ลงทุนในประเทศ หรือต่างประเทศดีกว่ากัน?

ลงทุนในประเทศ หรือต่างประเทศดีกว่ากัน?

ลงทุนในประเทศ หรือต่างประเทศดีกว่ากัน? (ในฐานะรายย่อย)

ช่วงครึ่งปีแรก 2560 หุ้นไทยไม่ขยับจนมีกระแส การลงทุนในต่างประเทศถูกพูดถึงกันมาก วันนี้ผมเลยอยากจะมาเขียนบทความคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนในต่างประเทศ

ในฐานะที่ผมเป็นทั้งนักเก็งกำไรและนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศมา 10 ปีแล้ว ผมจะสรุปคร่าวๆเกี่ยวกับข้อดีข้อเสียต่างๆให้แล้วลองพิจารณาดูนะครับ

เราอาจจะต้องพิจารณาก่อนว่าเราอยากจะลงทุน หรือเก็งกำไรให้ได้ก่อน
1. นักลงทุน ผมให้นิยามกลุ่มนี้ คือการลงทุนมากกว่า 6 เดือนถึง 1 ปีขึ้นไป สินค้าก็จะเป็นพวกกองทุน index กองทุนหุ้น หรือหุ้นในต่างประเทศ
2. นักเก็งกำไร จะเป็นพวกเล่นสั้น ระดับ 1 สัปดาห์ ถึง 3 เดือน สินค้าจะเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงอย่างเช่น Option Future รวมถึงหุ้นด้วย

การเตรียมความพร้อม

นักเก็งกำไร : ส่วนใหญ่ต้องมีความเชี่ยวชาญ และความรู้ โดยเฉพาะเทคนิคกราฟ การบริหารความเสี่ยง(Money management) การเลือกตลาด จิตวิทยาการลงทุน
ถ้าเราขาดสิ่งใด สิ่งหนึ่งไป ความผันผวน + สินค้า ประเภท Leverage เหล่านี้ อาจทำให้นักลงทุนกำไรระดับหลัก 1000% หรือ หมดตัวด้วยระยะเวลาสั้นๆได้เลย ความเสี่ยงของนักเก็งกำไรจึงอยู่ในระดับที่สูงมาก
ถ้าเต็ม 10 ก็คงให้ระดับ 9-10 เลยทีเดียว

นักลงทุน ในที่นี้ ผมจะหมายถึงนักลงทุนที่เข้าซื้อพวกกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ กองทุนน้ำมัน กองทุนต่างๆ รวมถึงหุ้นในต่างประเทศที่ถือยาวๆ ถ้าเราอยากไปลงทุนต่างประเทศ สิ่งที่เราควรจะต้องรู้

1. ค่าเงิน – การวิเคราะห์ค่าเงิน เป็นสิ่งที่ไม่ง่ายเลย ความเสี่ยงเรื่องนี้เป็นอันดับแรกที่เราต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการเงิน สภาพการคลังของประเทศนั้น มีความมั่นคง หรือมีแนวโน้มอย่างไร
ถ้าเราวิเคราะห์ไม่ออก อาจจะทำให้เราขาดทุนได้เลยทีเดียว อย่างเช่นในช่วงปลายปี 2014 หุ้นยุโรปขึ้น 7-8% แต่ค่าเงินกลับร่วงลงไปมากกว่า 10% ท้ายที่สุดการลงทุนของเรากลับกลายเป็นขาดทุนได้เลย
ดังนั้นการลงทุนในต่างประเทศส่วนใหญ่ เราอาจจะต้องเรียนรู้การประกันความเสี่ยงค่าเงินเอาไว้ด้วย

2. แหล่งข้อมูล รวมถึงภาษา – อุปสรรที่สำคัญของการลงทุนต่างประเทศอย่างนึงคือ การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงภาษาในประเทศนั้นๆ ถึงเราอาจจะมีกองทุน หรือโบรคเกอร์ให้ข้อมูล แต่ถ้าเราอาจจะต้องหาข้อมูล
จากแหล่งข้อมูลอื่นเพิ่มเติมเช่นกัน ลองนึกภาพถ้าเราไปลงทุนในประเทศอเมริกาแล้วไม่รู้ภาษาอังกฤษ เราก็เสียเปรียบไปกว่าครึ่งแล้ว

3. การวิเคราะห์แนวโน้มของสินค้า – เช่นกองทุนน้ำมัน กองทุนทอง กองทุนหุ้น ถ้าเราไม่รู้จักวิธีการหาแนวโน้ม หรือปัจจัยที่เป็นตัวไดฟ์ตลาดพวกนี้แล้ว อยากเข้าซื้อก็ซื้อ ถึงจะเป็นกองทุนแน่นอนว่าปลอดภัยกว่าตลาด Future แต่โอกาสขาดทุนในระดับสูงๆก็มีเช่นกัน

4. นโยบายการเมือง – ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงในการลงทุนตลาดต่างประเทศเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ในจีน เศรษฐกิจจริงๆ และ GDP ของจีนดีมากๆนับตั้งแต่ปี 2000 แต่ตลาดหุ้นจีนกลับแทบไม่ขึ้นเลย (มีขึ้นแรงในช่วงราวๆ ปี 2006-2007 และปี 2015) นั่นเพราะนโยบายของรัฐบาลจีนสนับสนุนเงินฟันโฟล์ไปที่ภาคธุรกิจและอสังหามากกว่านั่นเอง
หรืออยากในช่วงที่ตลาดจีนขึ้นเป็นกระทิง ในปี 2015 อยู่ๆ วันดีคืนดี จีนก็มีนโนบายออกมาควบคุม ทำให้หุ้นตกลงมามหาศาล รวมถึงประเทศที่มีระบบคอมมิวนิสต์ก็มีความเสี่ยงมากกว่าในเรื่องของนโยบาย

ความจริงก็ยังมีตัวอย่างอีกเยอะแยะในด้านความเสี่ยงในการลงทุนต่างประเทศ แต่ผมขอเอาประเด็นหลักๆก่อน ผมคิดว่าสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนต่างประเทศ ผมคิดว่าอาจจะต้องศึกษา ความเสี่ยงเบื้องต้นที่ผมพูดถึงเอาไว้หน่อย ว่าเรามีความพร้อมแค่ไหน ถ้าคิดว่าพร้อมก็ลุยเลยครับ 🙂

และแน่นอนสำหรับคนที่ยังไม่พร้อม ผมคิดว่าตลาดไทย โดยส่วนตัว ในครึ่งปีแรก 2017 อาจจะไม่ใช้ปีที่ดีนัก แต่ผมคิดว่าตลาดไทยก็เป็นหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจในการลงทุนอยู่ดี ไม่ว่าจะผลตอบแทนระดับ 5-10% ถ้าเทียบกับความเสี่ยงที่ไม่สูงมากจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นในหุ้นปันผล กองทุน กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือผลตอบแทนที่มากกว่า 10% ในตลาดหุ้นก็ยังมีหุ้นที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ถึงความเสี่ยงจะสูงขึ้นอีกนิดก็ตาม (ความจริงผลตอบแทนระดับมากกว่า 50% ก็ยังมีให้เรา ถ้าต้องการเสี่ยงสูง)

รวมถึงข้อมูลในประเทศที่เราสามารถเข้าถึงได้ง่าย และความแข็งแกร่งการคลัง รวมถึงภูมิคุ้มกันในระบบธนาคารในบ้านเราก็ถือว่าดีมากๆ (ผ่านร้อนผ่านหนาวมาตั้งแต่ต้มยำกุ้ง) ค่าเงินบาทที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ รวมถึงการเลือกตั้งใน 1-2 ปีข้างหน้า ก็มีโอกาสขับเคลื่อนตลาดไทยในระยะยาวได้เช่นกัน
ผมคิดว่า การลงทุนบ้านๆ (ในประเทศ) ผมก็ยังถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีอยู่ไม่น้อย หรืออาจจะทำกำไรได้มากกว่าออกไปสู่โลกกว้าง ถ้าเรายังไม่พร้อมไปลงทุนต่างประเทศ

รายละเอียดคอร์ส Future: http://www.bigmoveclub.com/course_future_trading/
ติดตามบทความ: www.bigmoveclub.com
กด Like ที่ Fanpage: www.facebook.com/bigmoveclub

โชคดีในการเทรดครับ
Boyles Bigmove Club

Share this post

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *