กองทุนเปิด US Tech Stocks

กองทุนเปิด US Tech Stocks

กองทุนเปิด US Tech Stocks

วันนี้นั่งดู Money Channel เลยอยากจะให้ความรู้เกี่ยวกับ กองทุนเปิดที่ลงทุนในต่างประเทศที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีพวกนี้
เรามาดูผลตอบแทนของพวกกองทุนเทคโนโลยีในต่างประเทศย้อนหลังกัน (U.S. Technology ETF)
ถ้าเราย้อนไป 10 ปีหลัง จะได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 9.87%/ปี 5ปีหลัง = 15.73%/Year และปีล่าสุดครึ่งปี 22% เลยทีเดียว
ถ้ารวมผลตอบแทน 5 ปีหลังจะได้ถึง 107% ทีเดียวในการถือกองทุนประเภทนี้

กองทุนเปิดตาม Link ของ Money Channel(Link ด้านล่าง) ที่ดูจะใกล้เคียงหมวดนี้สุด น่าจะเป็น กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส ดัชนีเอ็นดีคิว 100 และ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ บิลเลียนแนร์
ซึ่งให้ผลตอบแทน 19-20% ถึงก็ใกล้เคียงกับ US techno ETF ปัจจุบันน่าจะมีอีกหลายกองทุน ลองหาข้อมูลกันเพิ่มเติมดูนะครับ

ดัชนี NDQ 100 คืออะไร คล้ายๆ Set100 ในบ้านเรา NASDAQ 100 จะรวบรวมบริษัทยักษ์ใหญ่โดยเฉพาะบริษัทพวกไฮเทคทั้งหลาย ยกเว้นกลุ่มสถาบันการเงิน อย่างเช่น เทคโนโลยี ค่าปลีก สื่อสาร Biotech สุขภาพ ขนส่ง
บริษัทที่หลายท่านรู้จักเช่น Amazon Apple Blizzard Ebay Expedia Garmin Intel Yahoo

ในเมื่อผลตอบแทนในอดีตในไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต หลายคนคงมีคำถามเกี่ยวกับการลงทุน เดี๊ยวเรามาวิเคราะห์กัน
1. ค่าเงิน คงเป็นเรื่องอันดับต้นๆเลย ถึงแม้กองทุนส่วนใหญ่น่าจะประกันความเสี่ยงค่าเงินให้เราแล้ว แต่ถ้าค่าเงินในประเทศที่เราลงทุนเกิดอ่อนมากๆ ผลตอบแทนเราอาจจะลดลงอย่างน่าตกใจก็ได้
– ค่าเงิน Dollar ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา แนวโน้มอ่อนค่าค่อนข้างมาก แต่จากข้อมูลในปัจจุบันที่รายใหญ่ในตลาดค่าเงินมีการเก็บ Dollar เยอะมากผมเชื่อว่า Dollar จะกลับมาแข็งค่าขึ้นในอนาคต
รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่กำลังฟื้นตัวน่าจะได้รับผลกระทบมากขึ้นจากค่าเงินตัวที่เริ่มแข็งค่าขึ้นเยอะเมื่อเทียบกับ dollar หลังจากนี้ เราน่าจะเห็นนโนบายจากประเทศต่างๆที่อาจจะส่งผลให้ Dollar กลับมาแข็งค่าขึ้น
แม้เพียงระยะสั้นก็ตาม และการที่ Dollar อ่อนจะเป็นผลดีกับกำไรบริษัทในอเมริกาเอง ถ้าพิจารณาเรื่องค่าเงินแล้ว ผมก็คิดว่าตลาดหุ้นอเมริกาก็ดูน่าสนใจ รวมถึงการดึง QE ออกจากระบบอาจส่งผลต่อ Dollar เช่นกัน

2. ตลาดหุ้นอเมริกา รวมถึง Technology ในอเมริกายังน่าลงทุนไหม
– ตลาดอเมริกา ในตอนนี้ต้องยอมรับ ว่าเริ่มแพง การลงทุนอย่างไม่ระมัดระวังอาจจะทำให้ได้ผลตอบแทนไม่ตามที่ต้องการได้ โดยปกติในช่วงสิงหา กันยา ตลาดหุ้นอเมริกามักมีความเสี่ยงในเรื่องของการปรับฐาน
ดังนั้น ถ้าตลาดอเมริกาปรับฐาน ก็อาจจะเริ่มน่าสนใจในการลงทุน แต่ตอนนี้คิดว่า น่าจะแพงไป อีกเรื่องคือนโยบายภาษี ท้ายที่สุดผมคิดว่า น่าจะผ่านถึงแม้จะใช้เวลานานกว่าที่คาด หลังจากนโยบายภาษีผ่าน
หุ้นอเมริกา น่าจะยังสามารถมีอัตราเร่งในการขึ้นต่อได้ในอนาคต

3. การกระจายความเสี่ยง
– แน่นอนครับ การลงทุนในต่างประเทศผ่านกองทุน ควรจะลงทุนในรุปแบบการกระจายมากกว่าลงทุนด้วยเงินทั้งก้อน การลงทุนที่น่าสนใจยังมีหมวดอื่นอีกหลายๆหมวดที่น่าสนใจ อย่างเช่น กองทุน US tech ให้ผลตอบแทน เพียง 3-4% ในช่วงปี 2015
ถึงแม้จะน้อยแต่ก็ชนะตลาดไทยอย่างมาก เพราะในปี 2015 หุ้นเราโดยภาพรวมลงเกือบทั้งปี โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน PTT ลงไปถึงเกือบๆ 200 เลยจากน้ำมันที่ลงมหาศาลนั่นเอง แต่ก็ยังมีหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นอย่างเช่น TOP ที่ได้ผลประโยชน์
จากการที่น้ำมันเป็นขาลง พุ่งขึ้นจากราวๆ 45-50 มาที่ปัจจุบัน 85 หรือ 70-80% ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ การมองหาโอกาส และการกระจายความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งที่สำคัญของนักลงทุน นอกจากจะช่วยเรื่องการลงทุนที่อาจจะผิดพลาดแล้ว จะทำให้ portfolio รับความผันผวนได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

หวังว่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ
บทความที่น่าสนใจ ติดตามได้ที่ www.bigmoveclub.com
หรือ กด Like หรือ Share ได้ที่ www.facebook.com/bigmoveclub
Boyles Bigmove Club

ฝากโฆษณาคอร์สที่จะเปิดเร็วๆนี้ วันที่ 19 สิงหาคม ด้วยครับ : http://www.bigmoveclub.com/course_future_trading/

ที่มา
บทความของ Money channel: https://goo.gl/iW1Y8f
ผลตอบแทน US Techno ETF: https://www.ishares.com/us/products/239522/ishares-us-technology-etf

Share this post

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *