Yearly Archives - 2018

บ้างก็บอกน้ำมันไม่มีอนาคต คนจะใช้พลังงานสะอาดกัน แต่ก็มีอีกมุมมองที่เป็นตำนานนักลงทุน Jim Roger

บ้างก็บอกน้ำมันไม่มีอนาคต คนจะใช้พลังงานสะอาดกัน แต่ก็มีอีกมุมมองที่เป็นตำนานนักลงทุน Jim Roger ก็ได้เขียนไว้ว่า อย่าไปฟัง OPEC มาก ตลาดน้ำมันกำลังทำ Bottom และในอนาคตเราจะพูดว่า ปี 2015 2016 2017 2018 หรือ 2019 น้ำมันทำ Bottom ครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วหลังจากนั้น ก็วิ่งขึ้นต่อ ปริมาณสำรองน้ำมันลดลง อย่าขายน้ำมันทิ้งนะ ก็เป็นอีกมุมมองนึงนะครับ ส่วนแอด แอดก็ยังไม่คิดว่าพลังงานสะอาดจะ Disrupt เข้ามาได้เร็วๆนี้ แม้จะมีคนพูดถึงมากก็ตาม หุ้นกลุ่มน้ำมันเล่นได้ไหม แอดก็คิดว่า เล่นได้นะ Boyles Bigmove Club

ดร.นิเวศน์บอก อวสารตีแตก ยุคทองของตลาดหุ้นกำลังจะจบ

ดร.นิเวศน์บอก อวสารตีแตก ยุคทองของตลาดหุ้นกำลังจะจบ แต่ยังลงทุนได้ใช้เวลาหน่อย สร้างความมั่นคั่งแบบค่อยเป็นค่อยไป แนะนำลองดูครับ บทความด้านล่างเลยครับ แอดตัดต่อมาให้ของ ดร. Boyles Bigmove Club ดร นิเวศน์ บอกว่าหมอพงษ์ศักดิ์เปรียบเทียบเป็นลูกตุ้ม ผมก็มีเปรียบเปรย แข็งบนอ่อนล่าง ทุกวันนี้เศรษฐกิจไทยบางคนพูดว่าดีมาก แต่อีกที่ หลายคนที่บอกว่าไม่ดี ผมว่าสถานการณ์คล้ายกัน ตลาดลบ -9% ตัดปันผลก็ -6% ลงทุนในSET50 ลบแค่-6% หักปันผลก็ลบแค่-3% แต่ว่าเราลงทุนหุ้นขนาดเล็กและกลาง กองทุนsmall cap ได้คะแนน -32%และปันผลนิดเดียว ทำไมผลตอบแทนต่างกันมาก ตลาดหุ้นMAI ก็ลบ30กว่า% หุ้นตัวใหญ่ 10 ตัวแรกลบแค่3% กลุ่มนึงที่ผมทำขึ้นมาเอง ดัชนีหุ้นนางฟ้า นี่คือหุ้นที่ฮอตมาก ราคาขึ้นเป็น 10เท่าและตกแรง ปีนี้ 10 ตัวที่คัดเองดูจากราคาที่ขึ้นและลงแรง ปรากฏว่าลบโดยเฉลี่ยไป -52%ทำให้บางคนเจ็บมาก ทำไมต่างกันอย่างนี้ เหมือนตลาดหุ้นบ้านเราแบ่งเป็นสองตลาด แต่อยู่ในตลาดเดียวกัน ไม่มีใครแยกว่าเป็นคนละกลุ่ม หุ้นเล็กซึ่งถือโดยนักลงทุนรายย่อยเจ็บหนัก มองย้อนหลัง อะไรหลายอย่างแยกเป็นสองอย่างเช่น คนรวย รู้สึกดี แต่คนจนรู้สึกแย่มาก ที่US คนกลุ่มนึง คิดว่าทำไมมีนโยบายแบบนี้ แต่อีกกลุ่มเชื่อในนโยบายแบบนี้ มีการแยกมาจากsocialแบ่งแยกออกเป็น 2 กลุ่ม นาทีนี้ถือว่าเป็นอวสาน หรือ รอบที่ขึ้นมาแรงที่ทำให้รายย่อยรวยขึ้นมาเร็ว ตอนนี้เริ่มลงมา หุ้นขนาดใหญ่ขึ้นมาสองปีซ้อน ปีนี้พึ่งมาลบ แนวโน้มที่รายย่อย เจอยังไม่สุด ลูกตุ้มยังไม่สุด ต่อจากอวสาน ก็เอาไปฝัง รายย่อยที่US โดนฝังไปแล้ว บ้านเราตอนนี้ นักลงทุนรายย่อยซื้อขายต่อวันน้อยกว่านักลงทุนต่างประเทศแล้ว สุดท้ายนักลงทุนรายย่อยค่อยๆหายไป ผู้หญิงจะค่อยๆเข้ามาลงทุนผ่านกองทุนรวม โดยวิธีDCA (Dollar cost average) ผู้ชายจะลงทุนลดลง เหมือนเมืองนอก ยอมรับความจริงที่โอกาสทองคล้ายน่าจะใกล้หมดแล้ว โอกาสหวือหวามากๆจะยาก หุ้นขนาดใหญ่ๆจะเป็นตัวนำ ไม่มีใครลงทุนในหุ้นตัวเล็ก หมดยุคทอง อวสานเรียบร้อย เป็นช่วงท้ายที่คนมาฟังสัมมนา มาเฮฮา มาสังคมกัน หวังเป็นเซียนน้อยลงมาก ตอนเขียนหนังสือ ตีแตก ในช่วงที่ดี เคยพูดที่สิงคโปร์ คนตื่นตากันว่านักลงทุนรายย่อยทำไมได้ผลตอบแทนดีมาก แต่ไม่ได้บอกว่าพวกเราจะเป็นแบบนี้ แต่ต้องลดความทะเยอทะยาน เลือกหุ้นที่ปลอดภัยไว้ก่อน วิธีการลงทุนก็เปลี่ยนไป อย่าไปเลือกหุ้นที่เชียร์กัน [...]

ทำไมหุ้นอเมริกาถึงตกแรงในเวลานี้ (21 Dec 2018)

ทำไมหุ้นอเมริกาถึงตกแรงในเวลานี้ (21 Dec 2018) ถึงแม้ผลประกอบการจะออกมาดี แต่เราเชื่อว่ามี 3 เหตุผล 1. สงครามการค้า 2.ผลกระทบจากความอ่อนแอในฝั่งยุโรปและเอเชีย 3. ดอกเบี้ยพันธบัตรระยะสั้นของอเมริกาขึ้นมาเยอะ และยังมีแนวโน้มจะขึ้นต่ออีกในปีหน้า และความเสี่ยงก็ยังน้อยกว่าตลาดหุ้น ผลตอบแทนพันธบัตรอเมริกา 2 ปีขึ้นมาระดับ 2.8% ซึ่งมากกว่า S&P ที่ 2.1% ทำให้นักลงทุนหลายคนคิดว่า ในสภาพที่ตลาดผันผวนแบบนี้ ถือพันธบัตรเอาไว้เฉยๆไม่ดีกว่าเหรอ แล้วยังได้ดอกเบี้ยไม่แพ้ตลาดหุ้นอีกด้วย ตลาดร่วงแรงมาก ถึงแม้จะมีการปรับดอกเบี้ยในปี 2019 ให้ขึ้นเพียง 2 ครั้ง เหตุผลคือความกังวลของการเติบโตที่ลดลง ทำให้คาดเดาว่าภาวะถดถอย อาจจะมาก่อนจบปี 2019 อย่างไรก็ดี เรามองว่าเรายังไม่เห็นภาวะถดถอยในปี 2019 แต่เราเห็นว่าเศรษฐกิจทั่วโลกในปี 2019 จะอ่อนแอลง จนทำให้ตลาดอเมริกาได้รับผลกระทบตามไปด้วย เรามองว่าในปี 2019 จะเป็นปีที่ผันผวนอีกปี แต่สุดท้ายหุ้นน่าจะปิดที่ระดับบวกได้ ถ้านับจากระดับหุ้นที่ต่ำลงเล็กน้อยในปัจจุบัน และการลงทุนในช่วงนี้ เราอาจต้องรอให้มีมุมมองด้านบวกเกิดขึ้นก่อนเข้าลงทุน ในส่วนของยุโรป ถ้า BREXIT มีความคืบหน้า หุ้นอังกฤษและค่าเงินปอนด์จะดูน่าสนใจ เราจะจับตาอย่างใกล้ชิด แต่ในส่วนยุโรป การเริ่ม QT(Quantitative Tightening) จะส่งผลด้านลบต่อตลาดหุ้น และในส่วน Emerging market จนกว่า Dollar จะอ่อนตัวอย่างจริงจัง ตลาดหุ้น EM ถึงจะทำผลงานได้ดี เราชื่อชอบตลาดอินเดีย รวมถึงตลาดพันธบัตรบราซิล ส่วนทองถ้าดอลล่าห์ยังแข็ง อาจจะทำขึ้นเพียงเล็กน้อยในปี 2019 boyles bigmove club ที่มา Guild

อคิลลีสของ ดร.นิเวศ ชอบเลยเอามาแบ่งปัน

อคิลลีสของ ดร.นิเวศ ชอบเลยเอามาแบ่งปัน การที่จะสามารถหลีกเลี่ยงการเป็นอคิลลีสได้นั้น เราต้องไม่คิดว่าเราเป็นอคิลลีส อย่ามั่นใจตนเองเกินไป เพราะไม่มีทางที่เราจะรู้ทุกสิ่ง พยายามที่จะคิดถึง “จุดตาย” ของทุกการลงทุนและพอร์ตของเราตลอดเวลา อย่าลืมว่ายังเหลือ “ส้นเท้า” ของอคิลลีสที่ยังไม่ได้รับการปกป้อง ดังนั้น ทำอะไรจึงต้อง “เผื่อเหลือเผื่อขาด” อย่าหวังผลเลิศและหวังรวยเร็วเกินไป เพราะการรวยช้าลงมาหน่อยนั้น ไม่ได้มีความสุขน้อยลงเลย แต่การล้มเหลวนั้น มันเป็นต้นทุนที่สูงเกินไป แม้ว่าโอกาสที่เกิดขึ้นอาจจะน้อยมากก็ตาม Boyles Bigmove Club

Statement ที่เปลี่ยนไปของ FED DEC 2018

Statement ที่เปลี่ยนไปของ FED DEC 2018 ปีหน้าคาดการณ์ขึ้น 2 ครั้ง ปี 2020 ขึ้นอีก 1 ครั้ง ดูๆแล้วก็น่าจะดีกับบตลาดหุ้นนะ แต่หุ้นลง เท่าที่ดีก็คงมี 2 ประเด็นคือเรื่อง GDP ที่ปรับลดลงคือ 3% ในปีนี้ และ 2.3 ในปีหน้า และ 2563 ที่ 1.8% นั่นคือ 2018 คือปีที่เป็น peak ของ GDP อเมริกานั่นเอง ส่วนที่สองน่าจะเป็นตัวเลขการว่างงาน ที่ statement เปลี่ยนจาก decline มาเป็น remain low นั่นคือ ตัวเลขการว่างงานอาจจะไม่ได้ต่ำกว่านี้เท่าไหร่แล้ว และคาดการณ์ว่า ตัวเลขนี้จะปรับตัวเพิ่มขึ้น ในปี 2563 และเยอะขึ้นอีก 2564 ส่วนนี้ statement เปลี่ยนชัดเจน มันยากที่จะสรุป Crisis ในอนาคต แต่ดูเหมือนเราจะเดินเข้าใกล้เรื่อยๆ โดยเฉพาะในอีก 2 ปีข้างหน้า น่าจะเป็นสาเหตุให้เมื่อวานนักลงทุนรู้สึกกังวลจาก statement และเทขายก็ได้ Boyles Bigmove Club

มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ 17-21 ธค 61

มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ 17-21 ธค 61 1. FED จะขึ้นดอกเบี้ย 2.25-2.5% แต ่Dot plot อาจปรับลดลง ดีต่อหุ้นทั่วโลก 2. เงิน LTF ไม่น่าเข้าเยอะเดือน ธค เพราะซื้อไปหมดแล้วก่อนหน้า หลังปีใหม่ให้ระวังแรงขายบ้าง 3. หุ้นมีโอกาส Bottom เดือนมีนา 2562 จาก US น่าจะร่วง 4. หุ้นน่าจะวิ่งหลังเลือกตั้งมากกว่าก่อนเลือกตั้ง 5.ตามสถิติ ถือหุ้น มค – เมษา หุ้นที่ได้กำไร SCC, PTT, BBL, MAJOR, KTB แอดสรุปได้ประมาณนี้

ทำไมเศรษฐกิจจีนยังแซงอเมริกาภายใน 10-20 ปีนี้ และสงครามการค้าจีนกับอเมริกาจะตกลงกันได้

ทำไมเศรษฐกิจจีนยังแซงอเมริกาภายใน 10-20 ปีนี้ และสงครามการค้าจีนกับอเมริกาจะตกลงกันได้ เพราะจีนมีประชากรเยอะมาก และการขยายตัวของจีนในต้นทศวรรษที่ 20 ทำให้มีการคาดเดากันว่าจีนจะแซงอเมริกาในท้ายที่สุด แน่นอน GDP จีนโตด้วยขนาด 6-7% ต่อปี และอเมริกาโต 3% ต่อปี ไม่นานน่าจะตามทัน แต่ความจริง 2 ประการที่เราอยากจะให้ดู เหตุผลที่ 1 การเติบโตของจีนไม่ได้เหมือนในอดีตอีกแล้ว – GDP จีนไม่ได้กำลังเติบโตในอัตราเร่งเหมือนในอดีตแล้ว 5 ปีหลัง จีนโตเพียง 4-4.5% เท่านั้น (Anderson’s indepedent data) – จีนเป็นผู้ส่งออก สินค้าราคาถูกไปทั่วโลก การเพิ่มขึ้นของค่าแรงจีน ทำให้ฐานการผลิตเปลี่ยนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยตั้งแต่ปี 2010 มาการส่งออกของจีนไปเริ่มลดลง ถึงแม้จีนจะพยายามเพิ่มมูลค่าก็ตาม – การเติบโตของจีนอย่างรวดเร็วในภาคอสังหาริมทรัพย์ได้จบลงในช่วงปี 2010 – ระดับหนี้ ทั้ง domestic debt และ household debt อยู่ในระดับสูงจนไม่ทำให้เกิดผลลัพธ์เหมือนในอดีตแล้ว และเริ่มน่ากังวลมากขึ้น โดยเพราะ shadow banking ที่สามารถก่อให้เกิด วิกฤตในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าได้ – ถึงแม้จีนจะเป็นผู้นำ E-commerce แต่การเติบโตของยอดขายโดยภาพรวมกลับลดลง – เรายังไม่เห็นสิ่งที่จะทำให้จีนเติบโตด้วยอัตราเร่งอย่างน่าอัศจรรย์ เหมือนในช่วงต้นยุค 2000 เหตุผลที่ 2 อัตราแลกเปลี่ยน เหตุผลข้างต้นน่าจะพอบอกได้ว่า จีนไม่น่าจะกลับมาเติบโตด้วยอัตรา 6-7% ต่อปีในช่วงระยะ 10-20 ปีต่อจากนี้ ประวัติศาสตร์ของกลุ่มประเทศ Emerging market(EM) แสดงให้เห็นว่า ค่าเงินมีแนวโน้มจะด้อยค่าลง มีเพียงต้นศตวรรษ 2000 ที่ค่าเงินแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง หรือพูดง่าย การลงทุนในกลุ่ม EM จะต้องคำนึงถึงการมีอัตราการเติบโตที่เพียงพอที่จะชนะค่าเงินด้วย จากรูปเราจะเห้นว่า [...]