. EYG เทียบกับพันธบัตรของอเมริกา EYG ในช่วง set 1850 EYG=3.2% และเทียบกับค่าเงินที่มีโอกาสอ่อนตัวที่ 31 ในช่วงนั้น ทำให้หุ้นไม่น่าสนใจในมุมมองต่างชาติ

. EYG เทียบกับพันธบัตรของอเมริกา EYG ในช่วง set 1850 EYG=3.2% และเทียบกับค่าเงินที่มีโอกาสอ่อนตัวที่ 31 ในช่วงนั้น ทำให้หุ้นไม่น่าสนใจในมุมมองต่างชาติ

มุมมองสงครามการค้าของดร.วิศิษฐ์น่าสนใจมาก จะกระทบจีนเพียงแค่ 0.1% ของ GDP เท่านั้น แต่ประเด็นคือจีนดันตอบโต้ ซึ่งท้ายที่สุดก็คงต้องมาคุยกัน แต่ถ้าเริ่มร้ายแรงขึ้น จีนซึ่งถือพันธบัตรเยอะอาจจะขายพันธบัตรอเมริกาออกมา ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้แย่ จีนยังไม่ได้ขาย ในส่วนของอเมริกาก็มีเงินลงทุนในจีนเยอะ ถ้าอเมริกาถอนจีนก็แย่เหมือนกัน ตอนนี้เหมือนหวัดแย๊บกันไปมามากกว่า ยังไม่ใช่สงครามการค้าจริงๆ แต่ถ้ายังเจรจาไม่ได้ ผลกระทบก็อาจจะมากขึ้นเรื่อยๆ และตลาดก็จะผันผวนต่อไป

สถาบันต่างประเทศหลายๆที่ในช่วงนี้ถือเงินสดเยอะมาก บางที่เกือบจะถือเท่าช่วงวิกฤตเลย ถ้ามีมุมมองที่ดีขึ้น นักลงทุนสถาบันจะเข้ามา ปัจจัยบ้างที่เขาจะดู
1. EYG เทียบกับพันธบัตรของอเมริกา EYG ในช่วง set 1850 EYG=3.2% และเทียบกับค่าเงินที่มีโอกาสอ่อนตัวที่ 31 ในช่วงนั้น ทำให้หุ้นไม่น่าสนใจในมุมมองต่างชาติ และโดนเทขายในท้ายที่สุด วิกฤต Eur EYG เรา = 6% และค่าเงิน 36 ทำให้นักลงทุนต่างชาติได้สองเด้งเลย ในตอนนี้ 1600 ต้นๆ 4.46% ค่าเฉลี่ย 6 ปี 4.4% ตั้งแต่นี้ไป จะไม่ขายภาพรวม จะเลือกขายเป็นรายตัวมากกว่า
2. Big Cap จะฟื้นตัวเร็วกว่า เพราะมีปันผลมากกว่าพันธบัตร และ Divided yield gap มากกว่าพันธบัตร 10 ปี(ตอนนี้ Yield 10 ปีราวๆ 2.7%) อยู่ 1% ค่อนข้างมากกว่าเฉลี่ย และผลตอบแทนยังไม่รวม Capital gain อีก
3. ถ้าวิกฤตใน Emerging market ดีขึ้น จะสังเกตจากค่าเงินประเทศที่แย่อย่างตุรกี นักลงทุนต่างชาติก็จะหวนกลับมาใน EM
4. ถ้า Bond yield อเมริกา ไม่มากกว่า 3.5% หรืออยู่แถว 2.6% จะทำให้นังลงทุนสถาบันกลับมาสนใจ EM อีกครั้งเช่นกัน

คลิปนี้ดีมาก ได้ความรู้ใหม่เพียบเลย
Boyles Bigmove Club

ที่มา : https://www.facebook.com/MoneyChannelThailandOfficial/videos/1820538214699079/?hc_ref=ARSx_fMhEV3uaUp9k9sl44A4KP9BkcZS9QPW25hwA9EVTBaSDWNTTp7jIdFfRKInhWY&fref=nf

 

Share this post

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *