Author - boyles

หลักการลงทุน 21 ข้อ (บทความ)

บทความนี้ผมไปเจอมานานมากแล้ว ไม่รู้เป็นของใคร เลยไม่ได้ทำ link ไปให้ ก็ขออนุญาตนำมาให้เพื่อนๆอ่าน เห็นว่ามีประโยชน์มาก *** เก็บมาฝากครับ ***หลักการลงทุน1 จำนวนเงินลงทุน จงแบ่งเงินลงทุนเป็นสิบส่วนเท่า ๆ กัน และอย่าลงทุนซื้อหรือขายเกินหนึ่งในสิบของเงินลงทุนในการซื้อขายแต่ละครั้ง2 ใช้คำสั่ง stop orders ควรป้องกันการลงทุนโดยการตั้ง stop orders 3-5 ช่วง ต่ำกว่าราคาที่ซื้อหรือสูงกว่าราคาที่ขาย3 อย่าซื้อหรือขายเกินตัว เพราะจะเป็นการฝ่าฝืนกฎเกี่ยวกับจำนวนเงินลงทุนในข้อ 14 อย่าปล่อยให้กำไรกลายเป็นขาดทุน หลังจากที่ท่านมีกำไร 3 ช่วงหรือมากกว่านั้น จงยกระดับ stop order ให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันมิให้ขาดทุน5 อย่าเริ่มก่อนแนวโน้ม อย่าซื้อหรือขายถ้าท่านยังไม่แน่ใจในแนวโน้มตามแผนภูมิของท่าน6 เมื่อสงสัย ให้ออกจากตลาดและอย่าเข้าตลาด ถ้ายังสงสัย7 จงอย่าใช้ราคาเฉพาะ ทั้งการซื้อและการขาย จงใช้ราคาตลาด8 อย่าขายทิ้งโดยไม่มีเหตุผลที่ดี จงใช้ stop order เพื่อป้องกันกำไรหดหาย9 จงสะสมกำไรไว้หลังจากที่ท่านประสบความสำเร็จและมีกำไรติดต่อกันหลาย ๆ ครั้ง จงสำรองส่วนกำไรนี้ไว้ต่างหากเพื่อใช้ในยามฉุกเฉินหรือตอนที่มีการตื่นตระหนก10 อย่าซื้อเพียงแต่เพื่อจะเอาเงินกำไร11 อย่าเฉลี่ยการขาดทุน เพราะนี่เป็นความผิดที่เลวร้ายที่สุดที่นักล่าทองคำอาจทำได้12 อย่าออกจากตลาดเพียงเพราะว่าท่านหมดความอดทนหรือเข้าตลาดเพียงเพราะว่าท่านไม่อยากรอ13 จงหลีกเลี่ยงการขายเพื่อเอากำไรแต่น้อยและยอมขาดทุนมาก14 จงอย่ายกเลิกคำสั่ง stop order ที่ท่านสั่งตอนที่ท่านซื้อขายทองคำนั้น15 จงหลีกเลี่ยง การเข้าและออกจากตลาดบ่อยเกินไป16 จงพร้อมที่จะขาย เช่นเดียวกับซื้อ และยึดวัตถุประสงค์ในการทำกำไรให้แน่วแน่17 จงอย่าซื้อเพียงเพราะราคาต่ำและอย่าขายเพียงพราะคิดว่าราคาสูง18 จงระวังการปิระมิดในจังหวะที่ผิด จงรอจนกระทั่งเริ่มมีการซื้อขายมากและระดับราคาได้วิ่งขึ้นผ่านระดับต้านทานก่อนที่จะซื้อเพิ่ม และรอจนกระทั่งราคาได้วิ่งตกต่ำกว่าระดับจำหน่ายจ่ายแจกก่อนที่จะขายเพิ่มขึ้น19 อย่าป้องกันการขาดทุนในทองคำที่ซื้อมาโดยการยืมทองคำจากคนอื่นมาขายไปก่อน จงขายทองคำที่ซื้อมาไปในราคาตลาดและยอมรับการขาดทุนเพื่อคอยโอกาสครั้งต่อไป20 อย่าเปลี่ยนสถานภาพการลงทุนในตลาดโดยไม่มีเหตุผลที่ดี เมื่อท่านตัดสินใจซื้อหรือขายแล้ว จงให้โอกาสมันตามเหตุผลที่ดีบางประการหรือตามแผนที่กำหนดไว้ อย่าเพิ่งขายออกไปจนกว่าจะมีสัญญาณบอกว่าแนวโน้มได้เปลี่ยนทิศทาง21 จงหลีกเลี่ยงการเพิ่มพอร์ทหลังจากที่ท่านประสบความสำเร็จและมีผลกำไรมาเป็นระยะเวลานาน

เล็งให้แม่นเก็งให้รวย The Zurich Axioms by Max Gunther

ไปห้องสมุดมารวยมา อยากจะแนะนำหนังสือเล่นนึงให้เพื่อนลองอ่านดู อยากซื้อเก็บไว้เหมือนกันแต่หาซื้อไม่ได้ เนื้อหาใจความคร่าวๆก็เป็นดังนี้ ใครสนใจจะอ่านเพิ่มก็ลองแวะไปยืมดูนะ ยังมีเนื้อหาดีๆอีกเยอะ ที่ไมได้ลงไว้ด้วย เราชอบมากๆ มันเกี่ยวข้องกับชีวิตใกล้ตัวเราด้วย ชื่อหนังสือก็ตามหัวเรื่องเลย Intro: ลูกจงอย่าตัดสินใจเลือกงานจากเงินเดือนอย่างเดียวเพราะไม่มีใครรวยได้จากเงินเดือน แม้จริงแล้วอาจจะยากจนสะด้วยซ้ำ ลูกจะต้องมีอย่างอื่นนอกจากเงินเดือน นั้นคือการเก็งกำไรที่ดีสัก 1 – 2 ครั้งเท่านั้นแหล่ะ ไม่จำเป็นต้องมากกว่านั้น หลักใหญ่ข้อที่ 1 เรื่องของความเสี่ยง ” ความวิตกกังวลไม่่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสุขสมบูรณ์ ถ้าหากว่าคุณยังไม่มีความวิตกกังวลแล้ว แสดงว่าคุณยังไม่ได้เผชิญความเสี่ยงที่มากพอ” หลักรองข้อ 1 จงเล่นเพื่อผลลัพธ์ที่มีคุณค่าพอเท่านั้น หลักรองข้อ 2 จงหลีกเลี่ยงการกระจายความเสี่ยง : ที่มากเกินไปเหมือนคุณโยนบอลขึ้นฟ้า 12 ลูก ครึ่งนึงเฉไปทางอื่นคุณจะแก้สถานการณ์ไม่ทัน หลักใหญ่ข้อ 2 เรื่องของความโลภ “จงฉวยกำไรให้เร็วที่สุด” หลักรองข้อ 3 จงตัดสินใจเสียก่อนว่าคุณต้องการทำกำไรเท่าไร และจงเลิกเล่นทันทีที่คุณทำได้ตามเป้าหมายนั้น สรุป หลักใหญ่ข้อ 2 สอนให้คุณขายให้เร็วที่สุด จงอย่ารอให้ราคาขึ้นไปถึงจุดสุดยอด จงอย่าหวังว่าจะเป็นผู้ชนะอย่างต่อเนื่องตลอดกาล จลอย่าพยายามยึดอายุของโชค และทันทีที่หลักทรัพย์ไต่ไปถึงระดับที่คุณตั้งใจไว้ล่วงหน้าแล้วให้ขายทิ้งและเลิกเล่น เหตุเดียวที่จะไม่ปฏิบัติตามข้อนี้คือ การที่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นและทำให้คุณมั่นใจว่าจะเป็นผู้ชนะต่อไปอีกระยะนึง หลักใหญ่ข้อ 3 เรื่องของความหวัง “ถ้าเรือกำลังจะล่ม อย่ามัวแต่ภาวนา ให้กระโดดลงน้ำทันที” หลักรองข้อ 4 จงถือว่าการสูญเสียเล็กๆ น้อยๆ เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต และจงเตรียมพร้อมกับการสูญเสียเล็กๆน้อยหลายๆครั้ง ก่อนที่จะทำกำไรได้อย่างมหาศาลในวันข้างหน้า หลักใหญ่ข้อที่ 4 เรื่องของการพยากรณ์ “คุณไม่สามารถทำนายพฤติกรรมของมนุษย์ได้ ดังนั้น จงอย่าหลงเชื่อใครก็ตามที่อ้างว่ามองเห็นอนาคต “ หลักใหญ่ข้อที่ 5 เรื่องของความมีระเบียบ “ความสับสนไม่ใช่เรื่องอันตราย แต่ถ้าเมื่อใดมันกลายเป็นความมีระเบียบแล้วก็ขอให้ระวังให้ดี” หลักรองข้อที่ 5 จงระวังกับดักจากประัติศาสตร์ หลักรองข้อที่ 6 จงระวังภาะลวงตาจากแผนภูิมิ หลักรองข้อที่7 จงระวังภาพลวงตาจากความสัมพันธ์ชนิดเหตุผล หลักรองข้อที่ 8 จงระวังกับดักของนักการพนัน สรุป คุณควรจะศึกษาสื่อการเก็งกำไรที่คุณสนใจอย่างละเอียด [...]

ความพินาศของเกาะ ปาล์มที่ดูไบ เขาใช้เงินเกินตัวอย่างไร

พอดีไปอ่านเจอบทความเกี่ยวกับวิกฤตดูไบ อ่านเข้าใจง่ายดี เลยเอามาให้อ่านกัน แหล่งที่มา http://www.oknation.net/blog/sigree/2009/11/30/entry-1 ตอนผมอยู่ที่ดูไบนั้น เกาะปาล์มถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่อยากไปเยือนที่สุด จะว่าไปผมทำงานใกล้เกาะ 2 ใน 3 เกาะ แต่กว่าจะได้ไปเยือนจริงๆก็ตอนใกล้จะกลับ ไทย และผมได้ไปเยือนเกาะปาล์มเพียงแห่งเดียวคือ ปาล์ม จูไมร่า และถือเป็นปาล์มต้นเดียวที่เสร็จสมบูรณ์จริงๆ จะว่าไปผมไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่นัก มีเพียงอ่างเลี้ยงปลาวาฬเท่านั้นที่ทำผมตะลึง ที่เหลือมันไม่ประทับใจเท่าไหร่เลย จะว่าไปบ้านบนนั้นมันเรียงจนเหมือนบ้านจัดสรรราคาถูกทั้งๆที่เป็นร้อยล้าน ดูสิครับ ในขณะที่ปาล์มต้นที่ 2 เจเบอาลี เคยเห็นแต่ไม่เคยเข้าไปเพราะยังไม่สมบูรณืครับ และปาล์มต้นนี้คือ จุดเริ่มความพินาศ หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม เกาะแห่งนี้คือจุดเริ่มของความพินาศ ต้องย้อนกลับไปต้นแรกก่อนครับ ปาล์ม จูไมร่า นั้นขายหมดในเวลาไม่นานนัก หากจำไม่ผิดจะขายหมดใน 1หรือ 2 วันนี้แหละครับ ทำให้เจ้าผู้ครองนครดูไบตัดสินใจสร้างปาล์มต้นที่ 2 คือเจเบลอาลีแห่งนี้ แต่……..เจเบลอาลีเป็นเกาะที่ต่างจาก จูไมร่า เกาะแรกอย่างสิ้นเชิง จูไมร่า นั้นตั้งบนหาดทรายสีขาว จูไมร่าบีซที่มีซื่อไปทั่วโลก น้ำทะเลที่ใสราวกระจกเพราะเป็นเขตที่มีหอยมุก(อันดามันเราก็มีหอยมุกและน้้ำใส) นอกจากนี้บริเวญโดยรอบ ยังเป็นที่พักอาศัยและสำนักงานชั้นดี เมืองมหาวิทยาลัย หากจำไม่ผิด เอมิเรต ฮิล ที่ตั้งบ้านทักษิณก็อยู่ใกล้ๆเกาะนี้ แต่ เจเบลอาลีไม่ความหยิ่งผยองในโครงการแรกทำให้ เจเบลอาลีใหญ่กว่าเกาะแรก ทำให้หรูกว่า แพงกว่าแต่ที่ตั้งงี้เง่าที่สุดเท่าที่จะนึกถึง เจเบลอาลีอยู่ในเขตอุตสาหกรรมและท่าเรือ มีทั้งไอพิษ น้ำเน่าปนเปื้อนเคมี คราบน้ำมันและอิ่นๆโครงการนี้จึงล้มไม่เป็นท่า แต่ แทนที่เชคแกจะยอมรับ แกมองไปว่าต้องสร้างความน่าดึงดูดใจกว่านี้คนถึงเข้ามา แกจึงสร้างเกาะรุปเสี้ยวจันทร์ล้มไปให้ใหญ่ขึ้นเห็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่เป็นรูปตัว U [...]

วิกฤตดูไบ และ ฮานอย สะท้อนภาพ “ศก.โลก”

พอดีได้ไปอ่านเจอบทความที่เกี่ยวกับวิกฤตดูไบ หลังจากเกิด panic sell ในวันที่ 27 – 11 – 2009 ตลาดฮ่องกงลดลงเกือบ 5 % (และเด้งขึ้นมาเท่าเดิมใน 2 วันถัดมา) ตลาดเอเชีย และยุโรปลดลงเฉลี่ย 3-5 % แต่ประเทศไทยกลับลดลงไม่ถึง 1% แต่ก็พอเข้าใจเพราะก่อนหน้านี้ก็ลงมาหนักเหลือเกินไม่เหมือนชาวบ้านเขา หลังจากดูไบขอประกาศปรับโครงสร้างหนี้ หรือเลื่อนการชำระหนี้ ไม่มีใครรู้อนาคต ว่านี้จะเป็นเค้าลางไม่ดีที่เริ่มเตือนนักลงทุนทั่วโลกหรือเปล่า อันนี้มีคนโพสต์เอาไว้ใน pantip http://www.oknation.net/blog/sigree/2009/11/30/entry-1 ดูไบ”วิกฤต “ฮานอย”สาหัส สะท้อนภาพ “ศก.โลก”ยังง่อนแง่น ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเกิดภาวการณ์แตกตื่นขึ้นในแวดวงเศรษฐกิจทั่วโลก ถล่มตลาดหุ้นระนาวตั้งแต่ยุโรปเรื่อยมาจนถึงเอเชีย สาหัสขนาดดัชนีของแต่ละประเทศดำดิ่งลงถึงระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนก็มี เหตุการณ์เขย่าขวัญที่ว่านั้นมีตั้งแต่เรื่องใหญ่คับโลกอย่างการประกาศขอเจรจาพักชำระหนี้ของดูไบ หนึ่งใน 7 รัฐอิสระ หรือเอมิเรตส์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ส่วนอีกหนึ่งนั้นเป็นภาวะเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอุษาคเนย์อย่างเวียดนาม ที่กำลังดิ้นรนอย่างหนักเพื่อเอาชนะภัยคุกคามที่กำลังกดดันเศรษฐกิจของทั้งประเทศอยู่ ดูไบ เป็นหนึ่งใน 7 รัฐที่ประกอบกันขึ้นเป็นยูเออี ประเทศที่มีน้ำมันดิบ สำรองอยู่มากเป็นอันดับ 8 ของโลก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ทุกรัฐในยูเออีจะมีทรัพยากรธรรมชาติที่ทรงคุณค่าอย่างน้ำมันอยู่ ดูไบ เป็นหนึ่งในรัฐที่ไม่มีน้ำมันอยู่ นั่นทำให้ ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล-มัคทูม ผู้ปกครองแห่งดูไบ จำเป็นต้องคิดอะไรที่แตกต่างออกไปเพื่อพัฒนาและยกระดับประเทศตนเป้าหมายของดูไบก็คือ การกลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการเงินแห่งตะวันออกกลาง หรืออย่างน้อยที่สุดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียในระนาบเดียวกันกับ สิงคโปร์และฮ่องกงในเวลา ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือกันว่า ดูไบ “บูม” ถึงขีดสุด ชนิดเกินหน้าเกินตา เอมิเรตส์อื่นๆ แม้กระทั่ง อาบู ดาบี [...]