สนใจซื้อหุ้นกู้ CPALL เดือนหน้ากันหรือเปล่า ?

สนใจซื้อหุ้นกู้ CPALL เดือนหน้ากันหรือเปล่า ?

สนใจซื้อหุ้นกู้ CPALL เดือนหน้ากันหรือเปล่า ?

หุ้นกู้ CPALL นี้ มีอันดับเครดิต A และ หุ้นกู้ด้อยสิทธิเป็น BBB(ฟิทช์) มาดูสรุปคร่าวๆกันก่อน คือไถ่ถอนได้เมื่อเลิกบริษัท
ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนดได้ และยังสามารถเลื่อนชำระได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆอีกตาหาก ส่วนดอกเบี้ยก็อยู่ราวๆ 4-5% เพื่อความง่าย http://www.thansettakij.com/content/180139 ฐานเศรษฐกิจสรุปรูปเอาไว้ดูง่ายเลยครับ

ดู condition รวมๆ นี่ก็ดูโหดร้ายไม่น้อยสำหรับนักลงทุนอย่างเรา แต่แน่นอนมันก็ต้องมีทั้งมุมที่ดี และมุมที่ไม่ดี สำหรับวันนี้ผมอนุญาต Share มุมมองส่วนตัวในฐานะ นักลงทุนคนนึง ว่าจะตัดสินใจซื้อต่อหรือไม่ (หุ้นกู้ CPALL ตัวเก่าของผมก็จะหมดอายุในเดือนหน้าเช่นกัน) แน่นอนเหตุผลย่อมแตกต่างกันในแต่ล่ะนักลงทุน 🙂 ถ้าผมมองอาไรข้ามไปก็ขออภัยด้วยครับ

ดอกเบี้ย: ในช่วง 5-10 ปีแรก พอใช้ได้สำหรับหุ้นกู้ แต่ปัญหาหลักๆ น่าจะเงื่อนไขการเลื่อนการจ่ายดอกเบี้ยแบบไม่มีเงื่อนไข ถึงแม้บริษัทไม่อยากจะเสียเครดิต แต่เรื่องของอนาคตใครจะไปรู้

เรื่องของอายุ หุ้นกู้: เราจะไถ่ถอนได้เมื่อเลิกบริษัท ดังนั้นการลงทุนนี้เป็นการลงทุนระยะยาว ถึงยาวมาก ถ้าใครเคยอ่านหนังสือ The Zurich Axioms น่าจะพอจำหลักการของนักลงทุนที่เก่งๆได้ หลักการข้อนั้นคือ “การวางแผนระยะยาวอาจทำให้ผู้วางแผนเข้าใจผิดคิดว่าตนเองสามารถควบคุมอนาคตได้แล้ว เพราะฉะนั้นจงอย่าึดถือแผนระยะยาวให้มากจนเกินไป”
“การวางแผนสำหรับอนาคตที่มองไม่เห็นเป็นเรื่องไร้สาระ จงอย่ายึดการวางแผนระยะยาวหรือการลงทุนระยะยาวเด็ดขาด แต่ขอให้แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
จงลงทุนในหลักทรััพย์ที่มีโอกาสทันทีที่เห็น และจงถอนตัวทันทีที่โอกาสจางหายไป ขอให้คุณตระหนักถึงคุณค่าของอิสรภาพที่จะทำอะไรก็ได้ และอย่าปล่อยให้อิสระภาพนี้หลุดลอยไป”

หรือสรุป การลงทุนระยะยาวควรจะมีทางเลือกให้เราเลือกบ้าง ถ้าเกิดมีอะไรไม่เป็นใจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งผมคิดว่า ปัญหาข้อนี้คือ ไม่ให้อิสระต่อการตัดสินใจของเราในระยะยาว
ในขณะที่ CPALL เองกลับมีอิสระในการเลือกการตัดสินใจ ที่จะไถ่ถอนเมื่อไหร่ก็ได้

ส่วนเรื่องแง่บวกก็ยังพอมีอยู่บ้าง : CP ALL มีสภาพคล่องที่สูง และมีเครือข่ายใหญ่ที่สุดในประเทศ และตัวธุรกิจเองก็มี EBITDAR Margin(กำไรก่อนหักค่าใช้จ่าย) ที่สม่ำเสมอ ทำให้หนี้สินที่สูง ในอนาคตก็มีโอกาสลดลงได้เช่นกัน

ส่วนปัจจัยลบ: หนี้สินโดยรวมยังอยู่ในระดับที่สูงมาก EBITDAR Margin เริ่มมีการลดลงต่ำกว่า 7.5% ในช่วงหลัง (Q1 2560 ขยับเป้น 10.4% คงต้องติดตามว่าจะขยับขึ้นมาได้ต่อเนื่องหรือไม่)

และอีกข้อ เนื่องจากความไม่แน่นอน ของการเงื่อนไขการจ่ายดอกเบี้ย และการไถ่ถอนเงินคืนก่อนกำหนดได้ ทำให้การวางแผนการลงทุนระยะยาวทำได้ยาก

สรุป: หลังจากที่ผมได้หุ้นกู้ CPall คืนในเดือนหน้า คงไม่ตัดสินใจ ลงทุนในหุ้นกู้ลักษณะคล้ายทุนอันนี้ต่อ เพราะด้วยหลายๆเหตุผลอย่างเช่นการจ่ายดอกเบี้ยที่อาจจะไม่แน่นอน
การวางแผนระยะยาว(ตัวหุ้นหู้ที่มีลักษณะลงทุนยาว แต่ก็ทำให้เราไม่สามารถวางแผนการลงทุนยาวได้ชัดเจน) ครั้นจะลงทุนสั้น 5 ปี ถ้าบริษัทไม่ไถ่ถอนเงิน เราก็ต้องถือยาวไปไม่มีกำหนดอีก
ภาพโดยรวม ผมมองว่าหุ้นกู้ลักษณะนี้ อาจจะไม่เหมาะกับผมแม้แต่น้อย เพราะถ้ามองระดับผลตอบแทนระดับ 4-5% ต่อปี ก็ยังพอมีการลงทุนระดับนี้อยู่ในไทย โดยที่ไม่อยู่ในระดับที่เสี่ยงมากเกินไป

ติดตามบทความ: www.bigmoveclub.com
กด Like ที่ Fanpage: www.facebook.com/bigmoveclub

Boyles Bigmove Club

Share this post

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *