Monthly Archives - December 2016

คุณกานต์ Share ประสบการณ์ Tfex ปี 2016 กำไร 200%

คุณกานต์ มา Share ประสบการณ์การเล่น Tfex ปี 2016 กำไร 200% หลังจากปีที่แล้วขาดทุนทุกเดือน   และเล่นแบบไม่ได้เอากำไรทบต้น กำไรแล้วถอนออกมาเรื่อยๆครับ กำไรเฉลี่ย 20-30% ต่อเดือน   คุณกานต์รู้จัก Bigmove จาก คุณกอล์ฟ Tradetoty ในงานสัมมนาที่นึง   ขอให้คุณกานต์ประสบความสำเร็จความสำเร็จยิ่งขึ้นไปนะครับ และขอบคุณที่มา Share ประสบการณ์ด้วยครับ 🙂   ปล. ถ่ายจากงานสัมมนา Bigmove 17 ธันวาคม 2559 ผมถือกล้องถ่ายเอง ไม่ได้เอาขาตั้งกล้องไป อาจจะสั่นๆหน่อยครับ   Boyles Bigmove Club

คุณเค กำไร tfex สามล้าน ปี 2016 มา Share ประสบการณ์

คุณเค กำไร tfex สามล้าน (สัมมนา Bigmove Club 17 ธันวาคม 2559) Profile: มือใหม่เล่นหุ้น จนถึงปัจจุบัน 1 ปี 3 เดือน(เล่น Tfex 11 เดือน) เริ่มด้วยเงินทุน 2 ล้านบาท กำไรปี 2016 : 3 ล้านบาท ผมสรุปคร่าวๆ ให้จาก Vdo นะครับ ผมให้พี่เขามาพูดสด ไม่ได้เตรียมตัวมาเลยอาจจะตื่นเต้น แต่ก็ขอบคุณมากครับที่มาช่วย Share ประสบการณ์ 🙂 มาสรุปกัน ผมสรุปให้ เริ่มเล่นครั้งแรก เสีย 4 หมื่นเลย โดนกิน Stoploss แล้วดีดใส่หน้าเลย T.T วิธีการเข้า จะใช้กราฟ 15 นาทีช่วยเข้า โดยดูจุดสำคัญในกราฟรายสัปดาห์ วิธีการเล่นจะไม่ได้ Run Trend ยาวมาก จะ Run ประมาณ 20-30 จุด แล้วทะยอยออก แล้วรอย่อ เข้าใหม่ไปเรื่อยๆ โดยดู Sentiment ที่คนส่วนใหญ่ แล้วทำตรงข้าม โดยดูสัญญาณจากเข้าจากกราฟ 15 นาทีประกอบ เล่นประมาณ 20-40 สัญญาเฉลี่ย  และบทเรียนจากการถัวเฉลี่ยขาดทุน เป็นอีกคนที่เข้าตลาดมา มือใหม่มาก  ยังต้องการเก็บประสบการณ์อีกเยอะๆ แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี  ก็ขอให้พี่เคประสบความสำเร็จและกำไร ยิ่งขึ้นไปนะครับ และขอบคุณที่มา Share ด้วยนะครับ Boyles Bigmove Club

เทรดเดอร์ที่เก่งส่วนใหญ่จะถ่อมตนเสมอ และคำแนะนำมือใหม่ง่ายๆ

วันนี้ มีข้อคิดดีๆมาฝากครับ เทรดเดอร์ที่เก่งส่วนใหญ่จะถ่อมตนเสมอ และคำแนะนำมือใหม่ง่ายๆ หวังว่าเพื่อนๆจะชอบนะครับ 🙂 มาร์ค วีนสตีน เทรดเดอร์ที่มีอัตราส่วนการชนะสูง กฎการเทรด ที่คุณยึดถือ 1. ทำการบ้านอยู่เสมอ 2. อย่าทำตัวยิ่งยโส เมื่อคุณละเลย คุณจะละเลยการควบคุมความเสี่ยง เทรดเดอร์ที่เก่งจะถอมตนเสมอ 3. เข้าใจขีดความสามารถของคุณ ทุกคนมีขีดจำกัด แม้แต่เทรดเดอร์ที่เก่งที่สุดก็ตาม 4. เป้นตัวของตัวเอง ติดสวนทางกับฝูงชน เพราะในไม่ช้า พวกเขาจะขาดทุน 5. อย่าเทรดจนกว่าโอกาสจะเผยตัวของมันเองออกมาเสียก่อน เมื่อไรที่ควรจะออกจากตลาดสำคัญพอๆกับเมื่อไหร่ควรจะเข้า 6. กลยุทธ์ต้องมีความยืดหยุ่น ความผิดพลาดของคนส่วนใหญ่คือการใช้กลยุทธ์เดินตลอดเวลา 7.อย่าหลงระเริงมาเกินไป เมื่อคุณทำกำไร สิ่งที่ยากที่สุดคือการรักษาผลกำไรเอาไว้ให้ได้ คำแนะนำสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ คุณจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีที่จะแพ้ มันเป็นเรื่องสำคัญกว่าการเรียนรู้ที่จะชนะสะอีก ถ้าคุณคิดว่าคุณจะชนะเสมอ เมื่อคุณแพ้คุณจะพัฒนาความรู้สึกด้านลบและโทษตลาด แทนที่จะเรียนรู้ทำไมคุณถึงแพ้ จากหนังสือ market wizard ฉบับไทย Boyles Bigmove Club

การขาดทุนคือการเทรดที่แย่ เป็นความคิดที่ผิดมาก

การขาดทุนคือการเทรดที่แย่ เป็นความคิดที่ผิดมาก ความผิดพลาดของเทรดเดอร์ที่พบได้บ่อยๆคือ การตัดสินใจ ว่าการเทรดแต่ล่ะครั้ง ถูกหรือผิด โดยดูจากผลลัพธ์ที่ออกมา ———- สมมุติ ผมให้คุณมีความได้เปรียบ 2:1 ในการโยนหัว โยนก้อย ถ้าคุณยอมรับการเดิมพันแล้วแพ้ มันอาจเป็นการเดิมพันที่แพ้ก็จริง แต่มันคือการเดิมพันที่ถูกต้อง เพราะเมื่อคุณทำซ้ำๆ จะได้กำไรอย่างมาก ดังนั้น การเทรดที่ขาดทุน โดยใช้กลยุทธ์ที่ได้กำไร จะยังคงเป็นการเทรดที่ดีได้ ———- ในทางกลับกัน การเทรดที่ชนะก็อาจจะเป็นการเทรดที่แย่ได้ ถึงแม้การเทรดครั้งใดครึ่งนึงจะได้กำไร แต่ถ้าเทรดซ้ำๆเรื่อยๆ ภายใต้สถาการณ์เดียวกัน แล้วขาดทุน การเทรดที่ได้กำไร ก็เป็นการเทรดที่แย่มากๆได้เช่นกัน ———- ***การเทรด เป็น เรื่องของความน่าจะเป็น** กลยุทธ์ในการเทรดใดๆ ก็ตามไม่ว่าจะมีประสิทธิภาพสูง ก็ต้องมีความผิพลาดขึ้นมาเปอรเซ็นหนึ่ง เทรดเดอร์มักสับสน มักสับสนการเทรดที่กำไร การเทรดที่ขาดทุน การเทรดที่ดี การเทรดที่แย่ ———- การเทรดที่ดี คือการเทรดที่ทำตามขบวนการให้ได้กำไร ในความเสี่ยงที่รับได้ ในการทำซ้ำๆ ———- การเทรดที่แย่ คือการทำตามขบวนการที่ทำให้ขาดทุน ถ้าทำซ้ำๆ ตัวอย่างเช่น การเล่นสลตแมชีน การเดิมพันที่ชนะ เราก็ถือว่าเป็นการเทรดที่แย่ เพราะถ้าทำซ้ๆ เราก็จะมีความเสี่ยงสูงในการขาดทุน ———- Boyles: ผมว่าขบวนการคิดของการเทรด เป็นสิ่งที่อาจจะต้องทำความเข้าใจเยอะ เพราะผมก็ค้นพบว่า คนส่วนใหญ่สนใจในสิ่งที่ทำให้ได้กำไรอย่างเดียว (ซึ่งมันก็ต้องแบบนั้นล่ะ) แต่ไม่ได้สนใจในขบวนของความคิดที่จะทำให้เราได้กำไรระยะยาว (นี่คือส่วนที่ทำให้เมื่อเจอการขาดทุน แล้วจะมองหาวิธีใหม่ไปเรื่อยๆ) ———- ที่มา: market Wizard ไทย (เล่มนี้ยิ่งอ่าน ยิ่งชอบไปตามซื้อกันนะครับ) Boyles Bigmove Club

ความลับการอยู่รอดในตลาด Future 50 ปี และการสูญเสียเพื่อทำกำไร

ความลับการอยู่รอดในตลาด Future 50 ปี และการสูญเสียเพื่อทำกำไร Paul Tudor “กฏที่สำคัญที่สุดของการเทรด เล่นแบบป้องกันให้มากไม่ใช่บุกให้มาก ทุกๆวัน ผมจะสมมุติว่าสถานะทุกสถานะของผมผิดทั้งหมด ผมทำอย่างนั้น เพื่อที่จะระบุความสูญเสียที่มากที่สุด และใช้เวลาที่เหลือของวันมีความสุขกับสถานะที่ถูก ถ้าผิดทางผมก็มีแผนไว้อยู่แล้ว อย่าทำตัวเป็นฮีโร่ อย่ามีอีโก้ ตั้งคำถามตัวเองและความสามารถของตัวเองอยู่เสมอ อย่าคิดว่าคุณเก่งมาก วินาทีนั้นที่คุณคิด คุณตายแน่” ——– Boyles: ผมเรียนรู้หลายสิ่งจาก Larry และ Top Secret ที่เขาบอกว่าเขาเหนือกว่าเทรดเดอร์คนอื่นคือ เขาคิดว่าเขาผิดทุกครั้งที่เล่น แม้เขาจะชนะติดต่อกันมาเท่าไหร่ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาอยู่ในตลาด Future มามากกว่า 50 ปี ——— มันก็จริงนะครับ ทุกครั้งที่ผมคิดว่าผิด ผมจะเข้าน้อยๆ และส่วนใหญ่กำไร และเมื่อกำไรเยอะขึ้นเรื่อยๆ หรือเริ่มเทรดถูกทางบ่อยๆ เริ่มมั่นใจก็กลับมาเสียอีก ความมั่นใจเป็นสิ่งที่ดี แต่อะไรที่มีมากเกินไปมักจะตามมาด้วยผลเสีย ——— ช่วงที่ผมเกือบเลิกเทรด หลังออกจากวัด ผมเตรียมเสียเงินทั้งหมดที่เทรด ทุกๆครั้งที่เล่นพร้อมเสีย มีแผนชัดเจน เล่นป้องกันตัวเองมาก ผลลัพธ์ในช่วงนั้น ผมทำกำไรได้ 100% 6 เดือนติด แต่พอความมั่นใจเริ่มมากสุดๆ ผลลัพธ์กลับเริ่มกลับมาขาดทุน การเทรดบางทีก็ไม่ได้ทำตามแผนมาก เพราะเริ่มกลับมาไม่พร้อมขาดทุน ———- พอมองย้อนกลับไป ความลับ (Top secret) ของ Larry กับ Paul พูดไว้ ผมว่ามันคือเรื่องจริงมากๆ สำหรับประสบการณ์ที่ผมได้เรียนรู้ ———– ในช่วงที่ผมทำกำไรมาก ผมพอจำได้ว่า ความคิดของผมเปลี่ยน ในช่วงแรก ผมคิดเรื่องปกป้องเงินทุนเสมอ กำไรไว้ทีหลัง หลังจากที่ผมทำกำไร 600% จากตลาด Future ในช่วงไม่กี่เดือน (ไม่ได้ overtrade ด้วยนะครับ กำไรแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยากถ้า overtrade) [...]

เมื่อคุณเจอกับการขาดทุนติดต่อกัน คุณจัดการกับมันอย่างไร???

เมื่อคุณเจอกับการขาดทุนติดต่อกัน คุณจัดการกับมันอย่างไร??? ไมเคิล มาคัส กล่าวไว้ว่า “ในอดีต ผมจะเอาคืนด้วยการเทรดหนักขึ้นหลังจากขาดทุน แต่นั่นมักจะไม่ได้ผล ผมจึงเริ่มที่จะลดการเทรดลงจนถึงขั้นหยุดเทรดไปเลยถ้ารู้สึกแย่พอ ผมมักจะเจอความลำบากในการหยุดเทรด เพราะผมเป็นนักสู้โดยธรรมชาติ การขาดทุนจะทำให้เกิดการขาดทุนตามมาอีก เมื่อคุณเริ่มขาดทุนมันจะกระตุ้นปัจจัยด้านลบในทางจิตวทิยาที่จะนำไปสู่การมองโลกแง่ร้าย” —– Boyles: คนส่วนใหญ่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้กันมาแล้วทั้งสิ้น เมื่อเราขาดทุน เรามักจะเทรดหนักขึ้น และไม่ว่ากี่ยุค กี่สมัย การเทรดทั้งในอดีต และปัจจุบัน ล้วนแล้วแต่ให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน คือล้มเหลว และหมดตัว เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ส่วนใหญ่ เมื่อเขาประสบปัญหาการขาดทุนติดต่อกัน สิ่งแรกที่เขาทำคือ ลดการเทรดลง หรืออาจจะต้องหยุดเทรดไปก่อนเลย และนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมทำเหมือนกันถ้าผมประสบปัญหาแบบนี้ ——- จำไว้นะครับ เมื่อคุณขาดทุน ประสบการณ์ผม(boyles bigmove)ก็เช่นกัน 1. ให้ลดการสูญเสียโดยการเทรดให้น้อยลง 2.หยุดเทรด (หยุดการสูญเสียถ้าจำเป็น) จงหยุดคิดเรื่องการเอาเงินคืนก่อน สิ่งแรกที่เราต้องการเมื่อขาดทุน คือลดการสูญเสีย ไม่ใช่เอาเงินคืน คนส่วนใหญ่ มักจะคิดเรื่องเงินทุนตัวเอง การต้องการเอาคืนไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่มันเป็นขั้นตอนหลังจากนั้น ——- มีบางครั้งหรือไม่ คุณต่อสู่เพื่อเอาคืนจนเอาชนะกลับมาได้ ไมเคิลตอบว่า บางครั้ง นั่นแสดงว่า แม้เทรดเดอร์ที่เก่งมากๆ ก็ทำได้แค่บางครั้งเท่านั้น ในการเอาทุนตัวเองคืนมา แต่สิ่งที่เขาแนะนำ และเป็นสิ่งสำคัญคือ ให้หยุดเล่นซะ แม้มันจะยากที่จะบังคับตัวเองให้หยุดเล่นก็ตาม ——- มีคนหลายคน มาขอคำแนะนำผมเกี่ยวกับ การเทรดที่ต้องเอาทุนตัวเองคืน คำแนะนำผมส่วนใหญ่จะจบตรง คุณต้องหยุดเทรด ต้องหยุดการสูญเสียก่อน แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยเชื่อ และท้ายที่สุด มักจะสูญเสียเงินทั้งหมดอยู่ดีแม้จะเติมเงินเข้าไปเท่าไหร่ก็แล้วแต่ คุณต้องลดการเทรด จนกว่าคุณจะเริ่มกลับมาเทรดถูกทางอีกครั้ง ให้ผมเปรียบ ในบางครั้งคุณไม่สามารถเดินผ่านพายุหนักๆได้หรอก ถึงคุณจะมีจิตใจที่สู้มากขนาดไหน แต่เมื่อสภาพแวดล้อมไม่อำนวย มันก็ยากที่จะผ่านไปได้ เพียงบางครั้งคุณแค่หยุดเดิน รอให้พายุสงบ และเดินค่อยออกเดินไปอย่างช้า คุณอาจจะพบว่ามันง่ายกว่า ที่จะเดินผ่านเส้นทาง เส้นเดียวไปได้ และมันก็เหมือนการเทรดเช่นกัน และด้านบนของหนังสือ ก็เหมือนที่ผมเคยเล่าในประวัติผมไป ———- เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จทุกคน พวกเขาจะมีชีวิตที่สมดุล พวกเขาจะมีความสนุกอื่นนอกเหนือจากการเทรด Boyles: ผมได้ค้นพบความจริงข้อนึง คือ เมื่อคนมีชีวิตที่สมดุล มีคุณภาพชีวิตที่ดี [...]

กฏของนักเก็งกำไรก่อนที่ประสบความสำเร็จ

กฏของนักเก็งกำไรก่อนที่ประสบความสำเร็จ ไมเคิล มาคัส ในหนังสือ market wizard ได้กล่าวว่า “เทรดเดอร์ผู้ยิ่งใหญ่เกือบทุกคน ล้มเหลวในช่วงแรกเป็นเหมือนกฏมากกว่าข้อยกเว้น แม้จะมีสถิติการเทรดในระยาวที่เหลือเชื่อ แต่เขาก็เริ่มด้วยการขาดทุนต่อเนื่อง เขาหมดตัวหลายครั้ง สิ่งสอนใจคือ ทุกๆการเทรดที่ล้มเหลวเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังทำบางสิ่งผิดพลาด แต่นั่นไม่ใช่ตัวที่จะบอกว่าคุณล้มเหลวหรือสำเร็จในท้ายที่สุด” ————– เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ เหมือนจะมีกฎเดียวกันคือ ความล้มเหลวในช่วงแรก หรือการขาดทุน หมดตัว Boyles: สำหรับคนที่ขาดทุน หรือหมดตัว อย่าเพิ่งท้อแท้ ส่วนใหญ่แล้วความล้มเหลวในช่วงแทบจะเกิดขึ้นกับทุกคน ขอให้มีกำลังในการสู้ต่อไปนะครับ สำหรับผมเคยขาดทุนจนต้องเข้าวัดไปพักใหญ่เหมือนกันครับ ในช่วงแรกของการเทรด ว่าไปมันก็เหมือนเป็นกฏจริงๆ ————– สิ่งที่น่าจะเจ็บปวดที่สุดนอกเหนือจากการขาดทุน คือการทำกำไรเร็วเกินไป การรักษาความได้เปรียบในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคุณทำไม่ได้ คุณก็จะไม่มีเงินมาจ่ายเมื่อคุณขาดทุน Boyles: การรักษาความได้เปรียบ เป็นสิ่งที่จำเป็นเมื่อคุณอยู่ในเทรน ผมเคยเปลี่ยนจากเงินไม่กี่แสนเป็นเงินหลายล้านได้ในช่วงไม่กี่เดือน ในการเล่น TFEX เมื่อผมไปขาดทุนในตลาด Comex มันเป็นเพียงแค่กำไรส่วนนึง เพราะผมมีทุนมาจ่ายในช่วงที่ขาดทุน ————– มาร์คัสได้เล่าต่อ ถึงอันตรายจากการเทรดเกินตัว เขาเสียเงินทั้งหมดภายในการเทรดครั้งเดียว Boyles: เราน่าจะได้ Idea แล้วว่าไม่ว่านักเทรดจะเก่งขนาดไหนแต่ถ้าเทรดเกินตัว ยังไงผลลัพธ์ก็คือการหมดตัว Share ประสบการณ์ผม ในช่วงแรกของการเทรด ผมก็เคยเทรดเกินตัว นำเอากำไรจากการเทรดและเงินที่เก็บไว้ทั้งหมดเกือบ 2 ล้าน โดยคิดจะกำไรประมาณ 8 ล้านให้ได้ใน 6 เดือน แต่ผลลัพธ์คือผมเหลือเงินออกมาจากตลาดไม่กี่แสน นั่นเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายของผมช่วงนึงเหมือนกัน ————– นักเทรดระดับโลกยังพูดถึงเรื่องการกำหนดจุดออก หรือจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง และให้หยุดเทรดเมื่อขาดทุนและสับสน Boyles: นักเทรดทุกคนรวมถึงผม ถ้าเคยอ่านที่ผมเขียน ผมสอนเสมอ คุณต้องรู้จุดตัดขาดทุนทุกครั้งที่คุณคิดจะเก็งกำไร และเมื่อคุณสับสน หรือขาดทุนให้หยุดเทรด แต่ประสบการณ์ของผม คำแนะนำให้หยุดเทรด หรืออยู่เฉยเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ที่ใครจะอยากทำตาม ทุกคนมักจะหยุดเทรดด้วย condition ที่ใกล้เคียงกันคือ ไม่มีเงินให้เทรดแล้ว ————– เรื่องสุดท้าย คุณต้องมีวิถีทางตัวเองในฐานะเทรดเดอร์ การทำตามคำแนะนำถึงแม้จะเป็นเทรดเดอร์ที่ดีก็ตามมักจะตามมาด้วยปัญหา ————– Boyles: เรื่องนี้ผมว่าจริง ผมได้ให้คำแนะนำการเทรดให้หลายท่าน [...]

ความแตกต่างระหว่างการเทรดเพื่อเอาเงิน กับเทรดเพื่อบันเทิง

ในหนังสือ Market wizard มาคัสได้บอกไว้ว่า “แม้เขาจะเป็นเทรดเดอร์ที่่เทรดหนักขนาดไหน เขาก็มีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในการจำกัดการเทรดเฉพาะในการเทรดที่เหมาะสม เขาแนะนำให้อดทนรอการเทรดซึ่งองค์ประกอบสำคัญทั้งหมดชี้ไปในทิศทางเดียวกัย คุณจะมีโอกาสเพิ่มขึ้นที่จะประสบความสำเร็จ การเทรดบ่อยๆโดยที่สภาวะต่างๆ ดูจะมีความได้เปรียบเพียงเล็กน้อย นั้นจะเป็นเรื่องเพื่อความบันเทิง มากกว่าเพื่อความสำเร็จในการเทรด” Boyles Bigmove: สิ่งนี้เลยครับที่ผมพยายามอยากจะสื่อสารมาก ผมว่านักเก็งกำไรส่วนใหญ่ก็มีพื้นฐานทางความคิดที่ใกล้เคียงกัน มาร์คัสเทรดหนักขนาดไหนก็แล้วแต่ เขาก็สรุปออกมาว่า ให้อดทนรอการเทรดซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญทั้งหมดชี้ไปในทิศทางเดียว คุณจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ มากกว่าเทรดบ่อยๆ จากความได้เปรียบเพียงเล็กน้อยจะเป็นการเทรดเพื่อบันเทิงมากกว่าเพื่อความสำเร็จ ถ้าใครตามผมมาหลายๆเดือน ทำไมผมถึงมักจะได้รอบที่ดี ทำไมถึงมักอยู่กับเทรนที่ถูกต้องได้บ่อยครั้ง จากประสบการณ์ของผม ได้สอนไว้ว่า เราต้องการจังหวะที่สำคัญไม่กี่ครั้งในการเทรด การเทรดบ่อยไม่ได้เพิ่มโอกาส แต่กลับกลายเป็นความเสียเปรียบด้วยซ้ำ ถ้าเราไม่สามารถอยู่ในช่วงเวลาที่เป็นรอบสำคัญในการเคลื่อนตัวขึ้นหรือลงได้ แล้วความได้เปรียบแล้วจริงๆ มันเกิดจากอะไร องค์ประกอบสำคัญที่ชี้ไปในิทศทางเดียวเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการเก็งกำไร ผมวิเคราะห์ถึงโอกาส โดยใช้องค์ประกอบการวิเคราะห์หลายอย่างมาก จนได้ความน่าจะเป็นสูงสุดที่จะเกิดเทรนในช่วงเวลานึงออกมา ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าเก็งกำไร ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบทางด้าน พื้นฐาน Fundametal, เทคนิค Cycle, Seasonal, Sentiment, การพยากรณ์ และอื่นๆ เมื่อเราเจอการเทรดที่สามารถบ่งชี้โอกาสในการเกิดเทรน นั่นล่ะครับ โอกาสที่แท้จริงในการทำกำไร การเทรดของผม เทคนิคเป็นแค่องค์ประกอบนึงในการทำกำไร ถ้าองค์ประกอบไม่ครบ การทำกำไรก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นเทคนิคไม่ใช่คำตอบของการทำกำไร ผมสงสัยมากว่าทำไมหลายคนจึงมองหารูปแบบที่สำเร็จรูปจากเทคนิคเพื่อทำกำไร สำหรับผมคิดว่าไม่มี ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ผมไม่ต้องรู้เรื่อง indicator มากมาย ไม่ต้องรู้เรื่อง Elliot wave กลับทำเงินได้ดีกว่าเดิม เพราะคำตอบของการทำเงิน มันไม่ใช่เรื่องพวกนี้ แต่ในทางกลับกัน วิชาพวกนี้กลับทำให้การเก็งกำไรเป็นเรื่องที่ยากขึ้นไปอีก จึงไม่แปลกใจที่หลายท่านยิ่งมีความรู้เยอะ ถึงยิ่งเทรดแย่ลงเรื่อยๆ การเทรดเพื่อความบันเทิงสำหรับผม เรามักจะเจอในรูปแบบที่ เล่นใน TF สั้นมากๆ ไม่มองภาพรวมใหญ่ เข้าออกบ่อยๆ เห็นโอกาสนิดเดียวก็เล่น สิ่งเหล่านี้ผมมองหาเป็นการเทรดเพื่อบันเทิงมากกว่า แต่ถ้าคุณเทรดแบบนี้ตรงตามที่ผมว่าไว้ แล้วไม่ได้กำไร ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าคุณจะทำเงินจริงๆ คุณต้องเปลี่ยนแนวความคิดของการเก็งกำไร [...]

ค่าเงิน Dollar แข็ง หุ้นไทยจะขึ้นได้ไหม

มีคำถามว่า ถ้าค่าเงิน Dollar แข็ง หุ้นไทยจะขึ้นได้ไหม คำตอบคือได้ครับแต่… มาดูจากรูปดีกว่า dollar index, S&P, emerging market เราอาจจะสรุปคร่าวๆดังนี้ 1. หุ้นอเมริกา กับตลาด Emerging market ขึ้นลงตามกัน 80-90% ถ้าไม่นับวิกฤตต้มยำกุ้ง 2. เมื่อ Dollar index ขึ้น ตลาดเมกาจะให้ผลตอบแทนดีกว่า 3. เมื่อ Dollar index ไม่ขึ้นหรือเริ่มลง ตลาด emerging market จะให้ผลตอบแทนดีกว่า ตอนนี้ เราอยู่ใน dollar index ขาขึ้น ตลาดหุ้นภาพรวมทั่วโลกน่าจะขึ้น แสดงว่า ตลาดที่กระทิงที่สุดคือ ตลาดเมกา เงินส่วนนึงจึงเคลื่อนย้ายไปที่เมกา แต่ไม่ได้หมายความว่าบ้านเราจะลง แต่อาจหมายความว่า บ้านเราจะขึ้นน้อยกว่าเมกา แต่ถ้าปรับฐานบ้านเราก็อาจจะปรับฐานหนักก็ได้แต่ช่วงเวลาปรับฐานน่าจะยังไม่ได้ใกล้มาก ดังนั้น อย่าเพิ่งกังวลเกินไปครับ ช่วงนี้เล่นได้ครับ แต่ค่อยๆเล่นครับ ตลาดน่าจะไม่ได้กระทิงมากมาย น่าจะค่อยๆ ไหลขึ้นมากกว่า ใกล้ช่วงปรับฐานเราจะมาว่ากันใหม่ เฮงๆกันทุกคนครับ Boyles Bigmove Club