Blog

วิกฤตดูไบ และ ฮานอย สะท้อนภาพ “ศก.โลก”

พอดีได้ไปอ่านเจอบทความที่เกี่ยวกับวิกฤตดูไบ หลังจากเกิด panic sell ในวันที่ 27 – 11 – 2009 ตลาดฮ่องกงลดลงเกือบ 5 % (และเด้งขึ้นมาเท่าเดิมใน 2 วันถัดมา) ตลาดเอเชีย และยุโรปลดลงเฉลี่ย 3-5 % แต่ประเทศไทยกลับลดลงไม่ถึง 1% แต่ก็พอเข้าใจเพราะก่อนหน้านี้ก็ลงมาหนักเหลือเกินไม่เหมือนชาวบ้านเขา หลังจากดูไบขอประกาศปรับโครงสร้างหนี้ หรือเลื่อนการชำระหนี้ ไม่มีใครรู้อนาคต ว่านี้จะเป็นเค้าลางไม่ดีที่เริ่มเตือนนักลงทุนทั่วโลกหรือเปล่า อันนี้มีคนโพสต์เอาไว้ใน pantip http://www.oknation.net/blog/sigree/2009/11/30/entry-1 ดูไบ”วิกฤต “ฮานอย”สาหัส สะท้อนภาพ “ศก.โลก”ยังง่อนแง่น ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเกิดภาวการณ์แตกตื่นขึ้นในแวดวงเศรษฐกิจทั่วโลก ถล่มตลาดหุ้นระนาวตั้งแต่ยุโรปเรื่อยมาจนถึงเอเชีย สาหัสขนาดดัชนีของแต่ละประเทศดำดิ่งลงถึงระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนก็มี เหตุการณ์เขย่าขวัญที่ว่านั้นมีตั้งแต่เรื่องใหญ่คับโลกอย่างการประกาศขอเจรจาพักชำระหนี้ของดูไบ หนึ่งใน 7 รัฐอิสระ หรือเอมิเรตส์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ส่วนอีกหนึ่งนั้นเป็นภาวะเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอุษาคเนย์อย่างเวียดนาม ที่กำลังดิ้นรนอย่างหนักเพื่อเอาชนะภัยคุกคามที่กำลังกดดันเศรษฐกิจของทั้งประเทศอยู่ ดูไบ เป็นหนึ่งใน 7 รัฐที่ประกอบกันขึ้นเป็นยูเออี ประเทศที่มีน้ำมันดิบ สำรองอยู่มากเป็นอันดับ 8 ของโลก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ทุกรัฐในยูเออีจะมีทรัพยากรธรรมชาติที่ทรงคุณค่าอย่างน้ำมันอยู่ ดูไบ เป็นหนึ่งในรัฐที่ไม่มีน้ำมันอยู่ นั่นทำให้ ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล-มัคทูม ผู้ปกครองแห่งดูไบ จำเป็นต้องคิดอะไรที่แตกต่างออกไปเพื่อพัฒนาและยกระดับประเทศตนเป้าหมายของดูไบก็คือ การกลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการเงินแห่งตะวันออกกลาง หรืออย่างน้อยที่สุดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียในระนาบเดียวกันกับ สิงคโปร์และฮ่องกงในเวลา ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือกันว่า ดูไบ “บูม” ถึงขีดสุด ชนิดเกินหน้าเกินตา เอมิเรตส์อื่นๆ แม้กระทั่ง อาบู ดาบี [...]