จุดอ่อนของ Bitcoin และการเป็นสกุลหลักของโลก

จุดอ่อนของ Bitcoin และการเป็นสกุลหลักของโลก

8 ปี หลังจากที่ Bitcoin ถือกำหนด ในปัจจุบันมีค่าเงิน Digital เกิดขึ้นมากมาย เกือบๆ 1000 สกุล
ค่าเงินดิจิตอลเหล่านี้ มีรูปแบบคล้ายทอง จนเราเรียกกันว่า ทองดิจิตอล เพราะค่าเงินเหล่านี้ปราศจากการเข้ามาควบคุมจากรัฐบาลหรือธนาคารกลาง
และอีกทั้งยังสามารถ โอนให้ใครก็ได้ในทุกมุมโลก วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงในส่วนไหนบ้างที่ค่าเงินดิจิตอลประสบความสำเร็จและล้มเหลว

เนื่องจากราคา Bitcoin พุ่งสูงจนเริ่มเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ การแข่งขันในค่าเงินดิจิตอลที่มีเกือบๆ 1000 สกุลก็เริ่มรุนแรงมากขึ้น
และแน่นอน ก็มีผู้เชี่ยวชาญที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับค่าเงินดิจิตอลเหล่านี้ ความน่าตื่นเต้นของราคาที่พุ่งสูงขึ้นทำให้เกิดเรื่องราว
เศรษฐีใหม่ๆเกิดขึ้น นั่นจะทำให้การเก็งกำไรจะยังมีต่อไป แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ท้ายที่สุดงานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกรา และเมื่อฝุ่นควันเริ่มจางหาย
นักเก็งกำไรที่ฉลาด และอาจจะรวมถึงนักลงทุน จะต้องตัดสินใจจริงๆว่า ค่าเงินเหล่านี้ พวกเขายังต้องการที่จะถือเป็นทรัพย์สินของเขาต่อไปหรือไม่

เราจึงต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า สิ่งไหนบ้างที่จะใช้ในการตัดสินว่า เราควรจะถือครอง Bitcoin เป็นทรัพย์สิน ดังนั้นเราจะเริ่มจาก เป้าหมายของ Bitcoin

อย่างแรกเลย ที่เราต้องตระหนักก่อนคือ Bitcoin ถูกออกแบบขึ้นเพื่อ การตัดคนกลางออกจากระบบการโอนจากบุคคลหนึ่งไปหาอีกคนนึง คนกลางในที่นี่จะหมายถึง รัฐบาล ธนาคาร ที่คอยตรวจสอบ
หรือ จะเปรียบ Bitcoin เป็นเงินที่ไม่ขึ้นตรงกับรัฐบาลใดในโลกก็ได้ มันไม่ได้ถูกสร้าง หรือควบคุม หรือดูแลจากจากธนาคารกลางใดๆ
ท่านผู้อ่าน อาจจะคิดทันทีว่า สินค้าบนโลกใบนี้ ที่ทำหน้าที่แบบนี้ได้ ก็มีอยู่แล้วนี่นา นั่นคือ ทอง ในเศรษฐกิจร่วมสมัย ทองจะคือทรัพย์สินที่ใช้ในการปกป้องความเสี่ยง
จากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล

สิ่งที่ Bitcoin สร้างขึ้นมา เรียกได้ว่าเหมือนทองเลย เพียงแต่ ทองจริงๆ มีน้ำหนัก ยากที่จะแบ่งสำหรับการแลกเปลี่ยน และยังมีโอกาสโดนขโมยในการเก็บ หรือการขนย้าย
ในทางกลับกัน Bitcoin ไม่ต้องมีพื้นที่เก็บ โอนง่ายโดยไม่ต้องสนระยะทาง และยังมีความปลอดภัย (ถึงจะเคยมีข่าวการขโมยในอดีต แต่ปัจจุบันระบบก็ได้มีการพัฒนาไปมากแล้ว)
พูดสั้นๆเลย Bitcoin คือทองดิจิตอลนี่แหล่ะ คำถามถัดไป แล้วมันจะสำเร็จไหม ???

มาดูการทำงานของ Bitcoin ก่อน
การทำงานของ Bitcoin จริงๆ ค่อนข้างมีความซับซ้อนมาก แต่โครงสร้างรวมๆไม่ยากที่จะทำความเข้าใจ

ในระบบเงินโลกในปัจจุบัน การที่จะเอาคนกลางออกจากระบบ ต้องต้องแก้ปัญหาสองสิ่ง คือ การเป็นเจ้าของ และการระบุเอกลักษณ์
ซึ่งในระบบเงินตราโลกในปัจจุบันที่เราใช้ มีการแก้ปัญหา 2 สิ่ง โดย รัฐบาล ธนาคาร และศาล โดยโครงสร้างที่ซับซ้อนเหล่านี้ ผู้มีบัญชีไม่จำเป็นต้องโครงสร้างการทำงานของคนกลางเหล่านี้
ทำให้ขั้นตอน เป็นไปอย่างเรียบง่าย

ในทางกลับกัน Bitcoin แก้ปัญหานี้โดยใช้คณิตศาสตร์และ อัลกอริทึม เพื่อที่จะระบุและตรวจสอบเจ้าของบัญชี จะใช้การเข้ารหัส และเทคโนโลยี blockchain ตัวรหัสจะไม่มีการเปิดเผยให้กับใครจนเป็นที่มาของคำว่า
Cryptocurrencies (ค่าเงินที่เข้ารหัสลับ)

ค่าเงินดิจิตอลเหล่านี้ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายทองแต่มีข้อดีกว่ามาก ทั้งไม่ต้องมีพื้นที่เก็บ ไม่ถูกขโมย และโอนย้ายไปที่ไหนก็ได้ในโลก แล้วมันจะประสบความสำเร็จได้จริงๆหรือ

คำตอบคือ เป็นไปได้ และเป็นไม่ได้ ยังมีจุดอ่อนที่เรามองเห็นอยู่บ้าง ซึ่งนักลงทุนคงต้องตัดสินใจอีกครั้งว่ายังคงต้องการถือครองค่าเงินดิจิตอลอยู่หรือไม่ เรามาดูปัญหากัน

ปัญหาข้อแรก ค่าเงินดิจิตอลโฆษณาเอาไว้ว่า สามารถตัดตัวกลางออกจากระบบการโอนเงินได้ แล้วจริงๆ มันทำได้จริงหรือ การเข้าใจในระบบค่าเงินดิจิตอลจะต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ่งเกี่ยวกับ
คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ในโลกจริงๆ ผู้ใช้มีสองทางเลือก คือทำเข้าใจระบบอย่างลึกซึ้งด้วยตัวเอง หรือเชื่อในบุคคลที่สามซึ่งอาจจะเป็นเพื่อน หรือตัวกลางที่จะมารับรองการโอนเงิน(ในที่นี้ น่าจะหมายถึง node ที่ bitcoin ใช้ในการให้บุคคลที่สามตรวจสอบให้)
โดยส่วนตัวแล้ว เราไม่ต้องการที่จะถือครองทรัพย์สินที่ บุคคลที่สามไม่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ่งเกี่ยวกับระบบ แต่การโอนเงินใน bitcoin ท้ายที่สุดเราก็ยังต้องอาศัยบุคคลที่สามอยู่ดี ท้ายที่สุดก็เหมือนกับ การกลับไปนับหนึ่งใหม่

และในของ Bitcoin ผู้ใช้จะต้องมีความเชื่อมั่นอย่างมาก เกี่ยวกับบุคคลที่สาม บุลคลที่สามนี่แหล่ะที่สร้างมูลค่าให้กับระบบ เราเชื่อว่าปัญหาที่มองไม่เห็นในเรื่องนี้จะเกิด และจะชัดเจนมากขึ้น
ในขณะที่การถือครองทองจริงๆ ดูจะมีความเสี่ยง แต่ก็เป็นความเสี่ยงที่เข้าใจง่าย เมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ซับซ้อนของค่าเงินดิจิตอลเหล่านี้

ปัญหาข้อสองของค่าเงินดิจิตอลคือ ความเป็นส่วนตัว มันสะท้อนในเรื่องของ blockchain การทำธุรกรรมใน bitcoin จะถูกเก็บไว้ใน blockchain และกระจายในทุกๆ node
การใช้เทคโนโลยีช่วยมีโอกาสมองหารูปแบบของ blockchain และถอดรหัสออกมาได้ และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการคาดเดา และมีหน่วยงานที่กำลังทำงานในเรื่องนี้อยู่
และปัญหาหลักข้อที่สองเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ทำให้เราต้องหยุดคิดเกี่ยวกับปัญหาของเทคโนโลยี blockchain ก่อนคิดเรื่องค่าเงินดิจิตอลต่อ ในอาทิตย์หน้าเราจะมาคุยกันต่อในเรื่อง ปัญหาหลักของเทคโนโลยี blockchain ในโลกจริงๆที่ไม่ใช้ค่าเงินดิจิตอล

ปัญหาข้อที่สาม คือ จุดอ่อนของเทคโนโลยี ตามที่เราได้กล่าวไปในสองข้อแรก เป็นปัญหาที่แก้ได้ยากในเทคโนโลยีในปัจจุบัน และมีเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังจะเข้ามาคือ Quantum computing ซึ่งมีความเป็นไปได้ ที่เทคโนโลยีใหม่นี้จะพังค่าเงินดิจิตอลเหล่านี้ทั้งหมด
เราไม่แน่ใจว่าเทคโนโลยีจะมาเมื่อไหร่ บางทีอาจจะ 30 ปี แต่ วิทยศาสตร์คอมพิวเตอร์น่าจะทำให้มันเร็วขึ้น เราเชื่อว่าน่าจะอยู่ในระหว่าง 5-10 ปี โครงสร้างของค่าเงินดิจิตอลน่าจะเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด และอาจจะมีคำถามใหม่ว่า ค่าเงินดิจิตอลเป็นได้มากกว่าการพนันหรือการเก็งกำไรหรือไม่?

ตามที่ได้กล่าวมาทั้งหมดแล้ว อาจจะสรุปสั้นๆ ได้อย่างนึงว่า นักลงทุนหรือนักเก็งกำไรที่ฉลาด จะต้องมีความรอบคอบ และไม่มั่นใจจนเกินไป ความซับซ้อนของค่าเงินดิจิตอลนั่นสร้างความเสี่ยง โดยเฉพาะถ้าเรา
ไม่ได้เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ เรายังต้องพึ่งบุคคลที่สามที่เราเชื่อมั่น ปัญหาของความเชื่อมั่นจะเป็นตัวทำลายการเติบโตของค่าเงินดิจิตอลหรือไม่???

เรามองเห็นจุดอ่อนอยู่บางประการ แต่เราก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ และก็น่าจะยังมีความเป็นไปได้ว่า ระบบจะทำงานต่อไปท่ามกลางจุดอ่อนเหล่านี้ จนกระทั่งความล้มเหลวครั้งใหญ่ของระบบเกิดขึ้น
นี่เป็นส่วนนึงของปัญหาเมื่อระบบมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ (จากการปรับปรุงข้อด้อยต่างๆ) จนระบบล้ม แต่ในปัจจุบันค่าเงินดิจิตอลยังดูน่าสนใจมาก และเราคิดว่าค่าเงินดิจิตอลอยู่ในช่วงของการเก็งกำไรเท่านั้น
ยังไม่เหมาะกับการลงทุน และเรายังเชื่อว่า การเกิดใหม่ของเศรษฐีเงินล้านใน Bitcoin จะดึงนักเก็งกำไรหน้าใหม่ให้เข้ามาเรื่อยๆ

ท้ายที่สุด เรายังไม่เชื่อว่าค่าเงินดิจิตอลจะประสบความสำเร็จ หรือที่มันพยายามทำตัวเป็นทองดิจิตอล เรายังชอบในทองจริงๆมากกว่า ซึ่งพวกมันเหล่านี้ช่วยในเรื่องประกันความเสี่ยงของการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาล

Boyles Bigmove Club
ที่มา Guild investment

Share this post

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *