Monthly Archives - February 2010

เทคนิคการอ่าน volume และพฤติกรรมตลาด

เทคนิคการอ่านโวลุ่มในการเล่นหุ้น Tape Reading By Linda Bradford Raschke วันนี้นำเรื่องน่าสนใจอีกเรื่องมาให้อ่านกันครับ เป็นเรื่องที่หาข้อมูลศึกษาค่อนข้างยากพอสมควรแม้จะเป็นในต่างประเทศก็ตาม ผมพยายามหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ที่ยังมีขายกันอยู่ก็มีเพียงไม่กี่เล่มที่เป็นหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะเท่านั้น นั่นก็คือเรื่องของการอ่านโวลุ่มการซื้อขายจากบิด-ออฟเฟอร์ หรือที่เรียกกันว่าTape Reading ครับ โดยวันนี้ผมนำมาจากบทความของคุณ Linda Bradford Raschke เจ้าเก่ามาให้อ่านครับ วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค การอ่านโวลุ่มการซื้อขายจากบิด-ออฟเฟอร์ในการเล่นหุ้น ในบางครั้งมันก็เป็นสิ่งที่ดีที่เราจะย้อนกลับมาทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดง่ายๆ ในขณะที่ตลาดหุ้นกำลังมีความผันผวนที่สูงมากอย่างในขณะนี้ ถึงแม้ว่าระบบการลงทุนและรูปแบบของราคาต่างๆนั้น จะมีประโยชน์เป็นอย่างมากในการที่จะวิเคราะห์ถึงสภาพการณ์โดยรวม แต่อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่ง Richard Dennis ก็ยังเคยพูดถึงการเรียนรู้ที่จะ “คาดการณ์” สัญญาณซื้อ-ขายที่จะเกิดขึ้นขึ้น เพื่อที่ในบางครั้งอาจช่วยในการขายหุ้นได้เร็วขึ้น และช่วยในการแยกแยะว่าการซื้อ-ขายของเราในครั้งนี้ได้ผลหรือไม่ วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค การอ่านโวลุ่มการซื้อขายหุ้นด้วย Tape Reading “เทคนิคในการเล่นหุ้นต่างๆนั้น แท้จริงแล้วก็คือความสามารถเฉพาะตัวของนักเล่นหุ้น จากการที่เขาได้เรียนรู้ สังเกต และทำการทดลองสมมุติฐานของเขา เพื่อช่วยในการที่จะหาสัญญาณซื้อ-ขายหุ้นในสภาวะต่างๆของตลาดนั่นเอง” -George Douglas Taylor วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค เราอาจกล่าวได้ว่า Tape reading นั้น คือการศึกษาและฝึกฝนการเคราะห์หุ้นจากโวลุ่มและการเคลื่อนไหวของราคา ที่เกิดขึ้นในรูปแบบของ Ticker Tape ของคนสมัยก่อน เพื่อช่วยในการคาดการณ์ถึงสภาพของตลาดในขณะนั้นนั่นเอง แท้จริงแล้ว Tape Reading นั้นไม่มีอะไรที่มากไปกว่าการมองไปที่ราคาของหุ้นแล้วถามตัวคุณเองว่า “ในตอนนี้นั้นราคาอยู่ในแนวโน้มขึ้นหรือลง?” มันไม่มีความเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคสมัยใหม่ สิ่งที่คุณต้องทำก็คือการเปิดใจของคุณให้กว้างเอาไว้ตลอดเวลา แม้กระทั่งนักเล่นหุ้นมือใหม่นั้น ก็ยังมีความสามารถที่จะสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นกับราคาหุ้นได้ว่า มันกำลังวิ่งขึ้นหรือวิ่งลงในขณะนั้น หรือแม้กระทั่งรู้ได้ว่าราคาหุ้นนั้นไม่ได้วิ่งไปไหนเลย (ราคาหุ้นไม่จำเป็นที่จะต้องเคลื่อนไหวไปมาตลอดเวลาก็ได้!) และมันยังก็ยังเป็นการง่ายมากที่จะสังเกตเห็นว่า ราคาหุ้นได้วิ่งขึ้นไปและเริ่มที่จะหยุดนิ่งเช่นกัน ถึงแม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วขณะก็ตาม วิธีการเล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค ฉันได้รู้จักกับนักเก็งกำไรมืออาชีพหลายต่อหลายคนจากประสบการณ์ที่ผ่านมาในอาชีพของฉัน จริงๆแล้วฉันไม่อยากที่จะทำให้คุณผิดหวังหรอกนะ แต่ฉันอยากจะบอกว่า ฉันรู้จักคนแค่เพียงสองคนเท่านั้น ที่สามารถที่จะหาเลี้ยงตนเองได้จากการเล่นหุ้นด้วยการใช้ระบบการลงทุนอัตโนมัติในการเล่นหุ้น (ไม่นับรวมคนที่เป็นผู้บริหารกองทุนชั้นนำ) นักเก็งกำไรที่สามารถอยู่ได้ด้วยการเล่นหุ้นนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะมีความสามารถในการที่จะวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ หากคุณนั้นสามารถที่จะวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของราคาได้ล่ะก็ นั่นหมายถึงว่าคุณจะมีความได้เปรียบกว่านักเก็งกำไรคนอื่นได้ถึงสองก้าวเลยทีเดียว เนื่องจากว่าราคาที่เคลื่อนไหวอยู่นั้นคือข่าวสารที่เร็วที่สุดมากกว่าสิ่งใดๆนั่นเอง คุณอาจจะเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ข้อมูลที่เป็นความจริงนั้นอยู่ในการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นนั่นเอง” งานของคุณในฐานะของนักเก็งกำไรหุ้นจะง่ายขึ้นกว่าเดิมเป็นสิบๆเท่าหลังจากคุณได้ยอมรับความจริงข้อนี้ [...]

Dow Theory ต้นกำหนดสรรพสิ่ง เทคนิคและระบบ

Dow Theory คืออะไร และทำไมถึงน่าสนใจ ผมจะลองสรุปเท่าที่รวบรวมข้อมูลได้นะครับ Dow Theory คือ ทฤษฎีที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยนายชาร์ลส์ เอช ดาว (Charles H. Dow) ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นบิดาแห่งการวิเคราะห์ทางเทคนิค เมื่อเกือบ 100 ปีที่แล้ว แต่กฏ และหลักการของดาว ยังคงใช้ได้ตราบจนถึงปัจจุบัน หลักการนี้มิได้พูดถึงเพียงการวิเคราะห์ทางเทคนิค หรือ การเคลื่อนที่ของราคาหุ้น แต่สิ่งนี้ถือเป็นปรัญญาของตลาดหุ้น ที่อธิบายถึงพฤติกรรมของตลาดหุ้นที่ยังคงเหมือนเดิม เกิดขึ้นซ้ำๆเฉกเช่นเดียวกัน กับตลาดหุ้นเมื่อ 100 ปีที่แล้ว ทำไม Dow Theory จึงน่าสนใจ ? ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อ 100 ปีที่แล้ว จนถึงปัจจุบัน หลักการของดาวก็ยังเป็นจริงอยู่ พิสูจน์ได้อยู่ การเคลื่อนไหว การเก็งกำไรในตลาดหุ้นก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่ว่าทฤษฎีอาไรก็ตามที่เกิดในปัจจุบันล้านแล้วแต่มีจุดเริ่มต้นจาก Dow theory ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น elliott wave ระบบต่างๆในปัจจุบันเช่น peak and through system ดังนั้นถ้าเราจะเรียนรู้เพื่อเขียนระบบการเทรดของเราขึ้นมาเอง เราควรจะอิงทฤษฎีดาวด้วย มีหลายต่อหลายคนพยายามคิดทฤษฎีใหม่ วิธีการเทรดใหม่ๆ ขึ้นมากมาย แต่สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จและเสียเวลามากมายไป ดังนั้นเราอาจจะมี 2 ทางเลือก คือ 1. คิดค้นขึ้นใหม่ อย่างเช่น buffet เราก็ยังไม่รู้ว่าตอนนี้เขาเทรดด้วยวิธีอาไร เช่นกันทฤษฎีดาวก็ถูกเปิดเผยหลังจากดาวตายไปแล้วเช่นกัน ถ้าเราคิดผิด มันก็แลกด้วยเวลาของเราเช่นกัน 2. ทำตาม เรียนรู้สิ่งที่มันสามารถใช้ทำเงินให้กับเราได้จริง สำหรับผม ผมเลือกวิธีที่ 2 เพราะผมคิดว่าคงไม่สามารถมีเวลา ไปนั่งคิด ทดลองอาไรขึ้นมาใหม่ๆ ดังนั้นการเทรดโดยใช้ทฤษฎีที่ใช้ได้มาเป็นเวลา 100 [...]

สำรวจตัวเองกัน ว่าอยากเป็นนักเทคนิค หรือนักวิเคราะห์พื้นฐาน

เมื่อพูดถึงการวิเคราะห์เทคนิคและ การวิเคราะห์พื้นฐาน แต่ล่ะคนก็มีแนวคิดที่ต่างกัน ฉะนั้นการตัดสินใจที่จะเลือกเดินแนวทางไหน ในตลาดหุ้นจึงสำคัญเหมือนกัน ถ้าเราทำอะไรที่ขัดกับความเชื่อของเราแล้ว นั่นคงยากที่จะประสบความสำเร็จด้วยเช่นกัน ก่อนที่เราจะตัดสินใจว่าเราอยากเป็นนักลงทุนระยะสั้น กลางหรือยาว เรามาดูกันว่านักเทคนิคมีความคิดเห็น ที่ไป ที่มาอย่างไร ส่วนเรื่องการวิเคราะห์พื้นฐานอันนี้ คงต้องลองหา web อื่นอย่างพวก thaivi แล้วมาพิจารณาดู ด้วยส่วนตัวผมเลือกการวิเคราะห์เทคนิค แต่ไม่ว่าเราจะเดินทางสายไหน เราก็สามารถประสบความสำเร็จได้ ไม่ว่าจะเทคนิค หรือพื้นฐาน จุดมุ่งหมายคือการทำกำไรได้สม่ำเสมอ บางคนอาจจะกำลังมองหาเส้นทางที่เหมาะกับตัวเองอยู่ ผมก็มา share สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ และประสบการณ์ที่ผ่านมา แล้วก็ถือว่าสรุปบทเรียนไปในตัวด้วย เนื้อความนี้ ความรู้ส่วนใหญ่ก็มาจากลุงโฉลกที่เป็นคนเปิดมุมมองเรื่องการลงทุนให้เป็นระบบ www.chaloke.com ก็ต้องขอขอบคุณ คุณลุงจริงๆ ครับ ปรัญชาของการวิเคราะห์เทคนิค มีนักวิเคราะห์บางคนที่อ่านกราฟ และพยายามทำนายอนาคตจากกราฟ จากประสบการณ์ของผม นักวิเคราะห์ที่สามารถบอกได้ว่า หุ้นจะลงกี่เดือน จุดนี้คือจุดสูงสุด อีก 7 วันหุ้นจะลงถึงประมาณจุดนี้ อาจจะมีบางจังหวะถูกบ้าง แต่ส่วนมากที่ผมเจอคือผิด ตลาดหุ้นประกอบด้วยความคิดของคนเป็นแสนๆ ล้านๆ การคาดคะเนว่าเขาจะคิดเหมือนเราได้ตลอด ผมว่ามันเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เหมือนที่ลุงโฉลกได้กล่าวไว้ว่าพวกนี้คือพวกทำนายอนาคต มันเหมือนหมอดูมากกว่านักวิเคราะห์ ทำนายไปเหอะเยอะๆ เดี๊ยวมันก็ถูกเอง ถ้าเราเชื่อนั่นหมายถึงหายนะใน port เราซึ่งผมก็เคยเป็นหนึ่งในนั้นด้วย -.-“ นักวิเคราะห์ที่เก่ง หรือเซียนหุ้นที่ยิ่งใหญ่มากมายจะไม่ทำนาย แต่จะคำนวณ probability ความน่าจะเป็นของ possibility การขึ้น ลงโดยดูจากกราฟเทคนิค ผมว่าสิ่งที่ยากคือการคิดว่า probability ของการขึ้นหรือลง ในการเทรดในขณะนั้นอยู่ที่เท่าไหร่ เราควรจะเสี่ยงลงทุนระดับไหน นั้นก็ขึ้นอยู่กับการศึกษากราฟในรายละเอียดลงไปอีกที ซึ่งจะกล่าวต่อไปอีกที มาดูแนวคิดของนักเทคนิค อันนี้เอามาจากลุงโฉลกเลย เห็นว่าเข้าใจง่ายด้วย 1. Market Action Discounts everything (การเคลื่อนไหวของหุ้นจะถูกแสดงออกมาผ่านกราฟ โดยได้ประมวลทุกอย่างแล้ว เช่น [...]

อาการจิตหลุด เมื่อขาดทุนติดๆกัน ควรทำอย่างไร

พอดีไปอ่านบทความเรื่องจิตหลุดของคุณ modx มา ก็เลยชอบเพราะผมก็เล่น future อาการจิตหลุดบ่อยมาก เครียดอีกตาหาก เพราะถ้ามันเริ่มผิดแล้ว มันเหมือนจะเป็นลูกโซ่จะเริ่มผิดติดๆกัน แล้วยิ่ง future มันไม่ใช่แค่เล่นขึ้นอย่างเดียว มันเล่นลงได้ด้วยถ้าจะเล่นทั้งสองขา จุดขายขาดทุนก็ทั้ง 2 ฝั่ง ยิ่งผิดพลาดบ่อยถ้าตัดสินใจบ่อยๆ ถ้าไม่รีบตัดสินใจก็อาจจะขาดทุนยาวก็ได้ เฮ้อ….   จากประสบการณ์ของผม มีอยู่ช่วงนึงจิตหลุด ทำไรเป็นผิดไปหมด พอจะเล่นน้อยๆ ค่อยๆคุมสติ พอคิดถึง สิ่งที่จะได้ กับสิ่งที่เสียไปแล้ว อัดเพิ่มเข้าไป ทั้งตึง ทั้งเครียดเพิ่มขึ้นอีก แล้วยิ่งเล่น future ด้วยยิ่งเครียดๆๆๆ การอ่านหนังสือธรรมมะก็ช่วยให้จิตใจสงบ พอจิตใจสงบ ไม่ได้รีบร้อนเอาคืน การ Trade ก็ดีขึ้น สมาธิ การตัดสินใจก็ดีขึ้น ก็ช่วยแก้สถาการณ์ได้ดีขึ้นด้วย นอกจากมองตลาดในอย่างที่มันเป็นแล้ว ยังต้องมีสติ มองตัวเองและรู้ในสิ่งเราเป็น สิ่งที่ช่วยผมไม่ให้จิตหลุดมากเกินไปมีอยู่ 2 อย่าง อย่างแรก หนังสือธรรมมะ สวดมนตร์ ให้จิตใจสงบ ประสบการณ์ของผมการตัดสินใจอย่างเยือกเย็น อดทนรอโอกาสที่ดีได้ ถ้าพลาดแล้วก็สามารถรอได้ มีสติอยู่กับตัวเอง รู้ตัวเอง ถ้าจิตใจเราฟุ้งซ่าน ให้เราเลิกเทรดไปก่อน ให้คิดเสียว่าเทรดได้ทุกวัน มันมีจุดที่ดีเสมอ ไม่ต้องรีบร้อน ใจเย็นๆ ส่วนอย่างที่สอง คือการทำตามระบบอย่างมีวินัย ถ้าเรามีระบบที่ดี ที่เคยทดสอบว่าใช่ได้ผลดี ท้ายที่สุดถ้าเราได้เงินจากการทำตามระบบอย่างเคร่งครัด เราจะขายขาดทุนอย่างไม่กลัว และไม่จิตตกเลย เพราะเราจะมั่นใจว่าท้ายที่สุด สิ่งที่เราทำไปจะเปลี่ยนเป็นกำไรคืนเรามาหมดในอนาคต และต่อไปคือบทความที่คุณmodx แปล ผมก็ขอเอามาให้เพื่อนๆอ่านนะครับ 🙂 การขาดทุนติดๆกัน และภาวะอาการ “จิตหลุด” ของนักเล่นหุ้น โดย Barry Lutz ในช่วงที่ตลาดหุ้นเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ [...]