Blog

สังคมผู้สูงอายุในญี่ปุ่นไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด และโอกาสที่เสียไปจากการทำนายที่ผิดพลาด

สังคมผู้สูงอายุในญี่ปุ่นไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด และโอกาสที่เสียไปจากการทำนายที่ผิดพลาด ญี่ปุ่นเป็นประเทศนึงที่ประชากรมีอายุยืนยาวที่สุด นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แสดงถึงปัญหาของสังคมผู้สูงอายุ และเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจนไม่สามารถเติบโตต่อไปได้ หลายคนเชื่อว่า หนทางแก้ไขปัญหานี้คือ การเอา Robot เข้ามาช่วย ทดแทนแรงงานที่หายไป แต่ญี่ปุ่นกลับแก้ไขปัญหาได้ โดยตั้งแต่ปี 2012 ภายใต้การบริหารของ Abe ได้มีแนวทางการจัดการเรื่องนี้ 3 ข้อ 1. สนับสนุนให้ชายและหญิงทำงานนานขึ้นก่อนที่จะเกษียณ หรือกลับเข้าทำงานถ้าเกษียณไปแล้ว 2. สนับสนุนให้ผู้หญิงยังอยู่ในงานในขณะคลอดบุตร 3. อนุญาตใบทำงานกับแรงงานต่างประเทศอย่างเงียบๆในอุตสาหกรรมค่าแรงต่ำ ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ให้ citizenship ง่ายๆด้วย หลังจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ คนทำงานกลับไปใกล้เคียงกับยุค 70 โปรแกรมในการจ้างคนที่เกษียณไปแล้ว ประสบความสำเร็จมากมาย บริษัทต่างๆได้รายงานความสำเร็จ จากการรับคนเหล่านี้กลับเข้าทำงาน ทั้งความตรงต่อเวลา ระเบียบวินัย และเนื้องานที่ดีกว่าแรงงานอายุน้อย โปรแกรมเหล่านี้ยังรวมถึงในส่วนภาครัฐอีกด้วย การจ้างงานเหล่านี้ ทำให้ตัวเลขคนทำงานหญิง เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 69% ซึ่งเทียบเท่ากับค่าเฉลี่ยของประเทศที่เป็นเศรษฐกิจหลักของโลก และตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นมากมายเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่แล้วของญี่ปุ่น ในที่สุด ญี่ปุ่นก็เริ่มยอมรับ(อย่างเงียบๆ) แรงงานต่างชาติ ภายใต้โปรแกรมต่างๆ ทั้ง high and low skill ตอนนี้นักเรียนต่างชาติ ได้รับอนุญาตให้ทำงาน โดยเฉพาะชาวเวียดนามที่ไหลเข้าไปในญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก สรุป การวิเคราะห์และทำนายข้อมูลประชากรในภาพใหญ่ไปล่วงหน้าหลายปี หรือหลายสิบปี มักจะผิด คำแนะนำเพื่อหลีกเลี่ยงการลงทุนโดยอาศัยสมมุติฐานที่กว้างมากเกี่ยวกับประชากรศาสตร์ ทำให้นักลงทุนพลาดโอกาสในการลงทุนหรือเก็งกำไรที่ดี และเรามองค่าเงินเยนจะแข็งค่าขึ้นปานกลาง boyles Bigmove club ที่มา Guild

ภาพรวมตลาดโลก 18 Jan 2019 (อเมริกา จีน บราซิล เยน ปอนด์ ทอง)

ภาพรวมตลาดโลก 18 Jan 2019 (อเมริกา จีน บราซิล เยน ปอนด์ ทอง) เศรษฐกิจอเมริกายังคงแข็งแกร่ง ความกังวลและการปรับฐานในปลายปี 2018 เริ่มลดลง และนักลงทุนเริ่มสนใจเข้าซื้อหุ้นในราคาที่ถูก และเหมาะสม นักวิเคระาห์เทคนิคเชื่อ จะลงมาทำ Low อีกรอบ (จุดต่ำสุดเมื่อเดือนธันวา) แต่เราไม่แน่ใจว่าจะเป็นแบบนั้นหรือไม่ แต่เราเชื่อว่า การปรับฐานคือโอกาสในการซื้อ และเราจะเลือกหุ้นที่มีโอกาสเติบโตในอีก 2-3 ปีข้างหน้า นอกจากนั้นหุ้นควรจะมีสภาพคล่องและบัญชีงบดุลที่ดีด้วย สำหรับประเทศจีนที่มีการเติบโตที่ลดลง เราเชื่อว่ารัฐบาลจีนจะพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างจริงจัง และจะเห็นผลในช่วงครึ่งปีหลัง 2019 และนี่จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประเทศที่ทำการค้ากับจีนจะวิ่งขึ้นอีกครั้ง เรายังมองพันธบัตรและค่าเงินบราซิลน่าลงทุน รวมถึงค่าเงินเยนจะแข็งค่าขึ้นด้วย รวมถึงค่าเงินปอนด์ที่จะแข็งค่าขึ้นเช่นกัน ตลาดดูจะกังวลมากเกินไปในเรื่อง BREXIT ทองและโลหะเงินเป็นทรัพย์สินที่เราชื่นชอบในปี 2019 เช่นกัน เราเชื่อว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นทั่วโลก ถึงแม้จะไม่ได้มากมายในอเมริกา การที่ Dollar มีโอกาสอ่อนค่าในปี 2019 ทำให้ทองและสินค้า Commodities จะปรับตัวดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป Boyles Bigmove Club ที่มา Guild

แนวโน้มตลาดโลกและหุ้นไทยปี 2562

แอดตัดของคุณทอม สรุปเอาไว้ดีมาก เนื้อหาคร่าวๆ แนวโน้มตลาดโลกและหุ้นไทยปี 2562 1. มองตลาดปี 62 เป็นขาขึ้น เพราะเศรษฐกิจจะโตอย่างเหมาะสม และไม่ร้อนแรงเหมือนปี 61 ทำให้การขึ้นดอกเบี้ยในอเมริกาจะขึ้นน้อย หรือไม่ขึ้น ทำให้ FED จะไม่ยุ่งกับนโยบายการเงินมากนัก 2. ค่าเงินดอลล์ในปี 62 จะอ่อนค่า เพราะยุโรปและ ญี่ปุ่นเลิกทำ QE และรวมถึง FED จะขึ้นดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด เราจะเริ่มเห็นเงินไหลเข้าตลาด EM อีกครั้ง 3. กองทุนต่างประเทศถือเงินสดเยอะมากตอนนี้ การที่ Valuation หุ้นทั่วโลกลดต่ำลง รวมถึงไทยที่มี PE 13 ที่ระดับ 1600 จะทำให้กองทุนกลับเข้ามาซื้อหุ้นอีกครั้ง 4. ไทยจะมีการเลือกตั้งและทิศทางนโยบายในอนาคตของไทย 5. ในเรื่องของ BRexit จะกระทบไทยไม่มาก เนื่องจากเศรษฐกิจยุโรปโดยภาพรวมยังถือว่าดูดี 6. หุ้นที่น่าสนใจ คิดว่าธนาคาร เพราะรายได้สม่ำเสมอ และ PBV ต่ำ ไม่มี discount เมื่อเงินต่างชาติไหลเข้าหมวดนี้ น่าจะถูกฝรั่งเข้าซื้อ รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายใน เนื่องจากการเลือกตั้ง   Boyles Bigmove club   เนื้อหาเพิ่มเติมเข้าไปดู http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=1&t=62278&fbclid=IwAR3ah2CB9XP3xQoBYVmI7xmv6xAjHcgXnFGyQhot9TUJqUV3SzPaYX4ADWg   หรือในเฟส Money Talk VDO ฉบับจริงยาวมาก

มุมมอง ดร. วิศิษฐ์ 14-18 กค 62

มุมมอง ดร. วิศิษฐ์ 14-18 กค 62 แอดสรุปได้ดังนี้1. คาดปี 2019 จะมีเงินไหลเข้ามาลงทุนในตลาดเกิดใหม่… Posted by ข่าวสารการลงทุน – Bigmove Club News on Monday, January 14, 2019 มุมมอง ดร. วิศิษฐ์ 14-18 กค 62 แอดสรุปได้ดังนี้ 1. คาดปี 2019 จะมีเงินไหลเข้ามาลงทุนในตลาดเกิดใหม่ สำหรับไทยจะไหลกลับเข้ามาหลังเลือกตั้ง และต่างชาติซื้อพันธบัตรไทย 12,000 ล้าน 2. ปี 2019 ต่างชาติยังขายหุ้นไทยอยู่ ในขณะที่ EM ในเอเชียส่วนใหญ่ต่างชาติซื้อสุทธิ 3. เป้า SET 1800 การเติบโตหุ้น 9% มองแนวรับที่แข็งแกร่งคือ 1503 4. ปี 2019 FED จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย รวมถึง 2020 จะลดดอกเบี้ย ทำให้เงินจะไหลเข้าสู่ทรัพย์สินเสี่ยง และต่างชาติจะขายหุ้นไทยลดลง 5. ผลตอบแทนตลาดไทยเทียบกับพันธบัตรสูงถึง 4.9% นั่นจะทำให้นักลงทุนในประเทศจะยังลงทุนในหุ้นไทย แต่ EYG ระดับนี้ จะให้ผลตอบแทน 10% ภายใน 3 เดือน 6. ต่างชาติ ถือหุ้นไทยเพียง 29% ต่ำสุด 14 ปี 7. น้ำมันเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น มอง Brent ไว้ที่ 70 เหรียญ เพราะการคว่ำบาตรของอเมริกา และ OPEC [...]

มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ 7 มค 2562 แอดสรุปให้

มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ 7 มค 2562 แอดสรุปให้1. เดือนมกราเหมือนจะมี Jaunary Effect ตามสถิติ2. ตอนนี้ ตลาด Future ของ FED Fund… Posted by ข่าวสารการลงทุน – Bigmove Club News on Monday, January 7, 2019 มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ 7 มค 2562 แอดสรุปให้ 1. เดือนมกราเหมือนจะมี Jaunary Effect ตามสถิติ 2. ตอนนี้ ตลาด Future ของ FED Fund มองไปถึงการลดดอกเบี้ย 0.5% 2019 ซึ่งจะเกิดขึ้นถ้า อเมริกามีการเพิ่มขึ้น Unemplayment rate (แอดคิดว่าถ้าเป็นจริง น่ากังวลเลย เพราะ อัตราดอกเบี้ยอาจเป็น peak แสดงใกล้ Recession และ FED เพิ่งเป็น statement เป็น Unemployment เป็น Remain low ด้วย) 3. มองการปรับตัว EM ในปี 2019 และฟื้นตัวของ DM เนื่องจากสถาบันถือเงินสดเยอะ (อันนี้ แอดคิดว่า ต้องรอดูผลการเจรจาจีน อเมริกา และตัวเลขเศรษฐกิจจีนและยุโรปประกอบ นักลงทุนสถาบันทั่วโลกจึงเริ่มนำเงินมาลงทุนอีกครั้ง) 4. การที่ [...]

สิ่งที่น่าลงทุนในตลาดโลก ในช่วงครึ่งปีแรก 2019

สิ่งที่น่าลงทุนในตลาดโลก ในช่วงครึ่งปีแรก 2019 ตราบเท่าที่ยังไม่มีสัญญาณการเกิด Recession เราเชื่อว่าตลาดจะยังคงผันผวนต่อไป จนกว่าจะได้ความชัดเจนในเรื่องการเติบโตของ เศรษฐกิจยุโรปและจีน ก่อนที่จะเดินหน้าต่อ เรายังเชื่อว่าตลาดยังไม่เป็นขาลง ความต้องการพันธบัตรจะเพิ่มสูงขึ้น เพราะในระหว่างที่นักลงทุนกำลังรอความชัดเจน ก็ยังสามารถที่จะได้ดอกเบี้ยไปด้วย เราแนะนำให้ลงทุนเพียง 20-30% ในระหว่างที่ติดตาม recession ที่อาจจะเกิดในปี 2019 2020 หรือจนกว่าจีนกับ อเมริกาจะมีความชัดเจน เราคิดว่า ตลาดที่น่าสนใจจะเป็น บราซิล ทอง ค่าเงินเยน และประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศ และถ้าวิกฤตยังไม่มีแนวโน้มในต้นปี 2020 ตลาดอเมริกาก็น่าสนใจเช่นกัน ทอง ขึ้นมาแรงเพราะความขัดแย้งของสงครามการค้า รวมถึงการเติบโตของจีนที่แย่ลง ทองน่าจะมีเป้าที่ระดับ 1350 ในปี 2019 และถ้า Dollar ร่วงก็อาจจะวิ่งมากกว่านี้เช่นกัน รวมถึงค่าเงินอื่นๆด้วย ค่าเงินเยน เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มเติบโตช้า รวมถึงเงินเฟ้อที่ไม่น่าจะเข้าเป้า รวมถึงค่าเงินเยนยังอ่อนค่ามาหลายปี ปีนี้ดุน่าสนใจ อินเดีย น่าสนใจเช่นกัน หลังจากที่มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกค่อนข้างต่ำ การส่งออกของอินเดียไม่ได้เน้นทางส่งออกสินค้า แต่เน้นงานบริการ และการบริโภคภายในก็เยอะด้วย สิ่งที่น่ากังวลในช่วงต้นปี 2019 เราคิดว่า จะเป็นตลาด US ยุโรป จีน ยุโรปดูจะมีปัญหาระบบธนาคารที่อ่อนแอ เศรษฐกิจโตช้ามากๆ รวมถึง BRexit ด้วย จีนก็ยังมีปัญหาเรื่องหนี้สิน หรือ Shadow banking การลดหนี้เสียเหล่านี้ ทำให้ GDP จีนเติบโตลดลงมาหลายปีหลัง ในปัจจุบันจีนเริ่มที่จะผ่อนผัน ในอนาคตที่เราต้องติดตามจีนมีโอกาสเติบโตได้ดีอีกครั้ง ตามสถิติแล้ว หลังจากที่จีนพยายามจะกระตุ้นจะใช้เวลาราวๆ 9 เดือน ซึ่งน่าจะตรงกับราวๆ กลางปี 2019 ซึ่งจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ Boyles Bigmove Club ที่มา Guild  

ว่าด้วยเรื่องเงินสดของกองทุน และ Divided สูงสุดในรอบ 3 ปีของตลาดหุ้น

ว่าด้วยเรื่องเงินสดของกองทุน และ Divided สูงสุดในรอบ 3 ปีของตลาดหุ้น แอดสรุปให้ 1. สถาบันมีเงินสดสูง ไม่น่าจะถอนเยอะ ในเดือน มกรา 2. เงินสดของสถาบัน อาจมีการไหลเข้าเดือนมกรา หลังสะสมเข้ามาในเดือน ธค ถ้า มค ไม่ได้ไถ่ถอนเยอะ 3. Forward Divided ปันผลสูงสุดในรอบ 3 ปีเลย 4. หุ้นไทย มี Sell in May and Go Away ด้วย ผลตอบแทนดีที่สุดมักจะอยู่ในเดือน มก และ กพ 5. สามรูปหลัง เป็นหุ้นในหมวด ตัวใหญ่ ให้ปันผลดี SETHD ที่น่าลงทุน สรุป แอดคิดว่า ช่วงนี้การลงทุนหุ้นที่ปันผลมากกว่า ผลตอบแทนพันธบัตร หรือหุ้นปันผลระดับ 3.5-5% ใน SETHD จะเป็นทางเลือกที่ดี ในสถานการณ์ที่ผันผวนแบบนี้ แถมยังมีลุ้น Capital Gain ด้วย พอดีไปเจอมา ขอบคุณ Trinity สำหรับข้อมูลดีๆ Boyles Bigmove Club https://www.facebook.com/Trinitysecuritiesgroup/posts/2424860590863549

ภาพรวมตลาดอเมริกา และตลาดโลก ค่าเงิน ทอง และวิกฤต ปี 2019

ภาพรวมตลาดอเมริกา และตลาดโลก ค่าเงิน ทอง และวิกฤต ปี 2019 เราคาดว่าปี 2019 น่าจะเป็นปีที่ดีของอเมริกา ถึงแม้ว่าการเติบโตจะลดไปบ้างก็ตาม คาดการเติบโตของบริษัทต่างๆน่าจะ 7% คำถามใหญ่ ปี 2020 จะเกิดวิกฤตหรือไม่ เราเชื่อว่า 2019 2020 วิกฤตจะไม่เกิดในอเมริกา แต่กลุ่มที่ต้องจับตาคือยุโรปและจีน ถึงแม้ยังไม่มีสัญญาณน่ากลัวใดๆ แต่ยุโรปก็เริ่มมีอัตราการเติบโตที่ต่ำเพียง 1% ในขณะที่จีน 6% แต่เราเชื่อว่าตัวเลขจริงๆ น่าจะแค่ 4% และ US โต 2.5% สำหรับค่าฌแลี่ยการเติบโตในรอบ 10-15 ปีหลังต้องบอกถือว่าดี เรื่องเงินเฟ้อ ผลกระทบน่าจะอยู่ในกลุ่มประเทศ Emerging market กลุ่มเหล่านี้ส่วนใหญ่ต้องการลดค่าเงินเพื่อการส่งออก และเงินอาจจะเฟ้อขึ้นไปถึง 4% นั่นจะทำให้ความต้องการทองเพิ่มขึ้นในประเทศเหล่านี้ ส่วนประเทศพัฒนาแล้ว เราเชื่อเงินเฟ้อจะอยู่ระดับปานกลาง ญี่ปุ่นจะมีปัญหาเงินเฟ้อไม่ถึงเป้า ตลาดอเมริกา เราเชื่อว่า 2019 จะยังผันผวนต่อไป แต่เรายังไม่สัญญาณตลาดขาลง แต่เราเชื่อว่า ครึ่งปีแรกตลาดจะยังปรับฐานอยู่ แต่ถ้ามีสัญญาณการเกิดวิกฤตในช่วงต้นปี 2020 การปรับฐานในตลาดอเมริกาอาจจะนานกว่านั้น ค่าเงิน US dollar จะอ่อนค่าลงเล็กน้อย ในขณะที่ค่าเงินบราซิล และญี่ปุ่นจะแข็งค่าขึ้น และเราเชื่อว่า เงินเยนจะน่าลงทุนในปี 2019 ทอง เราเชื่อว่า ปี 2019 จะเป็นปีที่ดีของทอง เราเชื่อว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น รวมถึงการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ และการโกงของผู้มีอำนาจทั่วโลกทั้ง อาร์เจนติน่า อินเดีย จีน ทำให้ความต้องการทองเพิ่มขึ้นจากการหลบเลี่ยงการตรวจสอบ Boyles Bigmove Club ที่มา Guild

สรุปมุมมอง ดร. วิศิษฐ์ 2-4 มค 62

สรุปมุมมอง ดร. วิศิษฐ์ 2-4 มค 621. มอง Target ตลาดโลกราวๆ 15% ความเสี่ยงในเรื่องวิกฤตยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด2…. Posted by ข่าวสารการลงทุน – Bigmove Club News on Wednesday, January 2, 2019 สรุปมุมมอง ดร. วิศิษฐ์ 2-4 มค 62 1. มอง Target ตลาดโลกราวๆ 15% ความเสี่ยงในเรื่องวิกฤตยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด 2. มีแนวโน้มเกิด January Rally ในหุ้นไทย โดย 5 ปีหลัง สถาบันซื้อเฉลี่ย 3,000-10,000 ล้าน 3. เงินปันผล 3.3% สูงสุดในรอบ 3 ปี (forward)หุ้นปันผลจะดี 4. อเมริกากับจีนน่าจะตกลงกันได้ Bottom น่าจะเกิดเดือนมีนา 5. จับตากระตุ้นเศรษฐกิจของจีน และนโยบายประเภท Unconventional policy การปรับลดภาษีของจีนอาจจะใหญ่ถึง RMB 1.3 ล้านล้าน หรือ 1.4% ของ GDP จะทำให้หุ้นเอเชียวิ่งแรง ที่มา Trinity โดย ดร.วิศิษฐ์ Boyles Bigmove Club