Author - boyles

สรุปภาพรวม ตลาดโลก 10 ธันวา 2560

  Guild 10 Dec 2017 1. หุ้นอเมริกา ตอบรับข่าวการลดภาษีไปหมดแล้วหรือยัง 2. อินเดียกำลังขจัดหนี้เสีย 3. สรุปภาพรวม ตลาดโลก มาเริ่มจากข้อแรกเลยครับ นโยบายการลดภาษี กำลังจะผ่าน และเราจะรอจนกว่าถึงขั้นตอนสุดท้ายและ เราจะมาสรุปอีกครั้งในรายละเอียด ถึงอย่างไร นักลงทุนอย่าลืมว่า ส่วนที่สำคัญที่สุดคือการลดภาษีบริษัท ไม่ใช่ลดภาษีส่วนบุคคล ซึ่งจะช่วยทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจในตลาดอเมริกาเติบโตในระยะยาว นักวิเคราะห์เชื่อว่า การลดภาษีบริษัทจาก 35% มาที่ 20% จะทำให้ EPS ของ S&P ขึ้นจาก 10.5% มาที่ 12% เลยทีเดียว บริษัทใหญ่ๆจะได้ผลรับผลประโยชน์มากสุด และบริษัทท้องถิ่น โดยเฉพาะในตลาด Russell จะได้ประโยชน์มากเช่นกัน จากในรูปเราจะได้เห็นธุรกิจต่างๆที่ได้รับประโยชน์จากมากไปหาน้อย และคำถามยอดนิยมคือ ราคาปัจจุบัน ตอบรับเรื่องการลดภาษีไปหมดแล้วหรือยัง นักวิเคราะห์ Binky Chandha จาก Deutsche bank ได้ออกมาบอก ซึ่งเราสรุปได้ว่า ราคาตลาดหุ้นอเมริกา ถูก price in จากเรื่องการลดภาษีเพียงแค่ส่วนเดียว แสดงว่าถ้านโนบายนี้ผ่านตลาดจะยังสามารถขึ้นต่อไปได้ ในระยะยาว เราจะได้เห็น การเติบโตของภาคการผลิตเพิ่มขึ้น การลงทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้การจ้างงานเพิ่ม และเศรษฐกิจก็จะโตตามมา พร้อมกับกำไรบริษัทต่างๆที่เพิ่มขึ้น 2. อินเดียกำลังขจัดหนี้เสีย NPLs ของอินเดีย 69% $207 ล้านล้านดอลล่าห์ หนี้เสีย การขจัดหนี้เสียลดลงเหลือ 60% ในปีหน้าจะเป็นผลดีต่ออินเดียในระยะยาว 3. ภาพรวมตลาดโลก 3.1 เศรษฐกิจโลก เราเชื่อว่า ในปี 2018 เราจะยังเห้นการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอย่างแข็งแกร่ง กุญแจสำคัญที่จะตัดสินว่า sector ไหนจะเติบโตได้ดีคือ การแข็งและอ่อนของ US dollar การขึ้นดอกเบี้ย และเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น [...]

ทำไมตลาดเกิดใหม่ (Emerging market) ถึงจะขึ้น 100% ก่อนที่จะจบรอบ

ย้อนกลับไปในช่วงต้นปี 2016 เป็นช่วงเริ่มต้นของตลาดกระทิงใน emerging market ข้อสังเกตที่เราเคยพูดไปคือ เมื่อตลาดอเมริกาและ EM(แต่นี้ไปตลาดเกิดใหม่ หรือ Emerging market จะแทนว่า EM) มีความแตกต่างเยอะเกินค่าปกติเหมือนในปัจจุบัน ตลาด EM สามารถวิ่งขึ้นได้อีก 25% จากปัจจุบันได้เลย (สามารถดูรูปประกอบด้านล่าง) แต่ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจมากกว่านี้ ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา มีสถิติที่น่าสนใจ จากรูปในตาราง 6 ครั้งที่เป็นตลาดกระทิง มีสองครั้งที่ผิดปกติจากการที่รัฐบาลอัดเงิน คือปี 1998 และ 2009 เราเชื่อว่าตลาดกระทิงในปัจจุบันเกิดจากพืนฐานทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจริงๆ ค่าเฉลี่ยใน 4 ครั้งที่เป็นตลาดกระทิง จะวิ่งขึ้นราวๆ 52 เดือน ในขณะที่ปัจจุบัน ตลาดกระทิง วิ่งมาทั้งหมด 20 เดือนแล้ว และให้ผลตอบแทนราวๆ 60% เทียบกับ สกลุเงินดอลล่าห์ ถ้าสถิติในอดีตมาคำนวณแล้ว MSCI EM index น่าจะมีโอกาสทำจุดสูงสุด ที่ 2570 จากระดับปัจจุบันที่ 1090 หรือ 135% สำหรับผลตอบแทนจนถึงกลางปี 2020 ความเสี่ยง ประเด็นหลักๆเลย ตลาดกระทิงใน EM จะถูกทำลายถ้าเกิดภาวะเศรษฐฏิจถดถอยของประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ในปัจจุบันเรายังไม่เชื่อว่าจะเกิดวิกฤต แต่เราเชื่อว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนาแล้วจะจบเร็วกว่าปี 2020 ผู้เชี่ยวชาญของเราแนะนำว่า น่าจะอยู่ในช่วงปลายปี 2018 ถึงกลางปี 2019 ภาวะเศรษฐกิจถดถอย จะนำไปสู่จุดจบของตลาดกระทิงในตลาดเกิดใหม่ (Emerging market) ตลาดเกิดใหม่น่าสนใจที่สุด ถ้าเรามาเปรียบเทียบ ตลาดหุ้นในประเทศที่พัฒนาแล้ว กับตลาดเกิดใหม่ จากตารางที่เราให้ดู ตลาดเกิดใหม่จะให้ผลตอบแทนถึง 270% สำหรับค่าเฉลี่ยในช่วง 4 ครั้งหลังสุดในภาวะกระทิง ในขณะที่ตลาดของประเทศที่พัฒนาแล้วให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 65% [...]

กองทุนเปิด US Tech Stocks

กองทุนเปิด US Tech Stocks วันนี้นั่งดู Money Channel เลยอยากจะให้ความรู้เกี่ยวกับ กองทุนเปิดที่ลงทุนในต่างประเทศที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีพวกนี้ เรามาดูผลตอบแทนของพวกกองทุนเทคโนโลยีในต่างประเทศย้อนหลังกัน (U.S. Technology ETF) ถ้าเราย้อนไป 10 ปีหลัง จะได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 9.87%/ปี 5ปีหลัง = 15.73%/Year และปีล่าสุดครึ่งปี 22% เลยทีเดียว ถ้ารวมผลตอบแทน 5 ปีหลังจะได้ถึง 107% ทีเดียวในการถือกองทุนประเภทนี้ กองทุนเปิดตาม Link ของ Money Channel(Link ด้านล่าง) ที่ดูจะใกล้เคียงหมวดนี้สุด น่าจะเป็น กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส ดัชนีเอ็นดีคิว 100 และ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ บิลเลียนแนร์ ซึ่งให้ผลตอบแทน 19-20% ถึงก็ใกล้เคียงกับ US techno ETF ปัจจุบันน่าจะมีอีกหลายกองทุน ลองหาข้อมูลกันเพิ่มเติมดูนะครับ ดัชนี NDQ 100 คืออะไร คล้ายๆ Set100 ในบ้านเรา NASDAQ 100 จะรวบรวมบริษัทยักษ์ใหญ่โดยเฉพาะบริษัทพวกไฮเทคทั้งหลาย ยกเว้นกลุ่มสถาบันการเงิน อย่างเช่น เทคโนโลยี ค่าปลีก สื่อสาร Biotech สุขภาพ ขนส่ง บริษัทที่หลายท่านรู้จักเช่น Amazon Apple Blizzard Ebay Expedia Garmin Intel Yahoo ในเมื่อผลตอบแทนในอดีตในไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต หลายคนคงมีคำถามเกี่ยวกับการลงทุน เดี๊ยวเรามาวิเคราะห์กัน 1. ค่าเงิน คงเป็นเรื่องอันดับต้นๆเลย ถึงแม้กองทุนส่วนใหญ่น่าจะประกันความเสี่ยงค่าเงินให้เราแล้ว แต่ถ้าค่าเงินในประเทศที่เราลงทุนเกิดอ่อนมากๆ ผลตอบแทนเราอาจจะลดลงอย่างน่าตกใจก็ได้ – ค่าเงิน [...]

Set50 Future ต่างชาติ Long เยอะดีจริงหรือ ???

Set50 Future ต่างชาติ Long เยอะดีจริงหรือ ??? เมื่อวานดูทีวี มีการบอกว่าต่างชาติสะสม long เยอะหุ้นไทยดี ร่วมถึงมีคนถามมาเยอะมาก เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตลาดหุ้นกับการทำธุรกรรม Future ของต่างชาติ ในฐานะที่ผมอยู่ในตลาด Future ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาร่วม 10 ปีแล้ว การตีความว่าถ้าต่างชาติสะสม long เยอะๆใน Set50 หุ้นน่าจะดี เอาจริงๆแล้ว มันไม่สามารถตัดสินได้เลยครับ ว่าหุ้นดีหรือไม่ดี ในทางกลับกัน ตามรูปที่ผมนำมาให้ดู เส้นข้างล่างคือการสะสม Long ของต่างชาติ เมื่อเราเห็นต่างชาติมีการสะสม Long มากกว่า 5 หมื่นสัญญา หุ้นหรือตลาดไทยกลับอยู่ในจุดสูงสุด หรือจุดที่มีความเสี่ยงสูงเกือบทุกครั้ง มีครั้งเดียวที่ขึ้นต่อ นอกนั้น มีการปรับตัวลงแรง หรือย่อตัวหมด หรือพูดง่ายๆ เห็นต่างชาติสะสม long เยอะๆ คิดว่าตลาดดี จะติดดอยง่ายๆเอานะครับ 🙂 แต่อย่างไรก็ตาม ก็อย่าเพิ่งตีความผมผิดนะครับ ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ จะน่า Short หรือตลาดต้องลงแรงแน่ๆ การวิเคราะห์ตลาดหุ้นในเรื่องของการทำธุรกรรมของรายใหญ่จะมีความซับซ้อนเยอะครับ คล้ายๆกับตลาด S&P ที่อเมริกา ก็มีข้อมูลการทำธุรกรรมในตลาด Future เช่นกัน จะไม่สามารถนำเอาข้อมูล Future พวกนี้ มาวิเคราะห์ได้ด้วยตรงแบบนี้ ความแม่นยำในข้อมูล Future จะมีผลใน Commdoties มากกว่า สรุป: Set50 Future ต่างชาติ Long เยอะ ไม่มีความหมายใดๆเลยครับ เราสามารถเห็นหุ้นขึ้นแรง ลงแรงได้ทั้งหมดครับ กลับมาดูอีกนิด ในปัจจุบัน เราเห็นต่างชาติ มีการสะสม Long [...]

ลงทุนในประเทศ หรือต่างประเทศดีกว่ากัน?

ลงทุนในประเทศ หรือต่างประเทศดีกว่ากัน? (ในฐานะรายย่อย) ช่วงครึ่งปีแรก 2560 หุ้นไทยไม่ขยับจนมีกระแส การลงทุนในต่างประเทศถูกพูดถึงกันมาก วันนี้ผมเลยอยากจะมาเขียนบทความคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนในต่างประเทศ ในฐานะที่ผมเป็นทั้งนักเก็งกำไรและนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศมา 10 ปีแล้ว ผมจะสรุปคร่าวๆเกี่ยวกับข้อดีข้อเสียต่างๆให้แล้วลองพิจารณาดูนะครับ เราอาจจะต้องพิจารณาก่อนว่าเราอยากจะลงทุน หรือเก็งกำไรให้ได้ก่อน 1. นักลงทุน ผมให้นิยามกลุ่มนี้ คือการลงทุนมากกว่า 6 เดือนถึง 1 ปีขึ้นไป สินค้าก็จะเป็นพวกกองทุน index กองทุนหุ้น หรือหุ้นในต่างประเทศ 2. นักเก็งกำไร จะเป็นพวกเล่นสั้น ระดับ 1 สัปดาห์ ถึง 3 เดือน สินค้าจะเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงอย่างเช่น Option Future รวมถึงหุ้นด้วย การเตรียมความพร้อม นักเก็งกำไร : ส่วนใหญ่ต้องมีความเชี่ยวชาญ และความรู้ โดยเฉพาะเทคนิคกราฟ การบริหารความเสี่ยง(Money management) การเลือกตลาด จิตวิทยาการลงทุน ถ้าเราขาดสิ่งใด สิ่งหนึ่งไป ความผันผวน + สินค้า ประเภท Leverage เหล่านี้ อาจทำให้นักลงทุนกำไรระดับหลัก 1000% หรือ หมดตัวด้วยระยะเวลาสั้นๆได้เลย ความเสี่ยงของนักเก็งกำไรจึงอยู่ในระดับที่สูงมาก ถ้าเต็ม 10 ก็คงให้ระดับ 9-10 เลยทีเดียว นักลงทุน ในที่นี้ ผมจะหมายถึงนักลงทุนที่เข้าซื้อพวกกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ กองทุนน้ำมัน กองทุนต่างๆ รวมถึงหุ้นในต่างประเทศที่ถือยาวๆ ถ้าเราอยากไปลงทุนต่างประเทศ สิ่งที่เราควรจะต้องรู้ 1. ค่าเงิน – การวิเคราะห์ค่าเงิน เป็นสิ่งที่ไม่ง่ายเลย ความเสี่ยงเรื่องนี้เป็นอันดับแรกที่เราต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการเงิน สภาพการคลังของประเทศนั้น มีความมั่นคง หรือมีแนวโน้มอย่างไร ถ้าเราวิเคราะห์ไม่ออก อาจจะทำให้เราขาดทุนได้เลยทีเดียว อย่างเช่นในช่วงปลายปี 2014 หุ้นยุโรปขึ้น 7-8% [...]

สนใจซื้อหุ้นกู้ CPALL เดือนหน้ากันหรือเปล่า ?

สนใจซื้อหุ้นกู้ CPALL เดือนหน้ากันหรือเปล่า ? หุ้นกู้ CPALL นี้ มีอันดับเครดิต A และ หุ้นกู้ด้อยสิทธิเป็น BBB(ฟิทช์) มาดูสรุปคร่าวๆกันก่อน คือไถ่ถอนได้เมื่อเลิกบริษัท ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนดได้ และยังสามารถเลื่อนชำระได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆอีกตาหาก ส่วนดอกเบี้ยก็อยู่ราวๆ 4-5% เพื่อความง่าย http://www.thansettakij.com/content/180139 ฐานเศรษฐกิจสรุปรูปเอาไว้ดูง่ายเลยครับ ดู condition รวมๆ นี่ก็ดูโหดร้ายไม่น้อยสำหรับนักลงทุนอย่างเรา แต่แน่นอนมันก็ต้องมีทั้งมุมที่ดี และมุมที่ไม่ดี สำหรับวันนี้ผมอนุญาต Share มุมมองส่วนตัวในฐานะ นักลงทุนคนนึง ว่าจะตัดสินใจซื้อต่อหรือไม่ (หุ้นกู้ CPALL ตัวเก่าของผมก็จะหมดอายุในเดือนหน้าเช่นกัน) แน่นอนเหตุผลย่อมแตกต่างกันในแต่ล่ะนักลงทุน 🙂 ถ้าผมมองอาไรข้ามไปก็ขออภัยด้วยครับ ดอกเบี้ย: ในช่วง 5-10 ปีแรก พอใช้ได้สำหรับหุ้นกู้ แต่ปัญหาหลักๆ น่าจะเงื่อนไขการเลื่อนการจ่ายดอกเบี้ยแบบไม่มีเงื่อนไข ถึงแม้บริษัทไม่อยากจะเสียเครดิต แต่เรื่องของอนาคตใครจะไปรู้ เรื่องของอายุ หุ้นกู้: เราจะไถ่ถอนได้เมื่อเลิกบริษัท ดังนั้นการลงทุนนี้เป็นการลงทุนระยะยาว ถึงยาวมาก ถ้าใครเคยอ่านหนังสือ The Zurich Axioms น่าจะพอจำหลักการของนักลงทุนที่เก่งๆได้ หลักการข้อนั้นคือ “การวางแผนระยะยาวอาจทำให้ผู้วางแผนเข้าใจผิดคิดว่าตนเองสามารถควบคุมอนาคตได้แล้ว เพราะฉะนั้นจงอย่าึดถือแผนระยะยาวให้มากจนเกินไป” “การวางแผนสำหรับอนาคตที่มองไม่เห็นเป็นเรื่องไร้สาระ จงอย่ายึดการวางแผนระยะยาวหรือการลงทุนระยะยาวเด็ดขาด แต่ขอให้แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จงลงทุนในหลักทรััพย์ที่มีโอกาสทันทีที่เห็น และจงถอนตัวทันทีที่โอกาสจางหายไป ขอให้คุณตระหนักถึงคุณค่าของอิสรภาพที่จะทำอะไรก็ได้ และอย่าปล่อยให้อิสระภาพนี้หลุดลอยไป” หรือสรุป การลงทุนระยะยาวควรจะมีทางเลือกให้เราเลือกบ้าง ถ้าเกิดมีอะไรไม่เป็นใจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งผมคิดว่า ปัญหาข้อนี้คือ ไม่ให้อิสระต่อการตัดสินใจของเราในระยะยาว ในขณะที่ CPALL เองกลับมีอิสระในการเลือกการตัดสินใจ ที่จะไถ่ถอนเมื่อไหร่ก็ได้ ส่วนเรื่องแง่บวกก็ยังพอมีอยู่บ้าง : CP ALL มีสภาพคล่องที่สูง และมีเครือข่ายใหญ่ที่สุดในประเทศ และตัวธุรกิจเองก็มี EBITDAR Margin(กำไรก่อนหักค่าใช้จ่าย) ที่สม่ำเสมอ ทำให้หนี้สินที่สูง ในอนาคตก็มีโอกาสลดลงได้เช่นกัน ส่วนปัจจัยลบ: หนี้สินโดยรวมยังอยู่ในระดับที่สูงมาก EBITDAR Margin เริ่มมีการลดลงต่ำกว่า [...]

ภาพรวมเศรษฐกิจโลก และค่าเงินดิจิตอล 21 กค 2560

ภาพรวมเศรษฐกิจ และค่าเงินดิจิตอล 21 กค 2560 1. การใช้ค่าเงินดิจิตอลกำลังเพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังจับตามันอยู่หรือเปล่า? การขยายตัวของค่าเงินดิจิตอลเพิ่มขึ้นเร็วมาก รวมถึงการระดมทุน (ICO) ในค่าเงินดิจิตอลด้วย ในส่วนของ Bitcoin เอง ก็ประสบปัญหาในเรื่องของเทคนิค จากการที่มี Volume เพิ่มขึ้นอย่างรวเร็ว แต่ที่สำคัญที่สุด คือ ผู้ควบคุมกฎ(น่าจะหมายถึงธนาคารกลาง)จะเริ่ม ไม่มีความสุขกับเรื่องพวกนี้หรือเปล่า ไม่ว่าค่าเงินดิจิตอลจะปรับตัวเข้าหา หรือ ยังยืนกรานในสิ่งที่มันเป็น จะเป็นสิ่งที่กำหนดอนาคตสำหรับพวกเขา นักเก็งกำไรควรจะเฝ้าระวังกฏระเบียบอย่างใกล้ชิด (สรุปคร่าวๆก่อน จะขยายความในส่วนด้านล่างเพิ่ม) 2. การวิจัยโรคมะเร็ง นักวิทยาศาสตร์ของสแตนฟอร์ด สร้างเครือข่ายประสาทเทียม ซึ่งทำให้วิจัยโรคมะเร็งได้ดีกว่าแพทย์ผิดหนัง นี้คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่สำคัญของการพัฒนาในโลกของความเป็นจริงโดยใช้ AI(Artficial intelligence) 3. Blockchain สามารถช่วยประเทศเล็กๆได้อย่างไร หลังวิกฤต ภาระและค่าใช้จ่าย สำหรับประเทศเล็กๆหรือองค์กรการกุศล ในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นต้นทุน กฎระเบียบ ของการทำธุรกรรมในประเทศที่มีการแบน(การทำธุรกรรมจะแอบทำกันลับๆซึ่งมีผลต่อต้นทุน) เทคโนโลยีที่จะช่วยประเทศเล็กๆเหล่านี้คือ Bitcoin หรือเทคโนโลยี Blockchain ธนาคารขนาดใหญ่หลายธนาคารกำลังพัฒนา bloackchain เพื่อที่จะลดต้นทุน 4. ภาพรวมตลาดโลก ตลาดกำลังวิตกกับ FED ที่กำลังวางแผนขายพันธบัตร (ลด QE) แต่เราเชื่อว่า นโยบายที่สำคัญที่สุดของ FED คือการทำให้ตัวเลขการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น มากกว่าการควบคุมเรื่องเงินเฟ้อ เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อทั่วโลกยังอยู่ในระดับที่ต่ำ การเพิ่มดอกเบี้ย น่าจะยังไม่เร็วมากนัก เพราะจะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และนโยบายของทรัมป์ ในเรื่องภาษีสำเร็จ จะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้น จนกว่าจะถึงตอนนั้น หรือจนกว่าเศรษฐกิจจะแข็งแกร่ง เราไม่เชื่อว่าจะมีการเทขายพันธบัตรออกมาเยอะ อัตราการขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นไปแบบช้าถึงปานกลาง ถ้านโยบายภาษีผ่าน ตลาดหุ้นจะขึ้นด้วยอัตราที่เร็วกว่าเดิม เราแนะนำซื้อหุ้นเติบโตในหมวดเทคโนโลยี ไบโอเทค ธนาคาร และหมวดการเงิน ตลาดเกิดใหม่ที่เราชื่นชอบ คือ อินเดีย จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ไทย และสิงคโปร์ ที่เป็นฐานการผลิตเป็นหลัก ไม่ได้ส่งออก Commodities เป็นหลัก [...]

หุ้นขาลงดูยังไง ???

หุ้นขาลงดูยังไง ??? สำหรับมือใหม่ คงเคยได้ยินว่า อย่าซื้อถัว!!! ให้ตัดขาดทุนในหุ้นขาลง แล้วหุ้นขาลง เขาดูยังไง?? วันนี้เรามาหาคำตอบกันครับ สำหรับวิธีการที่ใช้ดู”หุ้นขาลง” ความจริงก็มีอยู่หลายวิธี ทั้งตีเส้นเทรนไลน์ การใช้เส้นค่าเฉลี่ย แต่ผมขอเอาวิธีที่ผมชอบที่สุด และคิดว่าง่ายที่สุดมาแนะนำล่ะกันนะครับ นั่นคือ ทฤษฎีดาวน์ เราจะไม่พูดทฤษฎีเยอะ เอาการใช้งานเลยดีกว่า เอาล่ะตั้งสติก่อน ผมด้วย ผมจะพยายามให้ดีที่สุด เพื่อให้มือใหม่เข้าใจมากทีสุด!! อย่างน้อยจะอ่านบทความนี่รู้เรื่อง คงต้องเปิดกราฟเป็นบ้าง ใครไม่มีกราฟ แนะนำโทรหามาร์เลยครับ บอกอยากดูกราฟเทคนิค โดยส่วนตัวผมแนะนำ Efinance เรากลับมา ทฤษฎีดาวน์ กันต่อ หุ้นขาลงในความหมาย คือ หุ้นที่ทำจุดสูงสุดต่ำลง และทำจุดต่ำสุดต่ำลงเช่นกัน ตามรูปเลยครับ ในรูปที่ 1 ผมจะใช้เส้น Zigzag(สีแดง) เป็นตัวช่วยดูจุดสูงสุดต่ำสุด(Efinance จะมีเครื่องมือนี้) ส่วนค่าก้ใช้อยู่ระหว่าง 5-10%              จากรูป 1 และ 2 จะเห็นว่า กฏเบื้องต้น ถ้าเราเห็นหุ้นที่เรามีอยู่ มีพฤติกรรมแบบนี้ 1. จุดสูงสุดต่ำลง 2. จุดต่ำสุดต่ำลง เบื้องต้นเลย สันนิษฐานไว้ก่อน หุ้นที่เรามีอาจจะเข้าข่ายหุ้นขาลงได้ ดังนั้นเวลาที่คนเขาบอกกันว่า อย่าซื้อถัวนะ!! ถ้าเราซื้อถัวหุ้นประเภทนี้ ก็มีโอกาสขาดทุนสูงครับ ตามที่เซียนหุ้นเขาเตือนกันได้ครับ ** เพิ่มเติมสักเล็กน้อย ปกติเวลาเราดูกราฟ เทคนิค เราจะเห็น กราฟเวลาแสดงตัวอักษร D,W (นั่นคือ D=Day, W=week คือ การแสดงผล (ตัวอย่างใช้การแสดงผลเป็นกราฟแท่งเทียน) พูดง่ายๆ คือ ข้อมูล ราคาเปิด ปิด สูงสุด [...]

ความผิดพลาดที่พบบ่อยในการเล่นหุ้น (How to make money in stocks ของโอนีล)

หลายคนอาจจะเคยอ่านบทความมาแล้ว แต่ในบทความนี้เราจะสรุปเรื่องผิดพลาดก่อน ในฉบับหน้าเราจะมาขยายความคำต่างๆ เพื่อเจาะลึกในส่วนต่างๆ สำหรับท่านที่เป็นมือใหม่ให้เข้าใจมากขึ้นครับ มาดู 18 ข้อผิดพลาดกันก่อนครับ 1. นักลงทุนส่วนมาก ไม่ได้ใช้หลักการในการคัดหุ้นที่ดีพอ (Boyles ฉบับหน้าเราจะมาพูดถึง หลักการอะไร ทางพื้นฐานของโอนีลที่ เขาคิดว่าดี) 2. ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดคือ การซื้อหุ้นในขาลง การซื้อหุ้นถูกเหมือนจะเป็นข้อได้เปรียบ แต่การที่หุ้นเป็นขาลง ก็มีโอกาสประสบปัญหาอย่างรุนแรง เพราะนั้นเป็นสาเหตุที่หุ้นเปลี่ยนแนวโน้ม (boyles: ในฉบับหน้า ผมจะมาขยายความกันว่า หุ้นขาลง เขาใช้หลักการอะไรบ้าง บางครัง้ เราอาจจะสับสนแบบไหนที่เรา เรียกว่าหุ้นขาลง แบบไหนที่เรียกว่าแค่ปรับฐาน หรือย่อ Bigmove จะมาอธิบายเพิ่มในตอนหน้าครับ) 3. การซื้อหุ้นถัวเฉลี่ยในขาลง (Boyles: ก็วกกลับมาที่ key word ขาลงมันคืออะไร ??? เมื่อไหร่ถัวได้ เมื่อไหร่ ถัวแล้วแย่) 4. คนทั่วไป ชอบซื้อหุ้นที่ถูก เพราะได้จำนวนหุ้นที่เยอะกว่า หุ้นที่ราคาถูกมักมีเหตุผลของมัน คุณไม่สามารถหุ้นที่มีคุณภาพที่ราคาถูกมากๆได้ การซื้อหุ้นราคาถูก คุณก็เพิ่มความเสี่ยงของคุณด้วย ไม่ว่าจะเป็นความผันผวน ขึ้นแรง ลงแรง แล้วแนวรับ แนวต้านก็มีโอกาสผิดพลาดสูง หุ้นแพงๆ มักมีการสนับสนุนจากสถาบันในการขับเคลื่อนราคาให้สูงขึ้น 5. นักเก็งกำไรมือใหม่ มีความต้องการเยอะเกินไป เร็วเกินไป ต้องการกำไรเยอะมากๆ โดยขาดทักษะ และไม่ให้เวลาการเรียนรู้ที่เพียงพอ (boyles: ผมพบบ่อยมาก และมักจะมีคำถามมาที่ผมบ่อยมากว่า อยากได้กำไร เดือนล่ะ 10-20% บ้าง หรือกำไร เกิน 100% ต่อปีบ้าง ไม่ใช่ว่าผลตอบแทนระดับนี้ จะเป็นไปไม่ได้ทีเดียว แต่ปกติ ผมจะตอบว่ามากเกินไป สำหรับมือใหม่แล้ว การขาดหวังระดับแบบนี้ มักจะกระตุ้นให้เก็งกำไรด้วยระดับความเสี่ยงสูง และความกดดันที่มากเกินไป ซึ่งนำมาซึ่งการขาดทุนแทน คำแนะนำแรกของผม [...]

จุดอ่อนของ Bitcoin และการเป็นสกุลหลักของโลก

8 ปี หลังจากที่ Bitcoin ถือกำหนด ในปัจจุบันมีค่าเงิน Digital เกิดขึ้นมากมาย เกือบๆ 1000 สกุล ค่าเงินดิจิตอลเหล่านี้ มีรูปแบบคล้ายทอง จนเราเรียกกันว่า ทองดิจิตอล เพราะค่าเงินเหล่านี้ปราศจากการเข้ามาควบคุมจากรัฐบาลหรือธนาคารกลาง และอีกทั้งยังสามารถ โอนให้ใครก็ได้ในทุกมุมโลก วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงในส่วนไหนบ้างที่ค่าเงินดิจิตอลประสบความสำเร็จและล้มเหลว เนื่องจากราคา Bitcoin พุ่งสูงจนเริ่มเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ การแข่งขันในค่าเงินดิจิตอลที่มีเกือบๆ 1000 สกุลก็เริ่มรุนแรงมากขึ้น และแน่นอน ก็มีผู้เชี่ยวชาญที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับค่าเงินดิจิตอลเหล่านี้ ความน่าตื่นเต้นของราคาที่พุ่งสูงขึ้นทำให้เกิดเรื่องราว เศรษฐีใหม่ๆเกิดขึ้น นั่นจะทำให้การเก็งกำไรจะยังมีต่อไป แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ท้ายที่สุดงานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกรา และเมื่อฝุ่นควันเริ่มจางหาย นักเก็งกำไรที่ฉลาด และอาจจะรวมถึงนักลงทุน จะต้องตัดสินใจจริงๆว่า ค่าเงินเหล่านี้ พวกเขายังต้องการที่จะถือเป็นทรัพย์สินของเขาต่อไปหรือไม่ เราจึงต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า สิ่งไหนบ้างที่จะใช้ในการตัดสินว่า เราควรจะถือครอง Bitcoin เป็นทรัพย์สิน ดังนั้นเราจะเริ่มจาก เป้าหมายของ Bitcoin อย่างแรกเลย ที่เราต้องตระหนักก่อนคือ Bitcoin ถูกออกแบบขึ้นเพื่อ การตัดคนกลางออกจากระบบการโอนจากบุคคลหนึ่งไปหาอีกคนนึง คนกลางในที่นี่จะหมายถึง รัฐบาล ธนาคาร ที่คอยตรวจสอบ หรือ จะเปรียบ Bitcoin เป็นเงินที่ไม่ขึ้นตรงกับรัฐบาลใดในโลกก็ได้ มันไม่ได้ถูกสร้าง หรือควบคุม หรือดูแลจากจากธนาคารกลางใดๆ ท่านผู้อ่าน อาจจะคิดทันทีว่า สินค้าบนโลกใบนี้ ที่ทำหน้าที่แบบนี้ได้ ก็มีอยู่แล้วนี่นา นั่นคือ ทอง ในเศรษฐกิจร่วมสมัย ทองจะคือทรัพย์สินที่ใช้ในการปกป้องความเสี่ยง จากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล สิ่งที่ Bitcoin สร้างขึ้นมา เรียกได้ว่าเหมือนทองเลย เพียงแต่ ทองจริงๆ มีน้ำหนัก ยากที่จะแบ่งสำหรับการแลกเปลี่ยน และยังมีโอกาสโดนขโมยในการเก็บ หรือการขนย้าย ในทางกลับกัน Bitcoin ไม่ต้องมีพื้นที่เก็บ โอนง่ายโดยไม่ต้องสนระยะทาง และยังมีความปลอดภัย (ถึงจะเคยมีข่าวการขโมยในอดีต แต่ปัจจุบันระบบก็ได้มีการพัฒนาไปมากแล้ว) พูดสั้นๆเลย Bitcoin คือทองดิจิตอลนี่แหล่ะ คำถามถัดไป [...]