ภาพรวมเศรษฐกิจโลก และค่าเงินดิจิตอล 21 กค 2560

ภาพรวมเศรษฐกิจโลก และค่าเงินดิจิตอล 21 กค 2560

ภาพรวมเศรษฐกิจ และค่าเงินดิจิตอล 21 กค 2560

1. การใช้ค่าเงินดิจิตอลกำลังเพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังจับตามันอยู่หรือเปล่า?
การขยายตัวของค่าเงินดิจิตอลเพิ่มขึ้นเร็วมาก รวมถึงการระดมทุน (ICO) ในค่าเงินดิจิตอลด้วย ในส่วนของ Bitcoin เอง
ก็ประสบปัญหาในเรื่องของเทคนิค จากการที่มี Volume เพิ่มขึ้นอย่างรวเร็ว แต่ที่สำคัญที่สุด คือ ผู้ควบคุมกฎ(น่าจะหมายถึงธนาคารกลาง)จะเริ่ม
ไม่มีความสุขกับเรื่องพวกนี้หรือเปล่า ไม่ว่าค่าเงินดิจิตอลจะปรับตัวเข้าหา หรือ ยังยืนกรานในสิ่งที่มันเป็น จะเป็นสิ่งที่กำหนดอนาคตสำหรับพวกเขา
นักเก็งกำไรควรจะเฝ้าระวังกฏระเบียบอย่างใกล้ชิด (สรุปคร่าวๆก่อน จะขยายความในส่วนด้านล่างเพิ่ม)

2. การวิจัยโรคมะเร็ง นักวิทยาศาสตร์ของสแตนฟอร์ด สร้างเครือข่ายประสาทเทียม ซึ่งทำให้วิจัยโรคมะเร็งได้ดีกว่าแพทย์ผิดหนัง
นี้คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่สำคัญของการพัฒนาในโลกของความเป็นจริงโดยใช้ AI(Artficial intelligence)

3. Blockchain สามารถช่วยประเทศเล็กๆได้อย่างไร
หลังวิกฤต ภาระและค่าใช้จ่าย สำหรับประเทศเล็กๆหรือองค์กรการกุศล ในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นต้นทุน กฎระเบียบ
ของการทำธุรกรรมในประเทศที่มีการแบน(การทำธุรกรรมจะแอบทำกันลับๆซึ่งมีผลต่อต้นทุน) เทคโนโลยีที่จะช่วยประเทศเล็กๆเหล่านี้คือ Bitcoin
หรือเทคโนโลยี Blockchain ธนาคารขนาดใหญ่หลายธนาคารกำลังพัฒนา bloackchain เพื่อที่จะลดต้นทุน

4. ภาพรวมตลาดโลก ตลาดกำลังวิตกกับ FED ที่กำลังวางแผนขายพันธบัตร (ลด QE) แต่เราเชื่อว่า นโยบายที่สำคัญที่สุดของ FED
คือการทำให้ตัวเลขการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น มากกว่าการควบคุมเรื่องเงินเฟ้อ เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อทั่วโลกยังอยู่ในระดับที่ต่ำ การเพิ่มดอกเบี้ย
น่าจะยังไม่เร็วมากนัก เพราะจะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และนโยบายของทรัมป์ ในเรื่องภาษีสำเร็จ จะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้น
จนกว่าจะถึงตอนนั้น หรือจนกว่าเศรษฐกิจจะแข็งแกร่ง เราไม่เชื่อว่าจะมีการเทขายพันธบัตรออกมาเยอะ อัตราการขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นไปแบบช้าถึงปานกลาง
ถ้านโยบายภาษีผ่าน ตลาดหุ้นจะขึ้นด้วยอัตราที่เร็วกว่าเดิม เราแนะนำซื้อหุ้นเติบโตในหมวดเทคโนโลยี ไบโอเทค ธนาคาร และหมวดการเงิน
ตลาดเกิดใหม่ที่เราชื่นชอบ คือ อินเดีย จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ไทย และสิงคโปร์ ที่เป็นฐานการผลิตเป็นหลัก ไม่ได้ส่งออก Commodities เป็นหลัก ส่วนตลาดยุโรปเราเริ่มมอง natural หรือมองขึ้นเพียงเล็กน้อย

** ส่วนขยาย เรื่อง bitcoin **
สองสัปดาห์ที่แล้ว เราแนะนำเรื่องค่าเงินดิจิตอลไปแล้ว ซึ่งมีเกือบๆพันสกุล และหลังจากที่เราเขียนบทความไปก็ยังมีอีกเกือบร้อยสกุลออกมาใหม่อีกด้วย
ล่าสุด ขนาดตลาดของ Bitcoin อยู่ที่ 39 ล้านล้านเหรียญ และอันดับสองอย่าง Ether ก็โตตามมาอย่างรวดเร็วจาก 700 ล้านเหรียญมาเป็น 19 ล้านล้านเหรียญนับตั้งแต่ต้นปี 2017
ล่าสุดมูลค่า ค่าเงินที่เกิดใหม่มากกว่า 1 ล้านล้านเหรียญ นักลงทุนใน bitcoin และ ether แบ่งการลงทุนออกไป หรือระดมทุน ICO(คล้ายๆ IPO ในตลาดหุ้น) เพื่อการกระจายความเสี่ยงและผลกำไรที่มากขึ้น

ในบทความที่แล้ว เราชี้ไปแล้วในเรื่องความเสี่ยงของค่าเงินดิจิตอล ยกตัวอย่างเรื่องของ การพัฒนาเทคโนโลยีบางอย่างอาจส่งผลกระทบต่อพื้นฐานค่าเงินดิจิตอล หรือความปลอดภัยของระบบจากตัวกลาง และยังมีความเห็นที่แตกต่าง
ในการแก้ปัญหาจากผู้พัฒนาค่าเงินซึ่งนำมาสู่การแยก version ของ platform ทั้ง Bitcoin เองและ Ether สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อความผันผวนของค่าเงินดิจิตอล

การเพิ่มขึ้นอย่างมากมายในการระดมทุน ICO รวมถึงสภาพคล่องที่เพิ่มสูงขึ้น จำนวนการโอนที่มากขึ้น ขนาดตลาดที่ใหญ่ขึ้น กองทุนที่ทำธุรกรรมก็มีมากขึ้น ธนาคารกลางทั่วโลกน่าจะเริ่มจับตามากขึ้นถึงการท้าทายอำนาจครั้งนี้ ค่าเงินเหล่านี้จะปรับตัวหรือจะยืนกรานในสิ่งที่มันเป็น
เราไม่รู้ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ดีนักเก็งกำไรควรจะระวังกฎเกณฑ์ที่จะออกมาจากผู้ควบคุม แต่เราก็ยังเชื่อว่า ค่าเงินดิจิตอลเหล่านี้ น่าจะยังอยู่รอดต่อไป แต่การปรับตัวได้หรือไม่สามารถตามกฎที่ออกมา จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของค่าเงินเหล่านี้ และในอนาคต
ถ้าค่าเงินดิจิตอล เริ่มที่จะสามารถคาดเดาได้มากกว่านี้ แน่นอน ค่าเงินดิจิตอลจะกลับมาน่าสนใจจริงๆ อีกครั้ง

สรุป: จากบทความที่แล้ว เรายังไม่เชื่อว่าค่าเงินดิจิตอลจะน่าลงทุนในช่วงเวลานี้ (น่าจะยังอยู่ในช่วงเก็งกำไรเท่านั้น) ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนมันมีขนาดที่ใหญ่มาก นักเก็งกำไรควรจะเตรียมพร้อมสำหรับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนเหล่านี้
การเก็งกำไรต้องมีความเชี่ยชาญ และควรจะเฝ้าระวังกฎเกณฑ์ที่อาจจะออกมา ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง จะทำให้เกิดผันผวนหนักมาก หรือแย่ที่สุดอาจะพังค่าเงินดิจิตอลได้เลย

ติดตามบทความ: www.bigmoveclub.com
กด Like ที่ Fanpage: www.facebook.com/bigmoveclub

ที่มา Guild investment
Boyles Bigmove Club

Share this post

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *