยะยาว ในขณะที่ CPALL เองกลับมีอิสระในการเลือกการตัดสินใจ ที่จะไถ่ถอนเมื่อไหร่ก็ได้ ส่วนเรื่องแง่บวกก็ยังพอมีอยู่บ้าง : CP ALL มีสภาพคล่องที่สูง และมีเครือข่ายใหญ่ที่สุดในประเทศ และตัวธุรกิจเองก็มี EBITDAR Margin(กำไรก่อนหักค่าใช้จ่าย) ที่สม่ำเสมอ ทำให้หนี้สินที่สูง ในอนาคตก็มีโอกาสลดลงได้เช่นกัน ส่วนปัจจัยลบ: หนี้สินโดยรวมยังอยู่ในระดับที่สูงมาก EBITDAR Margin เริ่มมีการลดลงต่ำกว่า [...]

ภาพรวมเศรษฐกิจโลก และค่าเงินดิจิตอล 21 กค 2560

ภาพรวมเศรษฐกิจ และค่าเงินดิจิตอล 21 กค 2560 1. การใช้ค่าเงินดิจิตอลกำลังเพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังจับตามันอยู่หรือเปล่า? การขยายตัวของค่าเงินดิจิตอลเพิ่มขึ้นเร็วมาก รวมถึงการระดมทุน (ICO) ในค่าเงินดิจิตอลด้วย ในส่วนของ Bitcoin เอง ก็ประสบปัญหาในเรื่องของเทคนิค จากการที่มี Volume เพิ่มขึ้นอย่างรวเร็ว แต่ที่สำคัญที่สุด คือ ผู้ควบคุมกฎ(น่าจะหมายถึงธนาคารกลาง)จะเริ่ม ไม่มีความสุขกับเรื่องพวกนี้หรือเปล่า ไม่ว่าค่าเงินดิจิตอลจะปรับตัวเข้าหา หรือ ยังยืนกรานในสิ่งที่มันเป็น จะเป็นสิ่งที่กำหนดอนาคตสำหรับพวกเขา นักเก็งกำไรควรจะเฝ้าระวังกฏระเบียบอย่างใกล้ชิด (สรุปคร่าวๆก่อน จะขยายความในส่วนด้านล่างเพิ่ม) 2. การวิจัยโรคมะเร็ง นักวิทยาศาสตร์ของสแตนฟอร์ด สร้างเครือข่ายประสาทเทียม ซึ่งทำให้วิจัยโรคมะเร็งได้ดีกว่าแพทย์ผิดหนัง นี้คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่สำคัญของการพัฒนาในโลกของความเป็นจริงโดยใช้ AI(Artficial intelligence) 3. Blockchain สามารถช่วยประเทศเล็กๆได้อย่างไร หลังวิกฤต ภาระและค่าใช้จ่าย สำหรับประเทศเล็กๆหรือองค์กรการกุศล ในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นต้นทุน กฎระเบียบ ของการทำธุรกรรมในประเทศที่มีการแบน(การทำธุรกรรมจะแอบทำกันลับๆซึ่งมีผลต่อต้นทุน) เทคโนโลยีที่จะช่วยประเทศเล็กๆเหล่านี้คือ Bitcoin หรือเทคโนโลยี Blockchain ธนาคารขนาดใหญ่หลายธนาคารกำลังพัฒนา bloackchain เพื่อที่จะลดต้นทุน 4. ภาพรวมตลาดโลก ตลาดกำลังวิตกกับ FED ที่กำลังวางแผนขายพันธบัตร (ลด QE) แต่เราเชื่อว่า นโยบายที่สำคัญที่สุดของ FED คือการทำให้ตัวเลขการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น มากกว่าการควบคุมเรื่องเงินเฟ้อ เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อทั่วโลกยังอยู่ในระดับที่ต่ำ การเพิ่มดอกเบี้ย น่าจะยังไม่เร็วมากนัก เพราะจะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และนโยบายของทรัมป์ ในเรื่องภาษีสำเร็จ จะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้น จนกว่าจะถึงตอนนั้น หรือจนกว่าเศรษฐกิจจะแข็งแกร่ง เราไม่เชื่อว่าจะมีการเทขายพันธบัตรออกมาเยอะ อัตราการขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นไปแบบช้าถึงปานกลาง ถ้านโยบายภาษีผ่าน ตลาดหุ้นจะขึ้นด้วยอัตราที่เร็วกว่าเดิม เราแนะนำซื้อหุ้นเติบโตในหมวดเทคโนโลยี ไบโอเทค ธนาคาร และหมวดการเงิน ตลาดเกิดใหม่ที่เราชื่นชอบ คือ อินเดีย จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ไทย และสิงคโปร์ ที่เป็นฐานการผลิตเป็นหลัก ไม่ได้ส่งออก Commodities เป็นหลัก [...]

ผลงานที่น่าประทับใจในอุตสาหกรรมเกมส์ในปี 2017

การประชุมของ FED ได้แสดงว่า FED’s Balance Sheet ลดลงน้อยมากๆ ในขณะเดียวกัน เงินในตลาดโลกที่ถูกอัดฉีดในรูปของ QE ยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากธนาคารกลางทั้ง จีน ญี่ปุ่น แลยุโรป และมากเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว(แม้จะไม่รวมของอเมริกาก็ตาม) สภาพคล่องในระบบเหล่านี้ ยังคงหมุนเข้าทรัพย์สินและตลาดทุนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลทางเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นจากทั่วโลก เหมือนว่าเรากำลังจะเข้าสู่วัฐจักรของเงินเฟ้ออีกครั้งนึง จากที่กล่าวมา เราสนใจ EM หรือ ตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะตลาดที่เน้นส่งออก และตลาดยุโรปก็ดูน่าสนใจ เพราะ 2 ตลาดนี้ ยังตามหลังอเมริกาอยู่ 5 ปี และดูเหมือนจะวิ่งตามในอเมริกาในไม่ช้านี้ ในอเมริกา เราชื่นชอบ บริษัทเทคโนโลยีต่างๆ บริษัทเกมส์ดูน่าสนใจในปี 2017 บริษัทใหญ่ในตลาดเกมส์ ที่มีผลงานอย่างน่าประทับใจ ATVI, EA, TTWO, 700HK ผลงานในกลุ่มนี้ น่าจะทำให้นักลงทุนตกใจไม่น้อย เทรนไม่ได้กำลังหมดไป แต่พัฒนาในหลายๆส่วน นักลงทุนอาจเข้าใจผิดในกลุ่มเป้าหมาย การศึกษา และวิจัยค้นพบว่า กลุ่มลูกค้าเกมส์มีค่อนข้างหลากหลายดังนี้ 1. กลุ่มผู้ใหญ่ในอเมริกา เชื่อว่า ผู้ชายเล่นเกมส์ มากกว่า ผู้หญิง ในความเป็นจริง ผช 50% ผญ 48 เกือบๆจะเท่ากันเลย 2. ผญอายุ มากกว่า 18 เล่นเกมส์ 31% ในขณะที่เด็กๆ เล่นเกมส์เพียง 17% 3. 48% ครัวเรือนในอเมริกา มีเครื่องเกมส์ 58%ของคนอเมริกาที่มีอายุ 30-49 ปี เล่นเกมส์ และ 40% อายุ 50-64 เล่นเกมส์ [...]

หุ้นโรงกลั่น และน้ำมันดิบ เก็งกำไรกันอย่างไรดี

หุ้นโรงกลั่น และน้ำมันดิบ เก็งกำไรกันอย่างไรดี จากที่เคยเขียนไว้นานแล้ว พอดีเห็นช่วงนี้ Top ขึ้นมาแรง ก็เลยเอากลับมาทบทวนใหม่ จากรูปจะเห็นว่าถ้าน้ำมันอยู่ใน Zone เขียว ส่วนใหญ่หุ้นกลุ่มโรงกลั่นจะให้ผลตอบแทนที่ดีมาก (น้ำมันถูก คนใช้น้ำมันเยอะนั่นเอง) ดังนั้นแนวโน้มประกาศผลกำไร หุ้นในกลุ่มนี้จึงมีแนวโน้มดี ในทางกลับกันถ้าน้ำมันเริ่มแพงคือ Zone แดงหุ้นกลุ่มโรงกลั่นให้ผลตอบแทนที่แย่ค่อนข้างชัดเจน หรือน้ำมันแพงคนก็เลยใช้น้อยลง อาจจะหันไปใช้พลังงานชดเชยอย่างอื่นแทนก็ได้ ดังนั้นกลับมาในช่วงนี้ น้ำมันยังอยู่ในระดับ 50 กว่าเหรียญแบบนี้ หุ้นกลุ่มโรงกลั่นก็คงประกาศผลกำไรดีไปต่อเนื่องอีกสักระยะ จนกว่าน้ำมันจะแพงกว่านี้ หุ้นกลุ่มโรงกลั่นก็คงเริ่ม SW และเริ่มประกาศผลกำไรลดลง   ติดตาม facebook: bigmove club กันได้กับเรื่องราวการลงทุน และการเก็งกำไรที่น่าสนใจ 🙂   โชคดีในการเทรดครับ Boyles Bigmove Club

เรื่องทรัมป์กันนิดนึงนะครับ ผมขอสรุปคร่าวๆ

มาพูดเรื่องทรัมป์กันนิดนึงนะครับ ผมขอสรุปคร่าวๆละกันนะครับ อย่างเร็วๆ 1. นโยบายส่วนใหญ่ของทรัมป์จะค่อยๆเป็น ค่อยๆไป ส่วนที่น่าจะเร็วที่สุดคือการลดภาษี 2. แบงก์เล็กในอเมริกา จะได้ผลประโยชน์ 3.เงินทุนในอสังหาของจีน หมุนเข้าตลาดหุ้น หุ้นจีนขึ้น 20% จากเดือนกุมภา ตลาดหุ้นจีนเข้าสู่กระทิง 4. จีนจะลดการผลิตถ่านหินสู่ตลาดโลก นโนบายของทรัมป์ และจีนในการลงทุน สาธารนูปโภคพื้นฐาน จะทำให้ถ่านหิน และเหล็กมีความต้องการเพิ่มขึ้นในช่วง 10 ปีข้างหน้า 5. หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสาธารนูปโภคพื้นฐาน จะได้ผลประโยชน์ 6. ประเทศในกลุ่ม Emerging market จะมีทั้งได้รับ และไม่ได้รับผลกระทบ สำหรับตลาดจีนที่มีความสำคัญในหมวดนี้ เริ่มกลับเข้าสู่ขาขึ้นอีกครั้ง 7. ตลาดยุโรป ดูน่าสนใจน้อยที่สุด เพราะอาจจะมีประเทศที่ต้องการออกตามอังกฤษ แต่กลับกัน ประเทศอังกฤษกลับดูน่าสนใจอีกครั้ง จากค่าเงินที่เริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง 8. อเมริกาใต้ ยังมีปัญหาจากค่าเงิน dollar แข็งค่า ถ้า Dollar เริ่มหยุดแข็ง ประเทศแถบนี้ ก็น่าจะวิ่งกลับขึ้นมาได้ 9. นโยบายของทรัมป์ส่งผลลบต่อทอง ทั้งเรื่องการจ้างงานในอเมริกาที่จะเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจอเมริกาจะเริ่มดีขึ้น รวมถึงค่าเงิน Dollar ที่จะ pressure ทองต่อไป 10. เงินจากทั่วโลกไหลเข้าอเมริกา จากดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากนโยบาย และค่าเงินที่ไม่อ่อน หุ้น domestic ในประเทศอเมริกาน่าสนกว่าหุ้น value (Russell ขึ้นดีสุด) 11. ในช่วงนี้ไปอีก 2-3 อาทิตย์เรายังคาดว่า หุ้นจะยัง bullish แต่หลังจากทรัมป์ได้รับการแต่งตั้ง จะมีคำถามมากมาย ถึงความเป็นไปได้ในนโยบายค่างๆ และหุ้นอาจจะเริ่มย่อ 12. เรามองว่า ตลาดอื่นที่ไม่ใช่ US จะไม่ได้ Bullish ในขณะที่ Dollar [...]

เรามาดูความคล้ายคลึ่งประวัติศาสตร์ในช่วง Great Depression กับปัจจุบันก่อน

ก่อนที่เราจะมาพูดเรื่อง The Kondratiev Wave: Today and in the Great Depression หรือ SuperWave (K Wave) เรามาดูความคล้ายคลึ่งประวัติศาสตร์ในช่วง Great Depression กับปัจจุบันก่อน 1. Debt Hit bubble ทำจุดสูงสุดในปี 1929 และ 20072. ตลาดหุ้น และ Bond crashed  และสถาบันการเงินล้ม ใน่ชวงปี 1920-1930 และตั้งแต่ปี 20073. การพิมเงินเริ่มขึ้นในปี 1933 และ 20094. หุ้นทั่วโลก เริ่มวิ่ง Rally ในปี 1933-1937 และ เหมือนกัน 2009-20145. เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว 1933-1936 และเช่นกัน 2009-20146. ในปี 1937 Fed Tightened reserves หุ้นเมกาตก ในเดือนมีนา 1937 ถึง มีนา 1938 มากกว่า 50%นี่คือความคล้ายคลึ่นกันในช่วงก่อนที่จะเกิด Great Depression ในปี 1937 ลำดับเหตุการณ์เหมือนที่เราอยู่ในปัจจุบันมาก ลำดัยเหตุกาณ์ทั้งหมดจะเห็นความสัมพันธ์ของ Supercycle Wave ขนาดใหญ่ที่เราอยู่ในโลกทุนนิยมนี่ จะเป็นรูปแบบวัฐจักร Tax component คือปัญหาในปี 1937 องค์ประกอบของการขึ้นดอกเบี้ย การขึ้นภาษี และการลดการใช้จ่ายภาครัฐ ส่งพิษต่อเศรษญกิจโลก ซึ่งเป็นความผิดพลาดของ [...]

สรุป MACRO ECONOMY กันหน่อย ประจำวันที่ 10 กุมภา 2558

มาสรุป MACRO ECONOMY กันหน่อย ประจำวันที่ 10 กุมภา 25581. นโยบายของ obama ในเรื่องการเก็บภาษี ในปี 2016 เพิ่มของชนชั้นกลาง ถ้าเกิดขึ้นจริง เราจะประมาณการณ์ตัวเลขการเติบโตของอเมริกาลดลง ตามที่เคยเกิดกับประเทศในยุโรป ฝรั่งเศสและอิตาลี การทำให้เศรษฐกิจแข็งแกร่งไปพร้อมกับการเพิ่มภาษีเป็นเรื่องที่ยาก 2. ถ้าประวัติศาสตร์เรื่อง QE ของอเมริกาซ้ำรอย ใน ยุโรปก็น่าจะได้ประโยชน์จาก QE เช่นกัน อย่างน้อยก็ในระยะสั้น หุ้นยุโรปจะน่าสนใจ ถ้าเกิดการปรับตัวลง เพราะผลตอบแทนหุ้นในยุโรปดูน่าสนใจกว่าหุ้นอเมริกาไปอีก 2-3 เดือนข้างหน้า และเราคิดเงินจะไหลเข้าหุ้นยุโรป และ 2 อย่างที่น่ากังวลคือ เรื่องรัสเซีย และกรีซ เราเชื่อว่าปัญหาจะถูกแก้ไขในท้ายที่สุด อย่างน้อยในระยะสั้นนี้ กรีซก็น่าจะยังอยู่ในยูโรต่อไป แต่ระยะยาว QE จะไม่ใช่เครื่องมือที่สามารถแก้ไขปัญหายุโรประยะยาว น่าจะมีมาตราการเพิ่มเติมในอนาคต 3. ออสเตรเลียจะลำบากมากขึ้น ถ้าเราสังเกตจากค่าเงินจะเห็นชัด เมื่อจีนลดการนำเข้าเหล็กจากการผลิตเอง และจีนจะนำเข้าถ่านหินจากรัสเซียมากขึ้น และในส่วนน้ำมันน่าจะยังล้นตลาดต่อไปในครึ่งปีแรก 2015 4. พื้นฐานทองดูดีขึ้นในระยะยาว4.1 ประเทศทั่วโลก พยายามลดค่าเงินตัวเอง เพื่อการส่งออก4.2 จีน รัสเซีย สะสมทอง เพื่อจุดประสงค์สำหรับเป็นสกุลที่ใช้จ่ายระหว่างกัน4.3 นโยบายของยุโรปที่จะดึงทองกลับประเทศตัวเอง having their gold repatriated จากประเทศ US และ UK , เยอรมันและฮอลแลน เริ่มทำ และหลายประเทศเริ่มพิจารณาทั้งฝรั่งเศสและเบลเยี่ยม boyles Bigmove Club

มาสรุปวิเคราะห์ เศรษฐกิจโลก Macro Economy 4 กุมภา 2558

มาสรุปวิเคราะห์ เศรษฐกิจโลก Macro Economy กัน Boyles Bigmove Club1. ธนาคารทั่วโลก ต่อสู้กับภาวะเงินฝืด การลดดอกเบี้ยในอินเดีย แคนาดา สิงคโปร์ และเปรูในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการอัด QE ยูโรป เพื่อเศรษฐกิจสามารถโตต่อไปได้ และความเสี่ยงในเรื่องของรัสเซียก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาต่อไป ตามประวัติศาสตร์การอัด QE จะทำให้หุ้นขึ้นต่อไปได้ แต่ในระยะยาวไม่น่าจะแก้ปัญหาได้ คงต้องจับตาดูนโยบายอื่นที่จะเข้ามาช่วยอีกครั้ง 2. เทคโนโลยีในอนาคต ที่เราเชื่อคือ Augmented Reality Device (ผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริงเข้ากับโลกเสมือน) จาก Microsoft’s new HoloLens เป็น project ที่ยังไม่เปิดเผย พัฒนาโดย Magic Leapโดยการช่วงเหลือทางด้านการเงินจาก Googlehttps://www.youtube.com/watch?v=y6meC-GHD0wThis is Augmented Reality 3. Bitcoin ยังไม่ตาย (เป็นข้อมูล ยังไม่น่าลงทุน)มีโอกาสที่จะเราอาจเห็น Bitcoin เป็นที่ยอมรับมากขึ้น แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ยังมีปัญหาอีกมากมายที่ต้องแก้ไขก่อนที่ cryptocurrencies จะใช้กันอย่างแพร่หลาย 4. ภาพรวม Dollar index แข็งค่าเร็วกว่าที่เราคิดไว้มาก ดังนั้นเรายังคิดว่าตลาดหุ้นอเมริกายัง bullish และน่าจะขึ้นประมาณ 5-8 percent Dollar น่าจะยังแข็งต่อ ดังนั้นโอกาสน่าจะเป็นการ Short Euro และประเทศที่ส่งออกสินค้า Commodities ตามประวัติศาสตร์ QE จะทำให้ตลาดหุ้นวิ่งสูงขึ้น QE ยุโรปก็เช่นกัน จีนและอินเดียก็เช่นกัน ถึงแม้จีนจะอยู่ในช่วงปรับฐานแต่ก็ดูน่าสนใจที่จะหาจังหวะเข้า เหมืองทองในแคนาดา ออสเตรเลีย แอฟริกัน [...]

ประชาสัมพันธ์ วันที่ 17 มกราคม 2558 Bigmove Club จะมีสัมมนาใหญ่ประจำปี

ประชาสัมพันธ์ วันที่ 17 มกราคม 2558 Bigmove Club จะมีการจัดสัมมนาใหญ่ประจำปี โดยเนื้อหาของการสัมมนาครั้งนี้ ทางBigmove  จัดทำขึ้นมาโดยเฉพาะพิเศษสำหรับงานนี้เท่านั้น  อีกทั้งจะมาเล่าประสบการณ์ แบ่งปันไอเดีย เคล็ดลับวิชาในการเก็งกำไรในตลาด Future ทั่วโลกตลอด 8 ปี รวมถึงแนวทางการเทรดที่มีอัตราผลตอบแทนสูงสุดในช่วงหลายปีหลังของกองทุนที่อเมริกา รวมไปถึงการศึกษาแนวทางการพยากรณ์ที่ทาง Bigmove ได้มีการเก็บข้อมูลศึกษามาตลอดในช่วง 4 ปีหลัง ประกอบกับระบบการเทรดที่พัฒนาสำหรับสินค้า Future และการวิเคราะห์เคราะห์ สำหรับการลงทุนในปี 2015 ทั้งในตลาดหุ้น และทอง ***การสัมมนาครั้งนี้ เนื้อหาในการเข้าร่วมสัมมนาจึงเหมาะสำหรับทั้งมือใหม่ไปจนถึงขั้น advance หรือคนที่อยากจะเริ่มเก็งกำไรเพื่อจะได้มีแนวคิดสำคัญในการเริ่มต้นการลงทุนสำหรับปี 2015 นี้ โดยภายในงานจะเป็นการมารวมกลุ่มทั้งสมาชิกBigmove  เพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ ที่จะได้มาพบปะ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด ประสบการณ์ในการลงทุนของแต่ละคน ****ค่าใช้จ่าย ในการสัมมนาครั้งนี้ ท่านละ 2,000 บาท (ราคารวมขนมเบรคเช้าบ่ายและอาหารกลางวันแล้ว) เนื้อหาสัมมนา วัน เสาร์ ที่ 17 มกราคม 2558 เวลา เรื่อง 9.00-10.30 น. -แนะนำที่มาของ Bigmove Club และประสบการณ์การเก็งกำไรในตลาด Future ทั่วโลกตลอด 8 ปี –3ขั้นตอนในการเริ่มต้นการเก็งกำไรในตลาด Future – รายละเอียดการเลือกสินค้าที่ดีที่สุด  การบริหารเงิน เทคนิค จิตวิทยาการลงทุนที่สำคัญในการเก็งกำไร – เรียนรู้แนว Discretionary Trade ที่ใช้เทรดตลอดหลายปีหลัง และข้อดี ข้อเสีย เมื่อเทียบกับ [...]