Yearly Archives - 2019

สิ่งที่น่าลงทุนในตลาดโลก ในช่วงครึ่งปีแรก 2019

สิ่งที่น่าลงทุนในตลาดโลก ในช่วงครึ่งปีแรก 2019 ตราบเท่าที่ยังไม่มีสัญญาณการเกิด Recession เราเชื่อว่าตลาดจะยังคงผันผวนต่อไป จนกว่าจะได้ความชัดเจนในเรื่องการเติบโตของ เศรษฐกิจยุโรปและจีน ก่อนที่จะเดินหน้าต่อ เรายังเชื่อว่าตลาดยังไม่เป็นขาลง ความต้องการพันธบัตรจะเพิ่มสูงขึ้น เพราะในระหว่างที่นักลงทุนกำลังรอความชัดเจน ก็ยังสามารถที่จะได้ดอกเบี้ยไปด้วย เราแนะนำให้ลงทุนเพียง 20-30% ในระหว่างที่ติดตาม recession ที่อาจจะเกิดในปี 2019 2020 หรือจนกว่าจีนกับ อเมริกาจะมีความชัดเจน เราคิดว่า ตลาดที่น่าสนใจจะเป็น บราซิล ทอง ค่าเงินเยน และประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศ และถ้าวิกฤตยังไม่มีแนวโน้มในต้นปี 2020 ตลาดอเมริกาก็น่าสนใจเช่นกัน ทอง ขึ้นมาแรงเพราะความขัดแย้งของสงครามการค้า รวมถึงการเติบโตของจีนที่แย่ลง ทองน่าจะมีเป้าที่ระดับ 1350 ในปี 2019 และถ้า Dollar ร่วงก็อาจจะวิ่งมากกว่านี้เช่นกัน รวมถึงค่าเงินอื่นๆด้วย ค่าเงินเยน เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มเติบโตช้า รวมถึงเงินเฟ้อที่ไม่น่าจะเข้าเป้า รวมถึงค่าเงินเยนยังอ่อนค่ามาหลายปี ปีนี้ดุน่าสนใจ อินเดีย น่าสนใจเช่นกัน หลังจากที่มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกค่อนข้างต่ำ การส่งออกของอินเดียไม่ได้เน้นทางส่งออกสินค้า แต่เน้นงานบริการ และการบริโภคภายในก็เยอะด้วย สิ่งที่น่ากังวลในช่วงต้นปี 2019 เราคิดว่า จะเป็นตลาด US ยุโรป จีน ยุโรปดูจะมีปัญหาระบบธนาคารที่อ่อนแอ เศรษฐกิจโตช้ามากๆ รวมถึง BRexit ด้วย จีนก็ยังมีปัญหาเรื่องหนี้สิน หรือ Shadow banking การลดหนี้เสียเหล่านี้ ทำให้ GDP จีนเติบโตลดลงมาหลายปีหลัง ในปัจจุบันจีนเริ่มที่จะผ่อนผัน ในอนาคตที่เราต้องติดตามจีนมีโอกาสเติบโตได้ดีอีกครั้ง ตามสถิติแล้ว หลังจากที่จีนพยายามจะกระตุ้นจะใช้เวลาราวๆ 9 เดือน ซึ่งน่าจะตรงกับราวๆ กลางปี 2019 ซึ่งจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ Boyles Bigmove Club ที่มา Guild  

ว่าด้วยเรื่องเงินสดของกองทุน และ Divided สูงสุดในรอบ 3 ปีของตลาดหุ้น

ว่าด้วยเรื่องเงินสดของกองทุน และ Divided สูงสุดในรอบ 3 ปีของตลาดหุ้น แอดสรุปให้ 1. สถาบันมีเงินสดสูง ไม่น่าจะถอนเยอะ ในเดือน มกรา 2. เงินสดของสถาบัน อาจมีการไหลเข้าเดือนมกรา หลังสะสมเข้ามาในเดือน ธค ถ้า มค ไม่ได้ไถ่ถอนเยอะ 3. Forward Divided ปันผลสูงสุดในรอบ 3 ปีเลย 4. หุ้นไทย มี Sell in May and Go Away ด้วย ผลตอบแทนดีที่สุดมักจะอยู่ในเดือน มก และ กพ 5. สามรูปหลัง เป็นหุ้นในหมวด ตัวใหญ่ ให้ปันผลดี SETHD ที่น่าลงทุน สรุป แอดคิดว่า ช่วงนี้การลงทุนหุ้นที่ปันผลมากกว่า ผลตอบแทนพันธบัตร หรือหุ้นปันผลระดับ 3.5-5% ใน SETHD จะเป็นทางเลือกที่ดี ในสถานการณ์ที่ผันผวนแบบนี้ แถมยังมีลุ้น Capital Gain ด้วย พอดีไปเจอมา ขอบคุณ Trinity สำหรับข้อมูลดีๆ Boyles Bigmove Club https://www.facebook.com/Trinitysecuritiesgroup/posts/2424860590863549

ภาพรวมตลาดอเมริกา และตลาดโลก ค่าเงิน ทอง และวิกฤต ปี 2019

ภาพรวมตลาดอเมริกา และตลาดโลก ค่าเงิน ทอง และวิกฤต ปี 2019 เราคาดว่าปี 2019 น่าจะเป็นปีที่ดีของอเมริกา ถึงแม้ว่าการเติบโตจะลดไปบ้างก็ตาม คาดการเติบโตของบริษัทต่างๆน่าจะ 7% คำถามใหญ่ ปี 2020 จะเกิดวิกฤตหรือไม่ เราเชื่อว่า 2019 2020 วิกฤตจะไม่เกิดในอเมริกา แต่กลุ่มที่ต้องจับตาคือยุโรปและจีน ถึงแม้ยังไม่มีสัญญาณน่ากลัวใดๆ แต่ยุโรปก็เริ่มมีอัตราการเติบโตที่ต่ำเพียง 1% ในขณะที่จีน 6% แต่เราเชื่อว่าตัวเลขจริงๆ น่าจะแค่ 4% และ US โต 2.5% สำหรับค่าฌแลี่ยการเติบโตในรอบ 10-15 ปีหลังต้องบอกถือว่าดี เรื่องเงินเฟ้อ ผลกระทบน่าจะอยู่ในกลุ่มประเทศ Emerging market กลุ่มเหล่านี้ส่วนใหญ่ต้องการลดค่าเงินเพื่อการส่งออก และเงินอาจจะเฟ้อขึ้นไปถึง 4% นั่นจะทำให้ความต้องการทองเพิ่มขึ้นในประเทศเหล่านี้ ส่วนประเทศพัฒนาแล้ว เราเชื่อเงินเฟ้อจะอยู่ระดับปานกลาง ญี่ปุ่นจะมีปัญหาเงินเฟ้อไม่ถึงเป้า ตลาดอเมริกา เราเชื่อว่า 2019 จะยังผันผวนต่อไป แต่เรายังไม่สัญญาณตลาดขาลง แต่เราเชื่อว่า ครึ่งปีแรกตลาดจะยังปรับฐานอยู่ แต่ถ้ามีสัญญาณการเกิดวิกฤตในช่วงต้นปี 2020 การปรับฐานในตลาดอเมริกาอาจจะนานกว่านั้น ค่าเงิน US dollar จะอ่อนค่าลงเล็กน้อย ในขณะที่ค่าเงินบราซิล และญี่ปุ่นจะแข็งค่าขึ้น และเราเชื่อว่า เงินเยนจะน่าลงทุนในปี 2019 ทอง เราเชื่อว่า ปี 2019 จะเป็นปีที่ดีของทอง เราเชื่อว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น รวมถึงการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ และการโกงของผู้มีอำนาจทั่วโลกทั้ง อาร์เจนติน่า อินเดีย จีน ทำให้ความต้องการทองเพิ่มขึ้นจากการหลบเลี่ยงการตรวจสอบ Boyles Bigmove Club ที่มา Guild

สรุปมุมมอง ดร. วิศิษฐ์ 2-4 มค 62

สรุปมุมมอง ดร. วิศิษฐ์ 2-4 มค 621. มอง Target ตลาดโลกราวๆ 15% ความเสี่ยงในเรื่องวิกฤตยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด2…. Posted by ข่าวสารการลงทุน – Bigmove Club News on Wednesday, January 2, 2019 สรุปมุมมอง ดร. วิศิษฐ์ 2-4 มค 62 1. มอง Target ตลาดโลกราวๆ 15% ความเสี่ยงในเรื่องวิกฤตยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด 2. มีแนวโน้มเกิด January Rally ในหุ้นไทย โดย 5 ปีหลัง สถาบันซื้อเฉลี่ย 3,000-10,000 ล้าน 3. เงินปันผล 3.3% สูงสุดในรอบ 3 ปี (forward)หุ้นปันผลจะดี 4. อเมริกากับจีนน่าจะตกลงกันได้ Bottom น่าจะเกิดเดือนมีนา 5. จับตากระตุ้นเศรษฐกิจของจีน และนโยบายประเภท Unconventional policy การปรับลดภาษีของจีนอาจจะใหญ่ถึง RMB 1.3 ล้านล้าน หรือ 1.4% ของ GDP จะทำให้หุ้นเอเชียวิ่งแรง ที่มา Trinity โดย ดร.วิศิษฐ์ Boyles Bigmove Club